โจทย์คะเน้ดสาด งุงิๆ~*

อ่ะข้อหนึ่งน้า แบบว่า เอา x น้า ปายบวกกะ 1 น้า แระก้อ ล่าย เท่ากาบ 2 น้า เค้าหยากรู้ง่ะว่า x มีค่าท่าวหร่ายอ่ะ (ฮิๆ)

อ่ะข้อต่อปาย ข้อฉอง ใช่ป่ะๆ มุมน้ามุม เรื่องเรขาคะเน้ด ฉามเหลี่ยมน้า มะใช่หน้าเหลี่ยม อย่าฉับฉนล่ะ คริๆ ฉามเหลี่ยมมีมุมฉองมุมรวมกานด้าย 150 โองสา อยากรู้ง่ะว่า อีมุมสุดท้ายเน้ มานจามีกี่โองสา หุๆ

อ่ะข้อที่ฉามตามมาติดๆเรย เทเน้ เอาเรื่อง ตรีโกณเมะเตะ ม่างเน้อ มานก็มีอยู่ว่า ค่า sinx เป็ง 3ส่วน5 แร้ว ค่าcosx มานจาเป็งเท่าไหร่อ่ะ ตอบมาน้าตะเอง งริๆ

เอ่อ ถ้าโจทย์คะเน้ดแสดดดดด เอ้ย คณิตศาสตร์ ใช้ภาษาแบบข้างบน มันจะเป็นยังไงครับพี่น้อง การใช้ภาษาแบบข้างบนบางคนบอกว่า มันเป็นวิวัฒนาการของภาษาที่ยังไม่ตาย บางคนก็บอกว่ามันเป็นหายนะของภาษา เอ๊ะ สรุป มันคืออะไรกันแน่? วิวัฒนาการ หรือ หายนะ!!!

ผมเชื่อว่าต้องมีหลายๆคนในexteen รวมทั้ง เว็บแห่งอื่นๆ ถกกันถึงเรื่องนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ผมก็ขอไม่พูดความยาวสาวความยืดให้มันมากความละกัน เอาเป็นว่าเรื่องภาษางุงิแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับสังคมที่เราอยู่ ถ้าสังคมนั้นงุงิกันทั้งบาง จะใช้ก็ไม่เห็นแปลก แต่ถ้าสังคมที่เราเข้าไปไม่ยอมรับการใช้ภาษาแบบนี้ก็ถือว่าเรากำลังทำผิดกาลเทศะอยู่ มันก็เหมือนกับเรื่องแต่งตัว ถ้าเราจะใส่เสื้อยืดรองเท้าแตะไปหาเพื่อนก็คงไม่มีใครว่า แต่ถ้าเราจะแต่งตัวชิวๆไปงานที่เป็นทางการมันก็คงไม่เหมาะ

ผมเป็นคนนึงที่บางทีก็แอบใช้ภาษางุงิ เพราะบางอารมณ์ ใช้ภาษาแบบนี้แล้วมันสื่ออารมณ์ได้ดีกว่า แต่ไอ้ครั้นจะให้ใช้ทุกๆคำแบบโจทย์ข้างบนคงไม่ไหว คนพิมพ์ก็เหนื่อย คนอ่านก็เหนื่อย

สรุปก็คือ การใช้ภาษาแบบนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และกาลเทศะครับ ถ้าจะใช้ภาษาแบบนี้พิมพ์ในบลอกของเราเองบ้างเพื่อสื่อถึงอารมณ์ในบางโอกาสก็คงไม่เป็นเรื่องเสียหายอะไร แต่ถ้าจะใช้ให้บ่อยเสียจนแปลไม่รู้เรื่องนี่ก็คงต้องเป็นสังคมที่คนส่วนใหญ่เขาใช้ภาษาแบบนี้กันเท่านั้นถึงจะเหมาะ

ว่าแต่ ถ้าอาวโจดขั้งบน ปายห้าย เดะ งุงิ มานอ่าน มานจาข้าวจายมะน้อ อะคริ อะคริ

หมายเห็ด - บลอกของคุณเจ้าชายน้อย เคยถกถึงเรื่อง ภาษาวิบัติ ใครสนใจลองเข้าไปอ่านดูเนื้อหารวมทั้งลองอ่านคอมเม้นต์ของเอ็นทรี่นี้ดูนะครับ >>> http://zedth.exteen.com/20071104/entry

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อืม ได้พอสมควรมันก็ดีอยู่ แต่แบบด้านบนนี่ - -" มันอ่านยาก sad smile

#1 By Yugibird on 2007-11-14 20:43

ใช้ภาษาไหนข้าพเจ้าก็ไม่รู้เรื่องทั้งนั้นแล
เอวัง - -"Hot!

#2 By TeChNiKoS[9.9796] on 2007-11-14 20:44

ถ้าโจทย์คณิตใช้ภาษาแบบข้างบน
จากที่งงอยู่แล้ว ก็คงงงยิ่งกว่าเดิม...sad smile
55+ มันก็จริงนะ บางทีก็มีหลุดกันบ้างอ่ะค่ะ
เรื่องนี้ถกกัน 10 ปีมันก็ไม่จบ แถมยังมีเรื่องให้ถกมากขึ้นๆอีกด้วย ภาษาไทยดิ้นได้ มิรู้จักจบจักสิ้น
.
.
แอบขำอีกแร้วมิรู้ขำอารายยย เอิ๊ก 55+
พอๆ โจทย์ข้างบนตอบได้ 2 ข้อ ข้อที่สามตอบไม่ได้ sad smile (โง่) งุงิ sad smile

#4 By ire_u on 2007-11-14 22:26

เอาไว้อ่านให้กิ๊กฟังได้อย่างเดียวครับแบบนี้ แต่ตอนทำข้อสอบ ใช้ภาษางุงิไม่ได้ ครูไม่ตรวจ
#
ผลชาเหลยอานุพานข้อนี้ คือ อ้ะๆ อ้ะ ๆ ยังไม่บอก
จะบอกดีไหมนะ อาจานอยากรู้ไหมว่าผมตอบว่าอารายยยย
ไม่บอกกกก
บอกกกก็ได้
อีกามรูทลางฉองไม่ช่ายรูทเฉานะก๊ะ บวกกะ ซีศิวาตตต
cry
เวง

#5 By palermos on 2007-11-14 22:39

ถ้าเจอโจทย์แบบด้านบนมันอ่านยากเกินไปแล้ว ไม่ทำแน่นอน ถ้าเป็นภาษาปกติล่ะทำแน่ๆsurprised smile

#6 By ลอท on 2007-11-14 22:54

ต่อ ยอด รึ

คุคุ


อ่านโจทย์แล้ว สิ่งที่ตามมาคือ

ORL

#7 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-11-14 23:19

คิดว่ามันต้องมีขอบเขตน่ะค่ะ ควรใช้ควรพูดแค่ไหน เอาให้พอรู้เรื่องก็ยังดี ฮ่าๆ อันนี้มันก็เกินไปค่ะ แหม่แค่คณิตก็คิดไม่ออกอยู่แล้ว มาเจอแบบนี้เข้าไป ก่อนอื่นต้องขออ่านให้ออกก่อน 55+

#8 By Revamp on 2007-11-15 01:58

งุงิงุงิ งุงุงิงิ sad smile

#9 By mnop on 2007-11-15 02:54

เป็นโจทย์ที่อ่านแล้วรู้สึกงุงิดีครับ double wink

#10 By บองเต่า on 2007-11-15 06:39

อ่านแล้วเหนื่อย - -"

ถ้าพูดถึงคณิตศาสตร์ที่ต้องใช้ความคิดมากๆในเวลาอันสั้น มาอ่านข้อความเทปยืดแบบนี้ คิดไม่ออกเลย...คือความคิดไปแล้วแต่เนื้อความยังไม่ไป ยืนยันว่าเหนื่อยยกกำลังสาม

ถ้าพูดถึงความวิบัติในสถานการณ์ทั่วไป เห็นด้วยว่าขึ้นอยู่กับกาลเทศะเช่นกันค่ะ อ่านแล้วต้องหยุดทำความเข้าใจ...เหนื่อย

#11 By W-mira-S on 2007-11-15 08:01

สำหรับตัวผมเองไม่ต่อต้านการพัฒนาภาษาที่มีคำใหม่ๆเพิ่มขึ้นมานะครับ แต่สำหรับการแปลงคำเดิมให้มันเป็นไปตามภาษาพูดมากเกินไปมันก็ฟังและอ่านรำคาญอยู่เหมือนกันนะครับ

#12 By นายฉิม on 2007-11-15 09:27

เอาไว้คุยกะสาวเลยนะนั่น

#13 By ฟิวส์ on 2007-11-15 10:32