สมการทางคณิตศาสตร์ของความรัก
posted on 21 Nov 2007 13:24 by watchi in appliED-Math, EDtivities
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา(18 พ.ย. 2550) เป็นวันงานฉลองมงคลสมรสของเพื่อนผม(เข้าไปอ่านได้ในเอ็นทรี เพื่อนคนแรกในรุ่นที่แต่งงาน ได้ครับ) ซึ่งผมก็ไม่พลาดอยู่แล้วที่จะไปกินฟรี เว้ยยยยยยย ไม่ใช่ซักหน่อย จริงๆแล้วนอกจากจะไปร่วมแสดงความยินดีกับพื่อนที่จะได้เป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว ผมก็ยังได้รับเกียรติให้ทำหน้าที่พิธีกรของงานอีกด้วย(ทั้งๆที่ให้โอกาสเปลี่ยนใจแล้วเชียว แหะๆ
)
สารภาพตามตรงว่า ถึงแม้จะเคยเป็นพิธีกรให้กับภาควิชาสมัยเรียนปริญญาตรีมาบ้าง แต่กับงานนี้เกิดอาการขี้หดตดหายเล็กน้อยครับ เพราะว่างานค่อนข้างเป็นพิธีการ แถมมีผู้หลักผู้ใหญ่มาร่วมงานกันตรึม ถ้าหากประหม่าจนตอนเชิญประธานในพิธีขึ้นกล่าว ว่า "ลำดับต่อไปขอเชิญท่านประธานขึ้นสู่ยอดเสา" รับรองว่าได้เอาปี๊บคุลมหน้าแหงมๆ
แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ด้วยดีครับ ถึงจะมีตะกุกตะกักบ้าง แต่ก็ไม่ได้เผลอพูดอะไรผิดจนไม่น่าให้อภัยมณีออกไป
พูดถึงเรื่องความรัก และการแต่งงาน เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมเขาถึงเรียกว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ในมุมมองของความน่าจะเป็นแล้ว คิดดูนะครับ ประชากรบนโลกเรามีทั้งหมด 6,671,226,464 คน แบ่งเป็นชาย 3,360,742,758 คน แบ่งเป็นหญิง 3,310,483,706 คน ดังนั้นการที่ผู้ชายคนหนึ่งจะโคจรมาเจอกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งจึงมีค่าความน่าจะเป็นอยู่ที่ (1/3,360,742,758)*(1/3,310,483,706) มีค่าประมาณ 8.99*10-20 และถ้าสมมติให้เหตุการณ์ที่ผู้หญิงผู้ชายเจอกันแล้วแบ่งออกเป็น รัก และ ไม่รัก ดังนั้น ความน่าจะเป็นที่คนจะรักกัน เท่ากับ 50:50 หรือ 1/2 =0.5 และสมมติเหตุการณ์ที่คนรักกันจะลงเอยกัน แบ่งออกเป็น แต่งงานกับไม่แต่งงาน ดังนั้นความน่าจะเป็นที่คู่รักจะแต่งงานกัน เท่ากับ 50:50 หรือ 1/2=0.5 (จริงๆแล้ว ถ้าคิดถึงปัจจัยอื่น เช่น ฐานะ หน้าตา นิสัยใจคอ วิถีการดำเนินชีวิต ตลอดจนสภาพครอบครัว ความน่าจะเป็นจะน้อยกว่านี้มาก)
จากข้างต้น จะได้ว่า ความน่าจะเป็น ที่ผู้หญิงผู้ชายจะมาเจอกัน รักกัน เอากัน เอ้ยยยย แต่งงานกัน(ภาษาอีสาน เอากัน แปลว่า ตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน แหะๆ) จึงมีค่าความน่าจะเป็นอยู่ที่ (8.99*10-20)(0.5)(0.5) = 2.25*10-20 น้อยคอดๆเลยใช่ไหมล่ะครับ(โอกาสซื้อหวยรางวัลที่1ให้ถูกยังมีมากกว่าเลย)
ก็คิดดูนะครับ ขนาดความน่าจะเป็นน้อยอย่างนี้ เขายังอุตส่าห์มาเจอกัน รักกัน และเอากัน(ตามภาษาอีสาน
) แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เรียกว่า ความรักและการแต่งงาน เป็นสิ่งมหัศจรรย์ได้ยังไงไหว
มีคนมากมายที่พยายามจะหานิยามความรักว่ามันคืออะไร แต่สำหรับผม ผมคิดว่า ความรักมันเป็นอนิยาม นั่นก็คือไม่สามารถนิยามได้ เรารู้แต่เพียงว่า ความรู้สึกแบบนี้คือความรัก รักแบบไหน แบบ พ่อ แม่ พี่ น้อง สามี ภรรยา แฟน หรือแม้กระทั่ง เพื่อน...กูรักมึงว่ะ
แต่จะให้บอกความหมายชัดๆของมันนั้นมันยากที่จะทำ ก็เหมือนกับเรื่องเซ็ตในคณิตศาสตร์ เรารู้ว่านี่คือเซ็ต(ความรัก) นี่คือสมาชิกของเซ็ต(เรารักใคร) นี่คือสับเซ็ต(รักแบบไหน) นี่คือเซ็ตว่าง(เราไม่รักใคร) นี่คือเซ็ตจำกัด(รักแบบมีขอบเขต) นี่คือเซ็ตอนันต์(รักล้นเหลือ) แต่เราไม่สามารถนิยามได้ว่าเซ็ตคืออะไร เพราะเซ็ตเป็นอนิยาม(คำถามว่า เซ็ต หมายถึงอะไร เป็นข้อสอบสัมภาษณ์ ทุนเรียนต่อคณิตศาสตร์ต่างประเทศครับ ใครสามารถใหความหมายของเซ็ตได้ ถือว่า ผิด!!! อ่าว แล้วคนไม่รู้ เจือกตอบว่า กูมี้รู้ ก็ถูกแบบฟลุคๆอ่ะเด่ะ)
ทฤษฎีบท: สมการทางคณิตศาสตร์ของความรักสามารถแทนด้วยฟังก์ชั่นเอ็กซ์โปเนนเชียล หรือฟังก์ชันเลขยกกำลัง(แล้วเมิงจะเรียกเป็นภาษาฝรั่งทำซอกตึกอะไรวะเนี่ย
) ด้วยสมการดังนี้
L = RM
โดยกำหนด L หมายถึง ความรัก, R หมายถึง เหตุผล, และ M หมายถึง ความห่วงหา
กรณีที่1 R(เหตุผล)น้อย, M(ความห่วงหา)น้อย กรณีนี้ ความรักจะมีค่าคงที่ใกล้เคียงหรือเท่ากับศูนย์ และจะเป็นศูนย์อยู่อย่างนี้ตลอดไป ไม่เพิ่มไม่ลด นั่นก็เพราะกอดคอกันมีค่าน้อยทั้งเลขฐานและเลขชี้กำลัง (ลองกดเครื่องคิดเลข 0.1 ยกกำลัง 0.1 แล้วจะจินตนาการออกเองครับ)
กรณีที่2 R(เหตุผล)มาก, M(ความห่วงหา)น้อย กรณี้ ความรักจะเข้าใกล้กับค่าคงที่ เนื่องจากว่าเลขฐานนั่นก็คือR(เหตุผล) มีค่ามาก แต่เลขชี้กำลัง(M := ความห่วงหามีค่าน้อย) ความรักก็จะลดลงๆ จนเข้าใกล้ภาวะคงที่ระดับหนึ่ง และก็จะอยู่ภาวะอย่างนั้นตลอดไป แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่ากรณีที่1 เพราะกรณีนี้ความรักไม่ได้ลู่เข้าสู่ศูนย์(ใครคิดไม่ทัน ลองเอา 1ล้าน ยกกำลัง 0 ลองดูครับ)
กรณีที่3 R(เหตุผล)น้อย, M(ความห่วงหา)มาก กรณีนี้ น่าตกใจ เพราะเนื่องจากว่าเลขฐาน(R := เหตุผล) มีค่าน้อย เอาไปยกกำลังด้วยความห่วงหาที่มีค่ามาก ค่าความรักออกมาจะเป็นตัวเลขที่น้อยมาก(ถ้ามองภาพตามไม่ออก ลองเอา 0.01 ไปยกกำลัง 1ล้าน ลองดูนะครับ) ดังนั้นกรณีนี้ความรักจะกลายเป็นฟังก์ชั่นลดลง ลดลง จนเข้าไปสู่ศูนย์ในที่สุด
กรณีที่4 R(เหตุผล)มาก, M(ความห่วงหา)มาก แน่นอนว่าถ้าเลขฐาน(ความรัก)และเลขชี้กำลัง(เหตุผล) ต่างมีค่ามากอย่างสมดุลกัน ความรักก็จะเป็นฟังก์ชั่นเพิ่ม(ลองเอา1ล้าน ยกกำลัง1ล้าน แล้วดูค่าตัวเลขดูสิครับ) จนเข้าไปสู่อนันต์(infinity) ซึ่งหมายถึง รักอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนั่นเอง
จาก 4 กรณี นี้ ผมอยากจะกล่าวทิ้งท้ายว่า ผู้หญิงคนนึง กับผู้ชายคนนึง กว่าจะได้มาเจอกันเพื่อรักกันเป็นเรื่องที่ยากมาก(ดูได้จากความน่าจะเป็น) เมื่อมีความรักแล้ว เราก็ควรจะทำให้เลขฐานของความรัก และเลขชี้กำลังของความรัก มันสมดุลกัน จริงไหมครับ พี่น้องงงงงงงงงงงงงงง
Remark - Thank you for Total Population Info. : http://www.geohive.com (November 21, 2007)
หมายเห็ด - ศึกษาเรื่องฟังก์ชั่นเลขยกกำลังได้กับพี่วิกกี้ มาร์ติน ได้เลยครับ >>> Exponential_function
หมายเห็ด - ทฤษฎีบทข้างบน เหลวไหลทั้งเพครับ(อ่าว เฮ้ย) อย่างที่บอกไว้ก่อนที่จะขึ้นทฤษฎีบทนั่นแหละครับว่า ความรักเป็นอนิยาม ไม่มีมนุษย์ขี้เหม็น ขู่เข็ญเทวดาหน้าไหน ที่จะสามารถกำหนดตัวแบบให้กับความรักได้อย่างเป็นรูปธรรมได้ ยกตัวอย่างเช่น บางคู่ อาจจะไม่ค่อยมีเวลาให้กันจนดูเหมือนว่าไม่ห่วงหากันเท่าใดนัก แต่ถ้าเข้าใจเหตุผลของกันและกัน ก็สามารถดูแลความรักได้ดีกว่าบางคู่ที่โทรหากันทุกๆชั่วโมงซะอีก หรือบางคู่ อีกฝ่ายหนึ่งอาจจะเป็นคนปากดี ขี้เอา เหงาแต่ใจ เย้ยยยยย! ปากดี ขี้เหงา เอาแต่ใจ แต่อีกฝ่ายก็รู้ว่าถึงแม้จะเอาแต่ใจไร้เหตุผล แต่ก็คงไม่มีใครรักเราได้มากไปกว่าคนนี้อีกแล้ว ดังนั้นทฤษฎีข้างบนที่ผมโม้มา ก็ไม่เป็นจริงเสมอไป ปรากฏการณ์หลายอย่างในโลกอาจจะแทนด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ได้ แต่ต้องไม่ใช่ สิ่งที่เรียกกันว่า ... ความรัก อ่ะฮิ้วววววววววว คมบาดกางเกงในขาดเลยวุ้ย เอ็นทรีนี้
หมายเห็ด - หลังจากได้อ่านคอมเม้นต์เกี่ยวกับวิธีการคิดความน่าจะเป็นที่ดูจะโหดร้ายไปหน่อย เพราะไปคิดแบบคนทั้งโลก เนื่องจากถ้าคิดเป็นประเทศๆไป ความน่าจะเป็นที่คนจะมาเจอกัน รักกัน และแต่งงานกัน ก็ย่อมมีเยอะกว่า ดังนั้นผมจึงลองคิดเฉพาะในประเทสไทย ซึ่งจะได้ว่า ผู้ชายไทยมี 31,105,134 คน ผู้หญิงไทยมี 32,778,527 คน ความน่าจะเป็นตามอย่างข้างบน คือ (1/31,105,134)*(1/32,778,527)*(0.5)*(0.5) = 2.45*10-16 ก็ยังถือว่าน้อยชิหาย อยู่ดี (ขอบคุณ คุณPastelSalad และคุณknights of gemini สำหรับคำแนะนำเกี่ยวกับความน่าจะเป็นครับ)
หมายเห็ด - เอารูปจากงานฉลองมงคลสมรส สมรัก คำสิงห์ เฮ่ย สมรัก เฉยๆ มาฝากครับ (แสงไม่พอ+ปิดแฟลช ภาพก็อาจจะดูย้อนยุคโครมันยอง ซักหน่อยครับ)
ถ่ายกับเจ้าสาวและเจ้าหมูอู้ด
ถ่ายกับเจ้าบ่าว ต้องเจี๋ยมเจี้ยมนิสนึง(สลิดมั้กๆ)
ถ่ายกับเจ๊แหม่ม เพื่อนเก่าเพื่อนเกลอ(อยากเจอตอนยืมตังค์)
ภาพอันชื่นมื่นของเจ้าสาวและเจ้าบ่าว
ซักวันเราจะมีงานแบบนี้เป็นของเราเองเนาะหมูอู้ดเนาะ(แว้กกกก เขิลว่ะ)
"ในอนาคตข้างหน้า ถ้าทะเลาะกัน มีปัญหากัน ไม่เข้าใจกัน ให้คิดถึงวันนี้ไว้นะ"
#1 By ฉันอาจเป็นแมวตัวที่เหงาที่สุดในโลก on 2007-11-21 18:45