หลังจากentry คณิตแสดดด ทำแป๊ะซะอะไรได้มั่ง ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น ทำให้ผมมีกำลังกายและกำลังใจที่จะโม้ต่อ  ต้องขอขอบคุณทุกคอมเม้นต์ที่ส่งแรงใจให้เอ็ดดี้น้อย ศิษย์หอมหวลด้วยนะครับ เงิงเงยยยย

ต่อเนื่องจากentryที่แล้ว วันนี้จะขอพูดถึงคณิตศาสตร์แขนงใหญ่ แขนงนึงที่หลายๆคนน่าจะคุ้นหูกันเป็นอย่างดี นั่นก็คือ ผ่าม พาม พ้ามมมมม แคลคูลัส ครับพี่น้อง

น้องๆที่ยังไม่ได้เรียนม.ปลาย หรือใครที่ไม่ได้เรียนคำนวณ หรือคนที่เรียนมาแล้ว แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่า อีแคลคูลัสนี่มันคืออะไร เอาเป็นว่าจะอธิบายสั้นๆละกันว่า แคลคูลัส ก็คือ นักแสดงรุ่นเก๋าที่ชื่อเล่นว่าจิ๊กไงล่ะ เอ้ย อันนั้น เนาวลัส, แคลคูลัส ก็คือ ส่วนผสมในยาคูลท์ เอ้ย อันนั้นมันแล็กโตบาซิลัส, แคลคูลัส ก็คือ ตัวละครในเรื่อง The lord of the rings ที่เท่ๆ ยิงธนู ดั้ว แป่ววว นั่นเลโกลัส เฟ่ยย

เอาจริงๆ ซะที(เล่นมุขได้1ย่อหน้า แฮ่ๆ ) แคลคูลัส เป็นคณิตศาสตร์ที่ว่าด้วยการศึกษาการเปลี่ยนแปลงและอัตราการเปลี่ยนแปลง ... แล้วทำไมต้องสนใจและก้ต้องศึกษามัน? ที่มนุษย์คิดค้นแคลคูลัสขึ้นมาก็เพราะ โลกของเราล้วนอนิจจัง เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงบางอย่างอาจมีผลกระทบต่อคนหลายคน คนหลายกลุ่ม หรือคนทั้งโลก ถ้าเราสามารถอธิบายการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ได้ล่ะก็ เราก็จะสามารถทำนายและควบคุมผลกระทบของมันได้ ซึ่งวิธีอธิบายการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆด้วยสมการทางคณิตศาสตร์มีตัวเอกชื่อ ... เนาวลัส เอ้ย แคลคูลัส(ยังกล้าเล่นน้อ แหะๆ)

ยกตัวอย่างเช่น การเกิดสึนามิ Wave Equationหรือสมการการเกิดคลื่นนั้น สามารถอธิบายได้ด้วยสมการเชิงอนุพันธ์(Diferrential Equation) ดังนั้นการที่จะสามารถทำนายผลกระทบและวงกว้างของคลื่นสึนามิได้ต้องใช้ตัวแบบแคลคูลัสตัวนี้ในการอธิบาย โดยระบบระแวดระวังภัยจากสึนามิ อย่างน้อยก็ต้องมีคอมพิวเตอร์ที่สามารถแก้สมการดังกล่าวได้ จึงจะสามารถทำนายได้ว่า คลื่นเกิดบริเวณนี้ ส่งผลกระทบถึงบริเวณนี้ และคลื่นจะเข้าฝั่งภายในเวลาเท่านี้ เอ้า พวกเรา ย้ายของงงงงงง

ตัวอย่างข้างบนเป็นตัวอย่างนึงที่ชี้ให้เห็นว่า แคลคูลัสได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในเรื่องสวัสดิภาพและความปลอดภัยของมนุษย์ และก็เช่นเคยครับ ใครสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ เข้าไปปรึกษาพี่วิกกี้แกได้เลยครับ http://en.wikipedia.org/wiki/Wave_equation

เอาล่ะตัวอย่างแรกอาจจะดูเป็นวิชาการไปหน่อยนึงเนอะ ลองดูตัวอย่างบ้านๆบ้าง บ้านจริงๆครับ เพราะผมกำลังจะยกตัวอย่างการปูกระเบื้อง สมมติว่านางสาวซ่ารา(นามสมติ) ต้องการจะปูกระเบื้องในอ่างซึ่งมีลักษณะเป็นวงกลม(ออกแบบยากจริงเน้อ) ซาร่าจะมีวิธีปูกระเบื้องยังไงให้เสียกระเบื้องน้อยที่สุด

จอร์จ : คุณกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับการปูกระเบื้องในพื้นที่เรขาคณิตใช่หรือไม่ วันนี้คอนด้อม เทเลวิชั่น เราภูมิใจเสนอ แคลคูลัส ลัส ลัส สสสส
ซาร่า : โอ้วจอร์จ และมันดียังไงคะ
จอร์จ : ด้วยแคลคูลัสนี้ คุณสามารถหาสมการของพื้นที่ และนำไปแก้หาจำนวนกระเบื้องที่น้อยที่สุดที่จะใช้ในพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างสบาย
ซาร่า : โอ้ว พระเจ้าช่วยกล้วยทอด พระเจ้าจอร์จมันยอดมาก
จอร์จ : โทรมาหาเราภายใน10นาทีนี้ เราแถมไปเลย สมุดโจทย์เลขคณิตคิดลึก(มีเหรอวะ!!) พิเศษสุด 5ท่านแรก รับไปเลย อัลบั้มภาพคุณจิ๊กเนาวลัส(ยังกล้าเล่นเป็นหนที่3 แฮทริกเลย หุๆ) ค่าจัดส่งทั่วประเทศไม่มี พระเราไม่ส่ง หง่ง หง่ง แล้วพบกันใหม่นะคร้าบบบบบบ
(เสียงไตเติ้ลรายการ) : Condom Television choose silly live bad!!!

สำหรับตัวอย่างเรื่องปูกระเบื้องนี้ มันเกี่ยวกับแคลคูลัสยังไง ถ้าคนที่เรียนแคลคูลัสมาแล้ว ก็คงจะเคยได้ยินคำว่า "จุดวิกฤติ" วิธีการหาจุดวิกฤติก็เอาสมการไปหาอนุพันธ์อันดับหนึ่งแล้วจับไปเท่ากับศูนย์ แล้วแก้สมการออกมา ถ้าค่าอยู่ในโดเมนก็โป๊ะเชะ นั่นแหละคำตอบ แต่เอาเถอะครับ การคำนวณที่พูดมามันไม่สำคัญเท่าความหมายของจุดวิกฤติ ซึ่งไอ้จุดวิกฤติเนี่ย มันมีความหมายว่า มันเป็นจุดที่ทำให้สมการมีค่าสุดขีด(ซี้ด ซี้ด) นั่นก็คือเป็นค่าที่เอาไปแทนในสมการที่เรามีอยู่(หลายคนอาจจะตกใจ เอ้ย กูมีสมการเป็นของตัวเองด้วยเหรอฟะ) แล้วทำให้สมการมีค่าต่ำสุดหรือสูงสุด หลักการที่ดูจะไม่ซับซ้อนนี้เอาไปใช้อย่างแพร่หลายมากเลยนะครับ คิดดูนะครับ ว่าสมมติว่าถ้าเราเป็นเจ้าของบริษัทแล้วเราเก็บข้อมูลมาตีเป็นสมการกำไร(ซึ่งตัวแปรอาจเป็นเงินทุน จำนวนการผลิต พฤติกรรมการซื้อของลูกค้า) แล้วเรารู้ว่าจะผลิต จะขายยังไงให้ได้กำไรสูงสุด มันจะยอดเยี่ยมกะเทียมเจียวแค่ไหน(ขอพูดนอกเรื่องนิดนึง ทำไมยอดเยี่ยมต้องกระเทียมเจียวครับ กระเทียมดองได้หรือเปล่า ใครที่พอจะรู้ที่มาวานแปะในคอมเม้นต์ที) หรือแม้กระทั่ง ถ้าเราเป็นวิศวกร แล้วเราหาวิธีที่จะทำให้ใช้วัสดุน้อยที่สุด(ยกตัวอย่างเช่น การปูกระเบื้องของซาร่า) มันก็คงยอดมากเลยใช่ไหมละครับพี่น้องงงงงง

ทีนี้ เราลองมาดูในเรื่องแวดวงคอมพิวเตอร์กันมั่ง สนใจแล้วใช่ไหมล่ะครับว่าแคลคูลัสเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ยังไง(ใครสนใจกะเมิง  )

อย่างที่กล่าวมาแล้วในentry คณิตแสดดด ทำแป๊ะซะอะไรได้มั่ง เวลาเราเล่นเน็ท การที่จะแปลงข้อมูลจากคลื่นไฟฟ้าในสายส่งข้อมูลให้กลายเป็นข้อมูลดิ๊จิต้อล ดิ๊จิต้อล นั้นต้องอาศัยโมเดลทางแคลคูลัสของอนุกรมฟูริเยร์รวมทั้งฟังก์ชั่นการแปลงของฟูริเยร์(ทำหลายอย่างจริงนะ อีตาฟูริเยร์เนี่ย) นอกจากนี้เวลาเราเปิดไฟล์เสียงการจะแปลงคลื่นเสียงให้เป็นข้อมูลดิ๊จิต้อล ดิ๊จิต้อลให้คอมพิวเตอร์มันรู้จัก เราก็ต้องง้อเฮียฟูริเยร์อีกแล้วครับ ถ้ายังไม่หนำใจ อีกเรื่องที่ใกล้ตัวเราก็คือ ภาพดิ๊จิต้อล ดิ๊จิต้อล ไฟล์ภาพที่ฮิตที่สุดก็คือไฟล์นามสกุล jpegหรือjpg นั่นก็เพราะไฟล์jpgมีขนาดไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับคุณภาพของไฟล์นั่นเอง วิธีการบีบอัดไฟล์ภาพให้เล็กลงของjpgนี้ก็นำเอาโมเดลของฟูริเยร์มาใช้อีกนั่นแหละ(หวังว่าคืนนี้คงไม่มีใครไปนอนละเมอว่า ฟูริเยร์ เย เย กันนะครับ  ) แต่เราจะสังเกตว่า จะมีบางจุดภายในภาพที่คุณภาพสี และตลอดจนความคมชัดมันหายไป เมื่อเทียบกับภาพที่ถึกบึกบึนกว่าอย่างเช่นไฟล์นามสกุลbmp นั่นก็เพราะโมเดลของฟูริเยร์ซึ่งเป็นโมเดลทางแคลคูลัส(ลิมิต ดิฟ อินทิเกรต ครบสูตร  ) จะทำงานได้ดีกับฟังก์ชั่นต่อเนื่อง พอเราต้องกำจัดข้อมูลบางอย่างออกไปเพื่อที่จะทำให้ขนาดไฟล์เล็กลง มันจึงมีผลให้บางจุดสมการฟังก์ชั่นของภาพมันไม่ต่อเนื่อง และจุดๆนั้นก็คือจุดที่ความคมชัดและสีเพี้ยนนั่นเอง ... ถุ ถุ ถุ ถูกต้องนะคร้าบบบบบบบบบบบบบบ

ซึ่งหลักการที่ว่ายอมเสียข้อมูลบางอย่างเพื่อให้ได้ไฟล์ขนาดเล็กที่มีคุณภาพในระดับที่ยอมรับได้ก็ยังถูกนำเอาไปใช้กับพวกไฟล์เสียง เช่น mp3,ogg รวมทั้งไฟล์วีดีโอ เช่น avi อีกด้วย

พูดถึงความไม่ชัดของภาพและเสียง เราลองมองในมุมกลับกันซิว่า ถ้าเรามีไฟล์ภาพ ไฟล์เสียง ไฟล์วีดีโอ ที่คุณภาพไม่ได้ดั่งใจ เราจะทำให้มันดีขึ้นได้หรือเปล่า?

คำตอบก็คือ ได้ครับ ผมจะยกตัวอย่างในกรณีของวีดีโอกันแล้วกัน(เผื่อมีคนอ่านแล้วสนใจอยากจะพัฒนาโปรแกรมลบเซ็นเซอร์หนังโป๊ขึ้นมาบ้าง เอิ๊กๆ  ) หลักการมีอยู่ว่า

ภาพที่เราเห็น = ภาพต้นฉบับ+คลื่นรบกวน ดังนั้น คลื่นรบกวน = ภาพที่เราเห็น - ภาพต้นฉบับ 

แน่นอนว่าถ้าเราทำให้คลื่นรบกวนมีค่าน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ เราก็จะได้ภาพที่มีความสมบูรณ์ที่สุด แต่ปัญหาก็คือ ข้อมูลที่เรามี เรามีเพียงแค่ข้อมูลของภาพที่เราเห็นแค่นั้น เราไม่รู้ว่าอะไรคือภาพต้นฉบับ เราจะต้องสร้างสมการเพื่อนำไปหาค่าฟังก์ชั่นภาพต้นฉบับที่ทำให้เกิดคลื่นรบกวนน้อยที่สุด ซึ่งไอเดียนี้ก็จะมีส่วนคล้ายๆกับการหาค่าสูงสุด-ต่ำสุด ของค่าวิกฤติ แต่ในกรณีนี้เราไม่ได้หาค่าตัวเลข แต่เราจะหาฟังก์ชั่น(นี่คือ thesis ที่ยัง ห่างไกลความเป็นจริงของผมเองครับ    )

พอพูดถึงthesisแล้ว จน เครียดดดดดด กินข้าววว ขอเปลี่ยนเรื่องแบบแหกโค้งเลยละกัน

สำหรับ คนเขียนเกม แคลคูลัสอาจจะเกี่ยวข้องกับงานเกม มากน้อยตามลักษณะของเกมที่เราเขียน(แต่เรขาคณิต รวมทั้งพีซคณิต นี่น่าจะเจอบ่อยครับ) แต่ถ้าเป็นเกมที่กราฟฟิกจัดๆ และต้องการให้สมจริงมากที่สุด ผู้ผลิตเกมบางเจ้าเขาถึงขนาดว่าคำนวณสมการกันออกมากันจะๆเลยนะครับ เช่น ถ้ายิงปืนด้วยแรงเท่านี้ จากความสูงเท่านี้ ลูกปืนจะยิงไปไกลเท่าไหร่ หรือถ้าตัวละครหรือฉากโดนชนด้วยแรงขนาดนี้ จะกระเด็นไปแบบไหน ซึ่งความรู้ด้านฟิสิกส์ผนวกกับแคลคูลัสเป็นสิ่งจำเป็นมากในเรื่องนี้

พูดถึงฟิสิกส์ อัตราการเปลียนแปลง อัตราการเร่ง ต่างๆ ล้วนเกี่ยวข้องกับแคลคูลัสทั้งสิ้น(อย่างที่บอกไว้ในความหมายของแคลคูลัสนั่นแหละครับว่าแคลคูลัสใช้อธิบายการเปลี่ยนแปลง) ในงานวิศกรรมบางงาน ถ้าสเปกงานบางอย่างไม่ตรงไปตามรูปแบบมาตรฐาน เราอาจจะต้องมานั่งคำนวน แรงนู่นแรงนี่(หมายถึงแรงในทางฟิสิกส์นะครับ ไม่ใช่แรงงาน) ที่จะใช้เวลาก่อสร้าง นี่เป็นคำตอบว่าทำไมวิศวะ ต้อง(ถูกบังคับ)ให้เรียนแคลคูลัส ถึงแม้จะเรียนกี่ไม้ กี่ครั้ง ถึงจะผ่าน แต่ก็ต้องเอาให้มันผ่านให้ได้ เพราะมันเกี่ยวกับสายงานโดยตรง

เอาล่ะพอแค่นี้น้อวันนี้(จบแบบหน้ามึนๆ แบบนี้เลย วะหะๆ) หลายคนคงจะได้เห็นประโยชน์และการประยุกต์ใช้แคลคูลัส ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของคณิตศาสตร์ไปแล้วนะครับ ถึงจะทำแป๊ะซะไม่ได้ เพราะแคลคูลัสมี้ใช้ปลาช่อน แต่แคลคูลัสก็มีประโยชน์ต่อมนุษย์มากมายหลายอย่าง งจากตัวอย่างที่ยกมาถือว่าเป็นตัวอย่างอันน้อยนิดกระจึ๋งนึง เมื่อเทียบกับสิ่งที่แคลคูลัสสามารถทำได้

ยังมีเรื่องเกี่ยวกับคณิตแสดดดสนุกๆที่น่าสนใจที่จะเอามาเล่าให้ฟังในโอกาสต่อๆไป สำหรับวันนี้ขอกล่าวคำว่า สวัสดี เห็นหมีตัวโต บ๋าย บาย

หมายเห็ด - รายละเอียดในภาคของวิชาฟิสิกส์ผมอาจจะอธิบายได้ไม่ดีนัก ต้องขออภัยมณี สินสมุทร สุดสาคร ด้วยนะครับ เพราะผ่านวิชาฟิสิกส์มาได้ด้วยดี(ดีนี่คือเกรดครับ หมายถึงเกรด D+  )

หมายเห็ด - บิดาของแคลคูลัส คือ เซอร์ไอแซค นิวตัน (ไม่ต้องถามต่อนะครับว่าแกไปแต่งงานกับใคร ถึงได้มีลูกออกมาเป็นแคลคูลัส  ) ในวงการคณิตศาสตร์ยอมรับกันว่า เซอร์ไอแซค นิวตัน(คุ้นๆมะ ก็คนที่สงสัยว่า อะไรทำให้แอปเปิลหล่นลงมาจากต้นนั่นแหละครับ เก่งเนอะคนอาไร้) เป็นคนวางรากฐานที่สำคัญๆให้กับสาขาวิชาแคลคูลัส


 เซอร์ ไอแซค นิวตัน (Sir Isaac Newton) : ที่มา http://www.lesa.in.th

หมายเห็ด - มีรูปกราฟฟิกที่ถูกสร้างขึ้นด้วยสมการทางแคลคูลัสมาให้ชม และ งง-งวย กันเล่นๆครับ
ที่มา http://www.math.ucdavis.edu

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

zzzz...รู้ว่ามีประโยชน์ แต่โจเกลี๊ยดแคลคูลัส!!!!

#1 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2007-10-31 19:43

สงสัยมานานละ ว่าเรียนมาทำไม
อ่านมาก็พอเห็นภาพ แต่เราก็ยังไม่เห็นความำคัญของการจัดมันเป็น basic science อยู่ดี

#2 By TheDoctorWearsPrada on 2007-10-31 19:46

อย่าเกลียดแคลคูลัสเลยนะครับ เอาเป็นว่าถึงไม่ถนัด แต่ก็ทำใจเป็นกลางไว้ เพราะแคลคูลัสเป็นเพื่อนสนิทที่อยู่กับเราทุกครั้งเวลาเปิดคอมพิวเตอร์ confused smile

#3 By Eddy on 2007-10-31 19:49

กำลังเรรียนแคลอยู่ค่ะ ไม่ไหวแล้ว
ไม่รู้เรื่องมากมาย ก็รู้ว่ามันมีประโยชน์ แต่โมไม่รู้จะเอามันมาทำอะไรเหมือนกันในชีวิตนี้ โฮๆๆๆๆ

พยายามจะชอบค่ะ คิพๆๆๆ


บะบาย

#4 By EternaL on 2007-10-31 20:02

สมการเชิงอนุพันธ์นี่เรียนสนุกนะครับ ตอนเรียน math3 แก้ด้วยมือ แต่ math4 เขียนโปรแกรมแก้เอาก็ใช้ numerical method นั่นแหละ

การหารากในเครื่องคิดเลขก็ใช้หลักการทางแคลคูลัสด้วย เช่นวิธี Modified Newton นะ

ผม enjoy กับ math มากๆ

#5 By palermos on 2007-10-31 20:07

กระอัก ~

#6 By ชิเมะ ★ on 2007-10-31 20:08

ตอนเรียนก็ตั้งใจ
แต่ตอนนี้หาที่ใช้....ไม่มี

#7 By นิติชาย (202.5.86.30) on 2007-10-31 20:13

โอ้โฮเฮะ กำลังจะเรียนเลยค่ะ ม.6เทอม 2 กับแคลคุงผู้น่ารัก cry
เพิ่งรู้ว่าแคลมีประโยชน์มหาศาลอย่างนี้นี่เอง สุดยอดๆ
สร้างเกมยังต้องใช้แคลเลยเหรอเนี่ย =[]=
รูปสุดท้าย amazing มากๆค่ะ double wink

#8 By ๐|Aki-Autumnz|๐ on 2007-10-31 20:13

ติดเอฟ

#9 By เอกน้อย on 2007-10-31 20:18

กำลังเรียนบทนี้ที่ร.ร.อยู่เลยค่ะ

แรกๆก็โอนะ พยายามทำใจคิดว่าไม่ยาก

แต่ตอนนี้เรียนมาเกือบครึ่งแล้ว บอกได้คำเดียวว่า

เกลียดมากมายค่ะ ท่านนิวตันไม่น่าคิดได้เลย

#10 By on 2007-10-31 20:25

ง่า
เขาต้องใช้แคลฯหาอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีอะท่าน - -"

#11 By TeChNiKoS[9.9796] on 2007-10-31 20:26

โอ้ว สุดยอด ผมเรียนไปแล้วล่ะแคลคูลัส แต่ปีหน้าเรียนวิศวะ ก็ต้องเรียนอีก confused smile

#12 By Yugibird on 2007-10-31 20:28

บอกตรงๆ ว่าเราเป็นไม้เบื่อไม้เมากับแคลคุลัสมาก เกลียดมันสุดๆๆๆ แต่ก็พอทำความเข้าใจ ก็คิดว่ามันเป็นวิชาที่มีประโยชน์มากๆๆ เลยค่ะ

แต่ถึงจะเข้าใจ(ซึ่งเข้าใจแบบงงๆ)ยังไง ก็ยังไม่ชอบแคลคุลัสอยู่ดี...sad smile

#13 By ดุกดุ๋ย on 2007-10-31 20:37

ของม.ปลายก็พอจะชอบอยู่
แต่ถ้าให้เรียนตอนนี้ก็ ไม่เอาแล้ววววว

ยังงงอยู่ค่ะ ตกลงมันเกี่ยวกับคอมได้ไงเนี่ย

#14 By Tang-May on 2007-10-31 20:52

งงบรมค่ะ...แต่ฮามากมาย คนที่จะยิงมุกเดิมๆได้ติดกัน 3 ครั้ง โดยไม่รู้สึกอะไรเนี่ย..สุดยอดจริงๆ (เอ่า เฮ้ย)

..ทำใจไว้แล้ว...ยังมีเวลาทำใจอีก ยังไม่จบ ม.ต้น เลย เหอะๆๆๆๆๆ

#15 By Annu on 2007-10-31 20:57

sad smile เรียนศิลป์ แบบไม่มีเลขด้วยค่ะ

ทุกคนต่างก็ได้รับประโยชน์จากมันไม่ทางตรงก็ทางอ้อม อิอิ

#16 By p-i-e on 2007-10-31 21:03

ถอนตัวที่3ไปเรียบร้อยโรงเรียนแคลแล้วครับ เห้อๆๆ sad smile

#17 By b0ing on 2007-10-31 21:24

555 ไม่เข้าใจอ่ะ ก็อย่างที่บอกไม่เก่งอ่ะเรื่องนี้sad smile
เอาไว้หัวสมองโล่งๆ แล้วจะมาอ่านอีกทีให้เข้าใจค่ะ

#18 By Gabrielle on 2007-10-31 21:25

ชอบแคลคูลัสที่สุดเรียนสนุกดี ชอบคำนวณมากๆ

เป็นพื้นฐานของการเรียนเคมีเชิงฟิสิกส์ด้วยค่ะ
อยากย้อนเวลากลับไปฆ่านิวตันsad smile
งงง่ะsad smile

ยังไม่ได้เรียนเลยงง

แต่ก็รู้สึกว่าสนุกดีนะครับ

เดี๋ยวพรุ่งนี้มาอ่านต่อนะครับ

ขอแปะไว้ก่อน big smile

#21 By UnknowPerson on 2007-10-31 21:37

ดีนะมีแต่แคว1 เป็นตัวผ่านเฉยๆ

แต่ก็เห็นอาจารย์บอกอยู่เหมือนกันนะว่า มันต้องเอาไปใช้

ใน คอม กราฟฟิก อ่ะ.. หุหุหุ แต่คอมกราฟฟิกเราก็มีตัวเดียวเหมือนกัน

คงจะใช้ไม่มากล่ะม๊างงงconfused smile

ชอบคำนวณครับ ช๊อบ ช๊อบ แต่เกลียด ท่องจำโคตร

อ่านแล้ว เวียนหัว อยากจะอ๊วก

#22 By robocon on 2007-10-31 21:40

ดี วาย บาย ดี เอ็ก
แล้ว ก็ ดี ด๊อก ตาม มา หลัง เกรด ออก เห่อๆsad smile
แคล คู ลัส ทำ ไร ได้ มั่ง...
ตอบ..
ทำ ให้ นัก ศึก ษา เขียน ใบ ดร๊อบ กัน เปน แถวๆ
อิอิอิquestion

#23 By warmness on 2007-10-31 21:48

ผ่านแคลมาอย่างฉิวเฉียดฮ้า 555

เรียนคอมได้ใช้ แต่บังเอิญเราเรียนสายเน็ตเวิร์ค จบเลย ไม่ได้ใช้ 555

#24 By St. Sitive on 2007-10-31 21:57

คุณไดed เคยดู Numb3rs มั้ยครับ เป็นซีรีส์ที่เอาคณิตศาสตร์มาช่วยไขปริศนาอาชญกรรม

ถ้าได้ดู ผมว่า้ต้องมีเรื่องมาเล่าเยอะอีกแหงๆ เลยครับ
ข้อมูลน่าสนใจมากเลยค่ะbig smile
ขอบคุณที่นำมาฝากกันค่า
พอดีปีนี้กำลังเรียนอยู่พอดีเลยด้วย เป็นประโยชน์มากๆเลยค่ะ
จริงๆก็ชอบแคลฯนะคะแต่ชอบดิพผิดตลอดเพราะชอบลืมดิพฐาน

#26 By lapin on 2007-10-31 22:20

จริง ๆ แคลคูลัสมีคนคิดขึ้นมาพร้อมกัน 2 คนนะครับ คนหนึ่งคือ เซอร์ ไอแซค นิวตัน อีกคน จำชื่อไม่ได้ รู้แต่ว่า แกอาภัพ หนังสือเรื่องแคลคูลัส เลยได้ตีพิมพ์ช้ากว่า ท่านเซอร์ ทำให้ในสมัยนั้น นับท่านเซอร์ เป็นคนแรกที่คิดแคลคูลัส แต่นักคณิตศาสตร์สมัยใหม่ ให้การยอมรับว่า ทั้งสองคิดขึ้นมาพร้อม ๆ กัน โดยไม่ได้ลอกกัน (แต่ความจริงเป็นอย่างไรไม่รู้นะ)

#27 By เจ้าชายน้อย on 2007-10-31 22:21

แวะมาอ่านก่อนนอนค่า~ (กะอ่านแล้วสลบไปเลย ??)

รูปกราฟฟิกสวยดีค่า

อ่านแล้วก็ฮาๆดี

แต่่น่าจะเว้นช่องว่างในแต่ละย่อหน้าหน่อยนะคะ
เอารูปมาคั่นๆหน่อยก็ได้ค่ะ
เห็นอย่างนี้แล้วตาลาย sad smile

รู้สึกว่าแคลคูลัสนี่มันมีประโยชน์มากๆเลยนะคะเนี่ย
ไม่รู้โบว์ขึ้นไปเรียนม.ปลายแล้วจะรู้เรื่องป่าว (เอาของม.3ให้รอดก่อนเต๊อะะ)
ยังไงก็สู้ๆละกันค่ะ (เฮ้อ แอบถอนหายใจ)

#28 By Bowajung on 2007-10-31 22:38

ไม่เคยเกลียดวิชาไหนเท่าแคลคูลัสเลยครับ
ยิ่งตอนเรียนที่มหาวิทยาลัย อยากจะบ้า

#29 By โก๋สิจ๊ะ on 2007-10-31 22:48

เป็นวิชาที่ดี+ความรู้ดี
แต่ไม่ชอบแคลคูลัสอย่างรุ่นแรงค่ะ
ตอนเรียนเกือบตก

#30 By tatatar on 2007-10-31 23:53

วิชานี้แหละที่เกือบจะได้ F น่ะ

เรียนยังไงก็ไม่เข้าหัวซะทีsad smile

#31 By ~.~KeNt@s~.~ on 2007-11-01 00:00

เห็นเพื่อนบ่นจะเป็ฯจกตายนึกว่ามันเป็นยังไง(หนูยังไม่ได้เรียน กร๊ากกกกTwT!)

...มันเป็นมิตรกันกับเรา! เหมือนที่เรียนเรื่องเซ็ทไว้ซื้อปลาทู โฮกกกกกกกกกก

#32 By Syaolee on 2007-11-01 00:12

ส่วนตัวแล้วคิดว่ามันมีประโยชน์(กับคนอื่น)
แต่กับตัวผมเองแล้วนั้่น ไม่ได้ใช้จนตายแน่ครับ sad smile
มันดิฟ กะ อินทิเกรดได้อ่ะครับ

ส่วนแป๊ะซะใช้ปลาช่อนนะครับ

#34 By Ocean's Saturday on 2007-11-01 01:42

เข้ามาอ่านบลอคนี้ครั้งแรกก็เข้าขั้นมึนเลยค่ะ
ไม่ทราบว่ามึนมุขที่แทรกออกมาตลอด
หรือว่ามึนจิ๊ก เนาวลัส เอ๊ยย ไม่ใช่มันต้อง เลโกลัสสิ
เอ๊ยยไม่ชัวร์ มันแลคโตมาสิลัสสสสส
อุย.. พอเถอะ ฮะๆๆ แคลคูลัสดีค่ะ big smile open-mounthed smile

เรียนผ่านไปแล้ว ผ่านไปแล้วจริงๆ ค่ะ
เหมือนจะจำเรื่องดิฟ 8 สูตรได้ แต่ว่ามัน 8 สูตร
จริงๆ หรือเปล่านะ sad smile
ความจำเรื่องคณิต เลือนลางจนไม่เห็นเลย ฮ่ะๆๆ

แล้วถ้าแบบนี้ทุกวันเราไปซื้อแตงโมแล้วบางวัน
ลูกใหญ่บางวันลูกเล็กเราจะคำนวนการเจริญเติบโต
ของแตงโมได้เปล่าอ่ะ ก็มันเป็นวิถีของการเปลี่ยนแปลง
ใช่ม๊า.. แฮะๆๆ ดึกๆ แล้วเริ่มมึนค่ะ อย่าถือสานะค่ะ sad smile big smile open-mounthed smile

ขอบคุณนะคะ อ่านแล้วสนุกนะ
พยายามต่อไป ทาเคชิ !
(ทำไมโนบิตะไม่ได้ sad smile )

#35 By 【零-blUeFaKe-】 on 2007-11-01 01:47

เป็นเนื้อหาวิชาการที่สนุกมาก
ว่างั้น
สนุก แต่ ยังไม่เรียน
ปีหน้าคงจะเรียน
แต่ไม่รู้ว่าจะรอดไหม
อ่านแล้วไม่เครียด
รู้สึกมีอคติกับแคลลดลง
ชอบๆๆ
เหอะๆๆๆ
จะแวะไปอ่านภาคตัดกรวยที่บล๊อกผมด้วยก็ได้นะคับ หุหุ
โอ้ๆ เรื่อง Numb3r สนุกค่ะ (อย่างที่พี่แชมป์บอก)
ถึงจะงงๆกับเรื่องสมการที่ตัวเอกบรรยายออกมา
แต่ก็พอถูไถไปได้ค่ะ
recommend เลยเรื่องนี้

#37 By SweetPuff on 2007-11-01 03:23

#27 คนที่ว่านั้นคือ Gottfried Leibniz

#38 By palermos on 2007-11-01 07:04

คณิตศาสตร์เป็นวิชาหลักที่ใช้แบ่งแยกประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศที่กำลังพัฒนา(หรือประเทศที่ยังไม่พัฒนา)

#39 By ilumin on 2007-11-01 08:45

โอ้พระเจ้าจิ๊ก เนาวรัตน์...เอ้ย แคลคูลัส(น่าขอเล่นบ้าง)
มันมีไว้เพื่อทำแบบนี้นี่เอง(หมายถึงลบเซ็นเซอร์ภาพโป๊) O_O!ช่างสุดยอดยิ่งนัก
อย่างงี้เค้าเรียกว่า เอาสมการมาพัฒนาต่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ 55confused smile
อย่างงี้ต้องให้โเรม่อนย้อนเวลาไปฆ่านิวตั้น งิงิ

ถึงจะรู้ว่ามันเกี่ยวข้อง แต่เชื่อสิ คนก็ไม่ค่อยสนใจ โดยฉพาะคนทั่ว เพราะ ขอให้เปิดคอมต่อเน็ตเข้า exteen ได้ แค่นี้ก็ไม่ต้องคิดอะไรแระ งิงิ confused smile

#41 By หมีขั้วโลก™ on 2007-11-01 10:50

confused smile นึกถึงคืนวันอันโหดร๊ายยยย สมัยเรียน ฮือฮือ
โดนเป็นเต็มๆกะพวกวิชาเภสัชจลนศาตร์sad smile

#42 By (^_^)/nana on 2007-11-01 11:22

ยอดเยี่ยม กระเทียมดอง...คำนี้มาจาก...ความอร่อย
ยอดเยี่ยม กระเทียมเจียว...คำนี้มาจาก..ความหอม
Reference: http://www.epofclinic.com/showdetail.asp?boardid=61

แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนคิดคนแรกนะครับ big smile

แต่ผมสนใจแคลคูลัสจัง แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงครับ ตอนเรียนก็มีแต่สูตร ตาลายไปหมด(รอดมาได้ไงฟ่ะตู)

#43 By on 2007-11-01 11:26

บอกได้เลยว่า
อ่านแล้วขำมาก ๆ
ไม่คิดว่าแคลคูลัสจะหนุกได้ขนาดนี้ 555
ถูกใจมากครับ
ทำมาอีกเรื่อย ๆ นะbig smile

#44 By Wisor on 2007-11-01 12:09

อ่าาา ดูดี แต่ยากโครต

#45 By ฟิวส์ on 2007-11-01 12:16

อ่านแล้วขำอ่ะ ฮามากงับ
เหอะๆ ไม่ว่าจะอารายก็มีแต่แคลคูลัสสสส
ทำจายๆ ยังงัยก็ต้องเจอมัน เฮ้อๆๆ
รูปสุดท้ายนี่... งง-งวยจิงๆๆๆsad smile

#46 By !!...^ 반 ^...!! on 2007-11-01 12:29

ทำให้ผมเรียนจบมาได้ครับ

ฮ่าๆๆ

#47 By My Goddy on 2007-11-01 13:33

ผมจะหาซีรีส์เรื่อง Numb3r ดูได้ที่ไหนครับ อยากดูๆ big smile

#48 By Eddy on 2007-11-01 18:18

เพื่อนแนะนำมาให้อ่าน บอกว่าสนุกดี

แต่อ่านไม่ไหว เวียนหัว แหะๆ ใช้แค่แคลคูลัสคงหาจำนวนกระเบื้องที่ดี(น้อย)ที่สุดมาปูพื้นห้อง ลำบากหน่อยนะ

หาขนาดกระดาษที่เล็กที่สุดทำกล่องที่จุมากที่สุดว่าไปอย่าง

คุณ TheDoctorWearsPrada #2 โห ถ้าคณิตศาสตร์ไม่สำคัญที่จะเป็น Basic science แล้ววิชาอะไรดี ฟิสิกส์ก็มาจากคณิต เคมีก็มีคณิต ชีวะก็ต้องใช้คณิต แค่นี้ก็เป็นเหตุผลที่เพีบงพอพอแล้ว หรือหมายถึงแคลคูลัสไม่ควรเป็น basic science ? ถ้าเช่นนั้นยิ่งแปลกใหญ่ เอาอะไรดี set? number ? logic ดีกว่า น่าจะเป็น basic science ได้จริงๆ เพราะคนไม่มี logic ไม่ควรจะเรียน science ได้ด้วยซ้ำไป

แต่จริงๆแล้ว calculus นี่แหละดีแล้ว มันดูจะจับฉ่ายและง่ายดี เห็น application เยอะในสาขาต่างๆ ทั้งฟิสิกส์ เคมี ชีวะ และธรณีวิทยาเลย รวมไปถึงวิศวกรด้วย

#49 By เจ้าเก่า on 2007-11-01 23:04

เรียนมา แต่เราเรียนคอมแล้วแทบไม่ได้ใช้เหมือนกัน (เรียนตอนนั้นได้ A ตลอด ตอนนี้คงตกไปที่ C แล้วมั้ง...)