ทำไม "ไม่มีสมาชิกExteenที่พูดความจริงเลยซักคน" จึงเป็นเท็จ
posted on 06 Dec 2007 13:27 by watchi in appliED-Mathหลังจากเอ็นทรี่ ไม่มีสมาชิกExteenที่พูดความจริงเลยซักคน กลายเป็นบทความลูบเป้า ล่อคนเข้ามาอ่านซะกระจาย แต่กลับกลายเป็นว่า นั่นคือความผิดพลาดหยั่งแรงของผม นั่นก็เพราะผมไม่ได้เขียนบทความอธิบายพื้นฐานของตรรกแสดดดไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้หลายๆคนที่เข้ามาเห็นงูเลื้อยตามกัน ๒ ตัว กลายเป็น ง ง = งง
ก็ต้องขออภัยมณี สินสมุทร สุดสาคร ม้านิลมังกร พระเจ้าตา และนางเงือก มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ ที่ทำให้รู้สึกว่าอ่านบทความไม่สนุก
เพื่อเป็นการแก้ตัว แก้ผ้า วันนี้ผมจะขออธิบายว่า "ตรรกแสดดด มันคือแป๊ะซะอะไร" ก่อนอื่นอยากให้ทำใจให้สบายๆ คณิตแสดดด ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว มันไม่ใช่ยักษ์ที่จะงับคอเราหรอกครับท่าน เอาเป็นว่า กำลังอ่านสูตรเกมส์อยู่ละกัน
ตรรกแสดดด มันคือแป๊ะซะอะไรมิทราบ?!
ผมได้อะธิบายในเอ็นทรี่ ไม่มีสมาชิกExteenที่พูดความจริงเลยซักคน ไปแล้วว่า ตรรกศาสตร์เป็นคณิตศาสตร์ที่ว่าด้วยหลักการให้เหตุผล เพื่อแยกแยะข้อความที่เป็นจริงและเป็นเท็จ โดยมีรูปแบบมาตรฐานที่แน่นอน
ตรรกแสดดด ทำแป๊ะซะอะไรได้มั่ง?!
โอเค อันนี้ผมคิดว่ามันสำคัญสำหรับหลายๆคน เพราะถ้ายังไม่เห็นว่ามันมีประโยชน์ ก็คงไม่รู้ว่าจะสนใจมันไปทำกรวยไตอะไรมิทราบชิมิ ... อย่างที่บอกไว้ในความหมายของตรรกแสดดดนั่นแหละครับ ประโยชน์ของมัน มันช่วยในการตัดสินใจ ว่าอะไรที่มันสมเหตุสมผล โอเค หลายคนอาจบอกว่า แม่ค้าขายไข่ปิ้งไม่เห็นต้องรู้จักตรรกศาสตร์ก็ยังทำมาหากินตามประสาไก่เอยได้เลย คำตอบก็คือ ผิดแล้วครับ เพราะสมองมนุษย์จะแบ่งออกเป็นส่วนที่ใช้สำหรับการคำนวณ บวก ลบ คูณ หาร อีกส่วนนึงจะเป็นส่วนที่ใช้สำหรับการให้เหตุผลหรือตรรกะ แม่ค้าขายไข่ปิ้งรู้ว่าวันนี้ขายได้เท่าไหร่ ขาดทุน หรือกำไร จากส่วนการคำนวณ แต่แม่ค้าขายไข่ปิ้ง รู้ว่า ถ้าขายดี ควรทำไข่ปิ้งเยอะๆ อันนี้มาจากสมองส่วนการให้เหตุผลของแม่ค้าขายไข่ปิ้งคนนั้นครับ
ในเชิงธุรกิจ ถ้าเป็นการตัดสินใจที่ซับซ้อน บางบริษัทจะมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ช่วยในการตัดสินใจ โดยจะรวบรวมข้อมูลจากภาวะแวดล้อมและสถิติ โดยมีผู้อยู่เบื้องหลังของงาน ชื่อว่า ตรรกแสดดดนี่แหละ ... ด้านอื่นล่ะ เอาเรื่องใกล้ตัวดีป่ะ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่หน้าของพวกเราตอนนี้ไงครับ(ใครบอกว่าอ่านบลอกนี้จากตู้เย็น งานนี้มีข่วน
) ผมเคยพูดในเอ็นทรี่ คณิตแสดดดทำแป๊ะซะอะไรได้มั่ง ว่า ในคอมพิวเตอร์จะรู้จักเฉพาะ เลข 0 กับ 1 วงจรไฟฟ้าในคอมพิวเตอร์ถูกแทนด้วยเลข 0(หมายถึงกระแสไฟปิด) กับ 1(หมายถึงกระแสไฟเปิด) เวลาเขาสร้างระบบวงจร เขาก็จำลอง 0 ด้วย ค่าความจริงที่เป็นเท็จ และจำลอง 1 ด้วย ค่าความจริงที่เป็นจริง ซึ่งเดี๋ยวผมจะอธิบายต่อไปว่า เราจะสร้างข้อความที่เป็นเท็จเป็นจริงได้อย่างไร ตัวอย่างสุดท้ายที่อยากจะเอ่ยถึงในบทความนี้ก็คือ AI ครับ AI ก็คือคอมพิวเตอร์ที่คิดเองได้ สงสัยไหมครับว่ามันไม่มีสมองทำไมมันตัดสินใจเองได้ นั่นก็เพราะโปรแกรมเมอร์ เขาได้ป้อนข้อความทางตรรกศาสตร์ เข้าไปให้คอมพิวเตอร์หรือหุ่นยนต์ที่เป็น AI เมื่อมันเจอเหตุการณ์ที่ต้องตัดสินใจ มันก็จะประมวลผลว่าควรทำอะไร ควรทำหรือไม่ จากตรรกะที่คนสร้างได้ป้อนไว้ให้มันนั่นเอง
จริงๆยังมีอีกมากมายหลายเรื่องที่ตรรกแสดดดไปแอบแซบอยู่ข้างใน ถ้าใครสนใจก็ทิ้งคอมเม้นต์ไว้ก็แล้วกันนะครับ(อ่าวแถวบ้านเรียกชิ่ง
) เพราะตอนนี้ขออนุญาตขึ้นเนื้อหาเลยละกัน ... ผมได้สิทธินั้นเดี๋ยวนี้!!!
ประพจน์ทางตรรกแสดดดมันคือส้นตึกอะไรวะ?!
ประพจน์คือชื่อเรียกเท่ๆไปยังงั้นเองแหละครับ ไม่ต้องไปตกใจกับชื่อของมัน เอาเป็นว่า ไอ่ประพจน์เนี่ย(พ่อใครชื่อประพจน์หนูขอโทษทีนะก๊ะ) มันก็คือประโยคหรือข้อความในชีวิตประจำวันของเรานั่นแหละ เพียงมันเป็นประโยคหรือข้อความที่เราสามารถตอบได้ในทันทีว่า จริง หรือ เท็จ, ชัวร์ หรือ มั่วนิ่ม ... ลองดูประโยคหรือข้อความต่อไปนี้นะครับว่า ประโยคหรือข้อความไหนเป้นประพจน์บ้าง
-
วงโซคูล เป็น ศิลปิน J-Rock
-
พรศักดิ์ ส่องแสง เป็นนักร้อง K-Pop
-
ดงบังชินกิ เป็นศิลปินเกาหลี
-
ซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นศิลปินเกาหลี
-
รัก ต้อล-นัท
-
หน้าด้าน!!!
เป็นไงมั่งครับ พอจะมองออกรึเปล่า ข้อความที่เท่าไหร่เป็นประพจน์บ้าง...
-
ข้อความที่1 เป็นประพจน์ ซึ่งให้ค่าความจริงเป็นเท็จครับ
-
ข้อความที่2 เป็นประพจน์ ซึ่งให้ค่าความจริงเป็นเท็จครับ
-
ข้อความที่3 เป็นประพจน์ ซึ่งให้ค่าความจริงเป็นจริงครับ
-
ข้อความที่4 เป็นประพจน์ ซึ่งให้ค่าความจริงเป็นจริงครับ
-
ข้อความที่5 ไม่เป็นประพจน์ เพราะเราไม่รู้ว่า ใครบอกรักต้อล-นัท อาจจะรักจริง หรือว่าอาจจะเป็นแฟนคลับ ตี๋-พะแพง แอบแฝงมาก็ด้า (ส่วนผมเป็นแฟนคลับ V3 ไอ้มดเขียว บิดๆเบี้ยว แปลงร่างเปงโม้ดเขียวๆๆ << คนละVแล้วลุง
)
-
ข้อความที่6 ไม่เป็นประพจน์ เพราะเราไม่รู้ว่า ใครด่าใครว่าหน้าด้านอยู่ (อาจจะไม่ได้ด่าว่าหน้าด้านก็ด้า อาจจะแค่พูดว่า พี่ไม่อายเหรอ เอารถ[มินิคูเปอร์]คนอื่นมาขับ ... อุ๊บส์)
ตอนนี้ผมเชื่อว่าทุกคนคงทำความรู้จักกับประพจน์เป็นที่เรียบร้อยโรงเรียนโคกอีปริกเรียบร้อยแล้ว(โรงเรียนโคกอีปริก ไม่มีอยู่จริง กรุณาอย่าคอมเม้นต์มาถาม เด๋วมีข่วน
) ต่อไปเราจะมาดูว่า ถ้าเรามีประพจน์แล้ว เราจะทำแป๊ะซะอะไรกับมันได้มั่ง
สร้างประพจน์จากประพจน์ทำไงงะ?!
ตรรกแสดดด ง่ายนี้ดเดียว(ห้ามเล่นมุกต่อว่า ยากมายมายหลายบักคัก เด๋วมีข่วน
) ถ้าเรามีประพจน์อยู่ แล้วเราอยากสร้างประพจน์ใหม่ เราก็ทำง่ายๆ แบบนี้โลด
๑.สร้างโดยใช้คำว่า "หรือ" สมมติว่าผมมีประพจน์ P, ประพจน์Q ผมอยากสร้างประพจน์ "P หรือ Q" ขึ้นมาใหม่ ประพจน์ใหม่ที่ผมสร้างขึ้น จะมีค่าความจริงตามตารางนี้ครับ >>
ยกตัวอย่างเช่น
-
ดงบังชินกิ เป็นศิลปินเกาหลี เป็นจริง , ซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นศิลปินเกาหลี เป็นจริง ดังนั้น "ดงบังชินกิ เป็นศิลปินเกาหลี หรือ ซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นศิลปินเกาหลี" ก็เลย มีค่าความจริงเป็น "จริง"
-
พรศักดิ์ ส่องแสง เป็นนักร้อง K-Pop เป็นเท็จ, ซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นศิลปินเกาหลี เป็นจริง ดังนั้น "พรศักดิ์ ส่องแสง เป็นนักร้อง K-Pop หรือ ซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นศิลปินเกาหลี" ก็เลย มีค่าความจริงเป็น "จริง"
-
วงโซคูล เป็น ศิลปิน J-Rock เป็นเท็จ, พรศักดิ์ ส่องแสง เป็นนักร้อง K-Pop เป็นเท็จ ดังนั้น "วงโซคูล เป็น ศิลปิน J-Rock หรือ พรศักดิ์ ส่องแสง เป็นนักร้อง K-Pop" ก็เลย มีค่าความจริงเป็น "เท็จ"
) >>
-
ดงบังชินกิ เป็นศิลปินเกาหลี เป็นจริง , ซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นศิลปินเกาหลี เป็นจริง ดังนั้น "ดงบังชินกิ เป็นศิลปินเกาหลี และ ซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นศิลปินเกาหลี" ก็เลย มีค่าความจริงเป็น "จริง"
-
พรศักดิ์ ส่องแสง เป็นนักร้อง K-Pop เป็นเท็จ, ซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นศิลปินเกาหลี เป็นจริง ดังนั้น "พรศักดิ์ ส่องแสง เป็นนักร้อง K-Pop และ ซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นศิลปินเกาหลี" ก็เลย มีค่าความจริงเป็น "เท็จ"
-
วงโซคูล เป็น ศิลปิน J-Rock เป็นเท็จ, พรศักดิ์ ส่องแสง เป็นนักร้อง K-Pop เป็นเท็จ ดังนั้น "วงโซคูล เป็น ศิลปิน J-Rock และ พรศักดิ์ ส่องแสง เป็นนักร้อง K-Pop" ก็เลย มีค่าความจริงเป็น "เท็จ"
-
ดงบังชินกิ เป็นศิลปินเกาหลี เป็นจริง , ซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นศิลปินเกาหลี เป็นจริง ดังนั้น "ดงบังชินกิ เป็นศิลปินเกาหลี ก็ต่อเมื่อ ซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นศิลปินเกาหลี" ก็เลย มีค่าความจริงเป็น "จริง"
-
พรศักดิ์ ส่องแสง เป็นนักร้อง K-Pop เป็นเท็จ, ซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นศิลปินเกาหลี เป็นจริง ดังนั้น "พรศักดิ์ ส่องแสง เป็นนักร้อง K-Pop ก็ต่อเมื่อ ซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นศิลปินเกาหลี" ก็เลย มีค่าความจริงเป็น "เท็จ"
-
หม่ำ จ๊กมก เป็นดาราเกาหลี เป็นเท็จ, พรศักดิ์ ส่องแสง เป็นนักร้อง K-Pop เป็นเท็จ ดังนั้น "หม่ำ จ๊กมก เป็นดาราเกาหลี ก็ต่อเมื่อ พรศักดิ์ ส่องแสง เป็นนักร้อง K-Pop" ก็เลย มีค่าความจริงเป็น "จริง"
)
-
ดงบังชินกิ เป็นศิลปินเกาหลี เป็นจริง , ซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นศิลปินเกาหลี เป็นจริง ดังนั้น "ถ้า ดงบังชินกิ เป็นศิลปินเกาหลี แล้ว ซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นศิลปินเกาหลี" ก็เลย มีค่าความจริงเป็น "จริง"
-
ซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นศิลปินเกาหลี เป็นจริง, พรศักดิ์ ส่องแสง เป็นนักร้อง K-Pop เป็นเท็จ ดังนั้น "ถ้า ซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นศิลปินเกาหลี แล้ว พรศักดิ์ ส่องแสง เป็นนักร้อง K-Pop" ก็เลย มีค่าความจริงเป็น "เท็จ"
นั่นก็เพราะในกรณีแรก ถ้า"ผล"เป็นจริง เราก็จะไม่สนใจ"เหตุ" เพราะค่าความจริงของประพจน์ เราจะดูที่"ผล" เป็นหลัก ส่วนอีกกรณีนั่นคือ "เหตุ" เป็นเท็จ และ "ผล" ก็เป็นเท็จ สามารถอธิบาย ได้ในทำนองเดียวกันกับ หมายเหตุ ก. ที่อยู่ด้านบนครับ(ทำนองไหนวะ 3 ช่ามั้ง
)
-
วงไอน้ำ เป็นศิลปินเกาหลี เป็นเท็จ , ซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นศิลปินเกาหลี เป็นจริง ดังนั้น "ถ้า วงไอน้ำ เป็นศิลปินเกาหลี แล้ว ซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นศิลปินเกาหลี" ก็เลย มีค่าความจริงเป็น "จริง"
-
วงไอน้ำ เป็นศิลปินเกาหลี เป็นเท็จ, พรศักดิ์ ส่องแสง เป็นนักร้อง K-Pop เป็นเท็จ ดังนั้น "ถ้า วงไอน้ำ เป็นศิลปินเกาหลี แล้ว พรศักดิ์ ส่องแสง เป็นนักร้อง K-Pop" ก็เลย มีค่าความจริงเป็น "จริง"
ว่า เวลาเราพิจารณา ในกรณีนี้ เราดูที่"ผล"เป็นหลัก "ผล" ของประพจน์นี้คือ "ซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นศิลปินเกาหลี" ซึ่งเป็นประพจน์ที่เป็นจริง ดังนั้นเราก้ไม่ต้องไปใส่ใจสัญชาติของวงไอน้ำ เอาเป็นว่า ขอให้ วงซุปเปอร์จูเนียร์ เป็นศิลปินเกาหลี เป็นใช้ได้ ... สำหรับ ข้อความที่2. หลายคนก็งง อีกว่า ทำไม "ถ้า เท็จ แล้ว เท็จ" เท็จแล้วเท็จอีก เจือกเป็นจริงซะงั้น ขออธิบายซ้ำ หมายเห็ด ก. อีกครั้งว่า แม้ประพจน์จะเป็นเท็จทั้งคู่ แต่สังเกตดีๆ วงไอน้ำ กับ พรศักดิ์ สัญชาติเดียวกัน ถ้าวงไอน้ำเป็นวงจากเกาหลี พรศักดิ์ก็จะคงเป็น K-Pop ดังนั้น ข้อความที่2. จึงเป็นประพจน์ที่สมเหตุสมผล
)
-
ดงบังชินกิ เป็นศิลปินเกาหลี เป็นจริง ,นิเสธของประพจน์นี้ก็คือ "ดงบังชินกิ ไม่ได้เป็นนักร้องเกาหลี" ก็เลย มีค่าความจริงเป็น "เท็จ"
-
พรศักดิ์ ส่องแสง เป็นนักร้อง K-Pop เป็นเท็จ, นิเสธของประพจน์นี้ก็คือ "พรศักดิ์ ส่องแสง ไม่ได้เป็นนักร้อง K-Pop" ก็เลย มีค่าความจริงเป็น "จริง"
-
คนที่พูดว่า "ไม่มีสมาชิกExteenที่พูดความจริงเลยซักคน" ก็คือ ผม บักeddyคนนี้นี่เองง(กรุณาทำเสียงเว่อร์ๆ แบบทีวีแชมเปี้ยนส์ จะได้อารมณ์มากขึ้น)
-
บักeddyคนนี้ เป็นสมาชิกExteen (อันนี้จริงแท้แน่นอน เด๊อค่ะเด๊อ ไม่งั้นข้อยสิมาเขียนบลอกจังได๋ล่ะ ฮ่วย
)
ทีนี้เราก็มาดูว่า เกิดอะไรขึ้นกับข้อความ "ไม่มีสมาชิกExteenที่พูดความจริงเลยซักคน" ที่ผมบ้วนออกไป
-
ถ้าข้อความ "ไม่มีสมาชิกExteenที่พูดความจริงเลยซักคน" เป็นจริง แสดงว่า คนพูด ก็คือ บักeddyพูดความจริง
-
ถ้าข้อความ "ไม่มีสมาชิกExteenที่พูดความจริงเลยซักคน" เป็นจริง แสดงว่า สมาชิกทุกคนของExteenพูดเท็จ ซึ่งบักeddyหำโต้น ก็เจือกเป็นสมาชิกExteen ดังนั้น บักเอ็ดดี้ก็ต้องพูดเท็จ ด้วย
อ่าว Ship Hide แล้วครับคุณผู้ชม ถ้าข้อความ "ไม่มีสมาชิกExteenที่พูดความจริงเลยซักคน" เป็นจริงขึ้นมา ก็จะทำให้บักเอ็ดดี้กลายเป็นคนที่พูดจริงและพูดเท็จ ในเวลาเดียวกัน ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น ข้อความที่กระพ้ม บักeddy ณ Exteen โม้ว่า "ไม่มีสมาชิกExteenที่พูดความจริงเลยซักคน" จึงเป็นอะไรที่ไม่สมเหตุสมผล และ แหลคอดๆ เด๊อค่ะเด๊อ
ถ้าเราให้ ข้อความ "บักeddyพูดความจริง" เป็นประพจน์ P ดังนั้นนิเสธของประพจน์นี้ ก็คือ "บักeddyพูดไม่จริง"(หรือพูดเท็จนั่นแหละ) ซึ่งผลของข้อความ "ไม่มีสมาชิกExteenที่พูดความจริงเลยซักคน" เราก็จะได้ประพจน์ว่า "บักeddyพูดความจริง และ บักeddyพูดความเท็จ" หรือ "P และ นิเสธP" นั่นเอง ซึ่งตารางค่าความจริงของ "P และ นิเสธP" แสดงได้ดังนี้(กลับไปดูตาราง "และ" / ตาราง "นิเสธ" ข้างบนเปรียบเทียบดูนะครับ) >>
จะเห็นว่า(ห้ามเล่นมุกว่า ตูหลับตาอยู่ ตูมะเหนนน มีข่วนแน่งานเน้
) ไม่ว่าจะกรณีไหน ถ้าเชื่อม P กับ นิเสธของตัวมันเอง ด้วย "และ" ไม่ว่าจะยังไง ก็จะให้ค่าความจริงเป็นเท็จเสมอ เหมือนกับ ถ้าแฟนบอกให้เราแวะรับแล้วเราบอกว่า"อยู่บ้าน" แต่พอแฟนบอกว่าจะมาหา เราเจือกบอกว่า"อยู่ข้างนอก" หยั่งงี้ไม่เนียน เพราะ เป้นไปไม่ได้ที่เราจะบอกว่า "อยู่บ้าน และ ไม่อยู่บ้าน" ในเวลาเดียวกันได้ แล้วแฟนก็จะจับเท็จได้แหงมๆ แถมยังจะโดนมิใช่น้อยอีกต่างหาก
ดังนั้นการที่เราได้ประพจน์ว่า "บักeddyพูดความจริง และ บักeddyพูดความเท็จ" ซึ่งเป็นการเอานิเสธของกันและกันมาเชื่อมด้วย "และ" จึงไม่มีทางจะเป็นความจริงขึ้นมาได้ ซึ่งประพจน์นี้ ก็ได้มาจากการสมมติว่า "ไม่มีสมาชิกExteenที่พูดความจริงเลยซักคน" เป็นจริง มันจึงเป็นไปไม่ได้ ด้วยประการฉะนี้แล ...
หมายเห็ด - จริงๆแล้ว ส่วนท้ายของเอ็นทรี่ ไม่มีสมาชิกExteenที่พูดความจริงเลยซักคน จะพูดถึง ตรรกศาสตร์บ่งปริมาณด้วย แต่กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวฉันใด ตรรกศาสตร์ก็ไม่สามารถอธิบายจบในเอ็นทรี่เดียวฉันนั้น(พูดง่ายๆ มันจะอู้ครับพี่น้อง
) เอาไว้โอกาสหน้า ผมจะกลับมาต่อในเรื่อง ตรรกศาสตร์บ่งปริมาณ ซึ่งนอกจากจะดูว่ามันจริงหรือเท็จแล้ว เราจะพิจารณาว่า ไอ้ที่จริงน่ะมันจริงกี่คน ไอ้ที่มันเท็จน่ะ มันเท็จกี่คน แล้วสุดท้ายผลที่ได้จะเป็นจริงหรือเท็จ ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีประพจน์ว่า "สมาชิกวงโซคูลทุกคนเป็นคนเกาหลี" หรือ "สมาชิกวงโซคูลบางคนเป็นคนเกาหลี" เราจะใช้ตรรกศาสตร์บ่งปริมาณเป็นตัวบอกค่าความจริงของประพจน์ เพราะประพจน์ของเรามีปริมาณ(จำนวนคนของวงโซคูล)เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ยังไงก็ขอติดไว้ก่อนและกันนะครับ เพราะตอนนี้กลัวว่าจะมีคนสบถว่า ตรรกแสดดดเอ๊ยยย!!!
#1 By (203.147.41.91) on 2007-12-06 17:14