การศึกษาไทย ฟังเด็กบ้าง อะไรบ้าง
posted on 31 Jul 2012 09:46 by watchi in EDucationผมเชื่อมาตลอดว่า ระบบการศึกษาของบ้านเรามีสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดบกพร่องมาโดยตลอด นั่นก็คือ ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ออกแบบระบบการศึกษาไม่ค่อยฟังเสียงจากเด็กสักเท่าไหร่ ทั้งๆที่ในความเป็นจริง มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับเด็กโดยตรง
หลายๆครั้งที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการศึกษามักจะคิดไปเอง ว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้มันดีมันเหมาะกับเด็ก สุดท้ายก็ยัดๆเอานู่นเอานี่ใส่ลงไปในหลักสูตร หรือแม้แต่กระทั่งออกแบบระบบการสอบให้มันซับซ้อน ซ่อนเงื่อน โดยไม่ได้ถามความรู้สึก หรือทัศนะของเด็กๆว่า เขารู้สึกอย่างไร เขามีความคิดเห็นอย่างไร กับสิ่งที่ท่านๆหยิบยื่นให้เขา
เอ๊นิเวย์ (anyway) ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย วันนี้ผมขอแนะนำ น้องพลอยนักเรียนโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ (ชื่อจะยาวไปไหน!) ระดับชั้น ม.2 ในโรงเรียนมัธยมฯแห่งหนึ่ง ซึ่งได้หลงกล เอิ่ม หมายถึง ได้สละเวลามาพูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิด และทัศนะเกี่ยวกับการศึกษาของไทยในปัจจุบัน
: แนะนำตัวกันหน่อย
: พชรกมล เรียกง่ายๆว่า เรียก พลอยสวยค่ะ
: เรียนอะไร ยังไงที่ไหนครับ
: เรียนที่โรงเรียนมัธยมฯแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น เป็นโรงเรียนที่รวบรวมคนหน้าตาดี ฮ่าๆๆ
: เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า
: ค่า
: น้องพลอยมีความคิดเห็นอย่างไรกับการเรียนของเด็กไทยในทุกวันนี้ครับ
: เอิ่ม เราควรจะให้เด็กเรียนแค่ครึ่งวันค่ะ อีกครึ่งวันให้เด็กไปนันทนาการดีกว่า (ความเห็นออกมาจากก้นบึ้งหัวใจ)
: น้องพลอยกำลังจะบอกว่า การศึกษาของไทยในปัจจุบันนั้นให้เด็กเรียนหนักเกินไป
: ถูกต้องค่า เรียนหนักแต่ก็ไม่ได้เก่งเกินเด็กฝรั่งเล้ย
: น้องพลอยลองยกตัวอย่างที่เด็กฝรั่งเก่งเกินเด็กไทยมาซัก 1 ตัวอย่างที่น้องพลอยเห็นได้ชัด
: นึกไม่ออก ฮ่าๆ
: ฮ่วย!
: ก็พลอยนี่ไง พลอยเรียนเยอะแต่ก็ไม่ได้เก่งขึ้นเล้ย
: มองในมุมกลับเขาอาจจะอยากฝึกความอดทนให้เด็กไทยเราก็ได้นะครับ แล้วก็ที่ให้เรียนเยอะๆก็อาจจะเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้หาสิ่งที่ตัวเองชอบที่สุดก็ได้นะ
: ลึกซึ้ง ค่ะ
: อ้าว! ปุโธ่ว์! อย่าคล้อยตามสิ เห็นต่างได้นะ อย่าเชื่อเพียงเพราะครูบอก
: พลอยว่า บางวิชามันก็ไม่จำเป็นต้องเรียนอ่ะ เช่น วิชา อะไรซักอย่างอ่ะที่มันให้ปลูกสวนถาด เพราะมันไม่ได้เอาไปใช่ในชีวิตอยู่แล้วอ่ะ มันมีวิชา เสริมอย่างเงี้ยะ ที่เด็กม.6 ที่เก็บหน่วยกิตครบแล้วลงเล่นๆ วิชา เพาะเห็ด อันนี้เรื่องจริงจากโรงเรียนของพี่สาวของพลอย แล้วก็วิชาเลี้ยงปลาดุกในบ่อดินอะไรซักอย่าง ไม่รู้สิคะ อาจจะเป็นเพราะมุมมองของพลอยไม่ค่อยกว้าง
: อย่าพูดแบบนั้นสิ ครูอยากเห็นความคิดเห็นในมุมมองของเด็ก ว่าแต่ ถ้าจัดสวนถาด เพาะเห็ด แล้วก็เลี้ยงปลาดุก ไม่ใช้ในชีวิตจริง แล้วอีพวกบวกลบคูณหารพหุนามกับเลขยกกำลังยิ่งไม่ได้ใช้กว่าเรอะ เอางี้เลยและกัน เข้าประเด็นอีกเรื่อง
: ค่ะ
: ในฐานะเด็กห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ น้องพลอยมองค่านิยมของผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่มักมุ่งเน้นให้ลูกเรียนวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ กันเยอะๆ ว่ายังไงบ้างครับ
: พลอยคิดว่าบางครั้งผู้ปกครองเองก็กดดันเด็กมากจนเกินไปอ่ะ ผู้ปกครองมักจะเปรียบเทียบลูกกับคนที่เก่งกว่า ทั้งๆที่บางครั้งเราก็ไม่ใช่คนที่อ่อนที่สุด พลอยก็เข้าใจอยู่ว่าการเปรียบเทียบกับคนที่เก่งกว่าเพื่อผลักดันให้ตัวเองกระตือรือร้นขึ้น แต่บางครั้งเราก็ต้องมองคนที่เรียนอ่อนกว่าเพื่อให้กำลังใจตัวเองมั่งอ่ะ มันถึงจะมีกำลังใจในการกระตือรือร้น
: แล้วน้องพลอยมองเห็นความจำเป็นแค่ไหนที่เด็กต้องเรียนให้เก่งวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
: พลอยว่ามันก็ได้ใช้จริงๆ แค่บางเรื่องแหละ อย่างเช่นพหุนามเงี้ย ยากสุดๆ มันจะได้ใช้สักแค่ไหนเชียว ก็อาจมีแค่บางวิชาชีพแหละที่ได้ใช้มากๆ หรือเรื่องสารต่างๆมากมาย Qลด Qเพิ่มอะไรอย่างเนี้ย มันก็ไม่น่าจะได้ใช้อ่ะ
: ย้อนกลับไปที่แนวคิดที่น่าสนใจของน้องพลอยซักหน่อย ถ้าน้องพลอยเลือกได้ น้องพลอยจะออกแบบการเรียนครึ่งวันที่น้องพลอยบอกเอาไว้ยังไงบ้าง
: ก็วันจันทร์เรียนคณิตฯ วันอังคารเรียนวิทย์ ไม่รู้สิ วันพุธเรียนอังกฤษ วันพฤหัสเรียนแนะแนวไปเลย แล้วก็วนๆกันอ่ะ ที่เรียนแนะแนว พลอยคิดว่าก็ให้อาจารย์แกสอนการอยู่ในสังคม ประเพณีอะไรแค่นั้นแหละ
: แล้ววันศุกร์ล่ะ
: วันศุกร์เรียนกฎหมาย วันเสาร์เรียนอะไรดีคิดไม่ออก ฮ่าๆ
: วันเสาร์อยู่บ้านดูทีวีเปิดโลกทัศน์สิ ส่วนวันอาทิตย์ปั่นการบ้านที่จะส่งวันจันทร์
: เห็นด้วยค่ะ
: แล้วกิจกรรมนันทนาการล่ะ ครึ่งบ่ายเราจะเล่นอะไรกัน
: ก็ปล่อยกลับบ้าน ก็แล้วแต่ว่าใครจะทำอะไร
: เยี่ยม! นี่ครูอยากให้พลอยตั้งใจเรียน แล้วพาตัวเองไปเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการให้ได้
: เย้ย!
: สุดท้ายนี้มีอะไรอยากจะฝากไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการศึกษาบ้างครับ
: แจกแท็บเล็ตเด็กน้อยทำไม? สวัสดีค่ะ
