เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา(18 พ.ย. 2550) เป็นวันงานฉลองมงคลสมรสของเพื่อนผม(เข้าไปอ่านได้ในเอ็นทรี เพื่อนคนแรกในรุ่นที่แต่งงาน ได้ครับ) ซึ่งผมก็ไม่พลาดอยู่แล้วที่จะไปกินฟรี เว้ยยยยยยย ไม่ใช่ซักหน่อย จริงๆแล้วนอกจากจะไปร่วมแสดงความยินดีกับพื่อนที่จะได้เป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว ผมก็ยังได้รับเกียรติให้ทำหน้าที่พิธีกรของงานอีกด้วย(ทั้งๆที่ให้โอกาสเปลี่ยนใจแล้วเชียว แหะๆ )

     สารภาพตามตรงว่า ถึงแม้จะเคยเป็นพิธีกรให้กับภาควิชาสมัยเรียนปริญญาตรีมาบ้าง แต่กับงานนี้เกิดอาการขี้หดตดหายเล็กน้อยครับ เพราะว่างานค่อนข้างเป็นพิธีการ แถมมีผู้หลักผู้ใหญ่มาร่วมงานกันตรึม ถ้าหากประหม่าจนตอนเชิญประธานในพิธีขึ้นกล่าว ว่า "ลำดับต่อไปขอเชิญท่านประธานขึ้นสู่ยอดเสา" รับรองว่าได้เอาปี๊บคุลมหน้าแหงมๆ

     แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ด้วยดีครับ ถึงจะมีตะกุกตะกักบ้าง แต่ก็ไม่ได้เผลอพูดอะไรผิดจนไม่น่าให้อภัยมณีออกไป

     พูดถึงเรื่องความรัก และการแต่งงาน เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมเขาถึงเรียกว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ในมุมมองของความน่าจะเป็นแล้ว คิดดูนะครับ ประชากรบนโลกเรามีทั้งหมด 6,671,226,464 คน แบ่งเป็นชาย 3,360,742,758 คน แบ่งเป็นหญิง 3,310,483,706 คน ดังนั้นการที่ผู้ชายคนหนึ่งจะโคจรมาเจอกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งจึงมีค่าความน่าจะเป็นอยู่ที่ (1/3,360,742,758)*(1/3,310,483,706) มีค่าประมาณ 8.99*10-20 และถ้าสมมติให้เหตุการณ์ที่ผู้หญิงผู้ชายเจอกันแล้วแบ่งออกเป็น รัก และ ไม่รัก ดังนั้น ความน่าจะเป็นที่คนจะรักกัน เท่ากับ 50:50 หรือ 1/2 =0.5 และสมมติเหตุการณ์ที่คนรักกันจะลงเอยกัน แบ่งออกเป็น แต่งงานกับไม่แต่งงาน ดังนั้นความน่าจะเป็นที่คู่รักจะแต่งงานกัน เท่ากับ 50:50 หรือ 1/2=0.5 (จริงๆแล้ว ถ้าคิดถึงปัจจัยอื่น เช่น ฐานะ หน้าตา นิสัยใจคอ วิถีการดำเนินชีวิต ตลอดจนสภาพครอบครัว ความน่าจะเป็นจะน้อยกว่านี้มาก)

     จากข้างต้น จะได้ว่า ความน่าจะเป็น ที่ผู้หญิงผู้ชายจะมาเจอกัน รักกัน เอากัน เอ้ยยยย แต่งงานกัน(ภาษาอีสาน เอากัน แปลว่า ตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน แหะๆ) จึงมีค่าความน่าจะเป็นอยู่ที่  (8.99*10-20)(0.5)(0.5) = 2.25*10-20 น้อยคอดๆเลยใช่ไหมล่ะครับ(โอกาสซื้อหวยรางวัลที่1ให้ถูกยังมีมากกว่าเลย)

     ก็คิดดูนะครับ ขนาดความน่าจะเป็นน้อยอย่างนี้ เขายังอุตส่าห์มาเจอกัน รักกัน และเอากัน(ตามภาษาอีสาน ) แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เรียกว่า ความรักและการแต่งงาน เป็นสิ่งมห