สอบเสร็จแล้วคร้าบพี่น้อง วู้ว ฮี้กับๆ อ่ะจึ้กๆ หลังจากสอบเสร็จ ยังคงมีงานใหญ่รออยู่นั่นก็คือปั่นproposal ข้อเสนอทำวิทยานิพนธ์ให้เสร็จก่อนซีเกมส์จบ(มทส ใช้เป็นหมู่บ้านนักกีฬา ถ้าซีเกมส์จบก็เปิดเทอม หมดเขตนำเสนอproposalพอดี)

จริงๆแล้ววันนี้ที่ผมมานั่งหน้าคอมฯ จุดประสงค์หลักก็คือมาหาข้อมูลเพิ่มเติมในการทำproposal แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะมาอึ๊บบลอก เพราะไม่อยากให้บลอกส่งกลิ่นดองเค็มจนนานเกินไป พูดง่ายๆก็คือ หาเรื่องอู้ ฮี่ๆ

แต่ไม่เป็นไร นอนดึกได้ เพราะเมื่อสักครู่นี้ผมได้กรึ๊บกาแฟมาแล้วเป๊กนึง(พูดยังกะเหล้าขาว) คงสามารถอยู่ถึงเช้าได้สบายๆ(พูดงี้ทุกที สุดท้ายก็สลบเหมือดหมดสภาพนักศึกษา )

พูดถึงกาแฟ(เป็นไงครับ ลีลาน้ำท่วมทุ่ง กว่าจะเข้าเรื่องได้ อ้อมไปซะสามวาสองศอก ) ผมเป็นคนนึงที่ชอบกินกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ แต่จะเรียกว่าติดกาแฟไหม คงไม่เรียกว่าติด เพราะเวลาผมไม่ได้กินกาแฟ ผมก็ไม่ได้หงุดหงิด, ผมก็กินกาแฟครั้งละแก้วเหมือนเดิม ไม่ได้อยากกินในปริมาณที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ, เวลากินกาแฟผมก็ไม่ได้ประสาทหลอน หรือจับหมาแมวเป็นตัวประกัน ฉะนั้นผมคิดว่าผมไม่ได้ติดกาแฟ ...ผมแค่ชอบกาแฟเฉยๆ

ว่ากันว่า คนที่รักกาแฟนั้น นอกจากรสชาติของกาแฟแล้ว บรรยากาศของการที่ได้ดื่มกาแฟในร้านหรือสถานที่ตัวเองชอบ ตลอดจนได้พูดคุยกับคนเพื่อนสนิท มิตรสหายในขณะที่ได้ดื่มกาแฟ มันเป็นความสุขอย่างบอกไม่ถูก เปรียบเสมือนการเดินทางที่เสาะหาบรรยากาศที่เฝ้าตามหา ท่ามกลางสังคมอันวุ่นวาย วกวน สับสน หม่นหมอง สู่ดินแดนในจินตนาการและอุดมคติ อันน่าใฝ่ฝัน เปรียบประดุจดังเพลงImagineของจอห์น นอนเล่น ที่ขับกล่อมบุปผาชนให้ประทับใจอย่างมิรู้ลืม(เอ่อ ... กาแฟ หรือว่าหนังสือพลังแห่งชีวิตวะเนี่ย )

ถ้าจะพูดถึงกาแฟที่ผ่านเข้ามาในชีวิตผม ตามที่จั่วหัวไว้ในเอ็นทรีนี้ ก็คงแบ่งออกเป็น ๔ แบบ ๔ สไตล์ ดังจะเล่าให้ฟังดังต่อไปนี้(ไม่อยากรู้ ก็จะเล่า ฮึ จะทำไม แฮ่ๆ)

กาแฟสด(กาแฟไฮโซ) จริงๆผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงเรียกว่ากาแฟสดทั้งๆที่มันก็กาแฟคั่วชัดๆ ซึ่งที่ผมเรียกว่ากาแฟไฮโซเพราะว่ามันมีราคาแพง แถมผมมักจะเห็นพวกนักธุรกิจ หรือคนที่แต่งตัวดีๆ เข้ามากินในร้าน เป็นเหตุให้ผมกลายเป็นสามล้อเพียงคนเดียวที่นั่งกรึ๊บกาแฟในร้าน

ร้านประจำที่ผมชอบไปกินบ่อยๆ ก็เป็นร้านที่อาคารเรียนของผมเอง บรรยากาศร้านร่มรื่น มีต้นไม้รายรอบ ทำให้ผมฝันไว้ว่าถ้ามีบ้าน จะทำระเบียงนั่งเล่นคล้ายๆร้านกาแฟร้านนี้นี่แหละ

สำหรับกาแฟสดนั้น ก็มีมากหมายหลายแบบให้เราเลือกกันตามความพอใจ แต่ละแบบก็มีชื่อเรียกเท่แตกต่างกันไป ตามที่มาหรือตามสูตรของมัน อย่างเช่น

เอสเปรสโซ กาแฟรสโคตรเข้ม แต่โคตรหอม กินทีไรใจเต้นตุบตับ คำว่า เอสเปรสโซ มาจากภาษาอิตาลี แปลว่า เร่งด่วน(ก็คงจะประมาณว่า ชงเร็ง กินเร็ว จ่ายตังค์เร็ว) เป็นกาแฟที่ชงแบบผ่านน้ำหยด ด้วยความเข้มคอดๆของเอสเปรสโซ ทำให้คนทั่วไปกินกันแบบจอกเล็กๆ เพื่อไม่ให้มากจนเกินไป(แต่บ้านเราซัดซะแก้วเบ้อเริ่ม มิน่าล่ะ กูใจเต้นตุ๊มๆต่อมๆทุกที - -" ),

บลูเมาท์เทน เรียกตามที่มาของกาแฟ นั่นก็คือประเทศจาไมกา(บ้านเรามีเขาเขียว จาไมกาคงมีเขาน้ำเงินมั้ง) ผมหันไปเป็นกิ๊กกับบลูเมาท์เทนช่วงนึง เพราะทนกับความแรงของเอสเปรสโซไม่ไหว

แต่สุดท้ายผมก็อดคิดถึงความหอมของเอสเปรสโซไม่ไหว และหันกลับมาตายรังกับเอสเปรสโซเหมือนเดิม เพียงแต่เป็นเอสเปรสโซในอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นก็คือ ลาเต้ เอสเปรสโซ ใส่นมร้อน รสชาติก็จะไม่ฮาร์ดคอร์เท่าเอสเ