หนาวแล้วไปไหน...

หน้าหนาวปีนี้มันวิปลิตยังไงชอบกล กลางวันร้อนตดแตก กลางคืนหนาวจนขี้หด เอ๊ะรึว่านี่เป็นผลพวงมาจากภาวะโลก(เดือด)ร้อน

พอเข้าหน้าหนาวหลายคนก็บอกว่า กูนอนเอามือกุมเป้าให้หายหนาวดีก่า ขี้เกียจออกไปไหน แต่บางคนก็บอกว่านี่แหละเป็นฤดูกาลแห่งการออกไปเที่ยวตามธรรมชาติที่สวยงาม แต่บางคนก็บอกว่า กูอยากไป แต่คิมะเอาะ ว่าจิไปที่ไหน

อ้ายจอร์จ : เจ้ากำลังซอกหาหม่องท่องเที่ยวอยู่แม่นบ่ (Subtitle : คุณกำลังมองหาที่ท่องเที่ยวอยู่ใช่หรือไม่)
น้องซาร่า : แมนแล่วจ้ะอ้ายจอร์จ(Subtitle : ใช่แล้วค่ะจอร์จ)
อ้ายจอร์จ : มื่อนี่เฮาขอเสนอ ภูก่อด่อ เอ้ย บ่แม่น ภูกะดึง (Subtitle : วันนี้เราขอนำเสนอ ภูกระดอ เย่ยย ภูกระดึง )
น้องซาร่า : จะแม่นบ่อายเล่นเนาะมุกจั่งซี้ (Subtitle : ช่างไม่อายเล่นเน้อ มุขแบบเนี้ย)

เรามาทำความรู้จักกับภูกระดึงกันหน่อยดีกว่า

ภูกระดึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในอำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ส่วน ภูภู่เป็นสมาชิกท่านหนึ่งของexteen อันนี้ไม่เกี่ยวกับภูกระดึง แต่อยากเล่าเฉย มีไรเป่า ฮี่ๆ ... ภูกระดึง ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ในปี 2502 ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่สองต่อจาเขาใหญ่

ส่วนที่มาของชื่อ ภูกระดึง ดึ่ง ดึ๊ง นั้น มาจากคำว่า ภู และ กระดึง ... ภู หมายถึง ภูเขา(คนอีสานมักจะเรียกภูเขาสั้นๆว่า ภู ซึ่งเกี่ยวกับชื่อคุณภูภู่รึเปล่า มิทราบได้ <<< ไม่รู้จักกัน แต่แอบเอามาเล่นซะสองดอก ฮี้กับๆ ) ส่วนคำว่า กระดึง มาจากคำว่า กระดิ่ง ซึ่งหมายถึงระฆัง นั่นก็เพราะว่ารูปทรงของภูกระดึงมีรูปร่างคล้ายกับระฆังคว่ำ และยังมีเรื่องเล่าเช้านี้ต่อๆกันมาว่า สมัยก่อน ทุกวันพระ ชาวบ้านมักจะได้ยินเสียงระฆังมาจากภูเขาลูกนี้เสมอ จึงเป็นที่มาของชื่อ ภูกระดิ่ง และแผลงมาเป็น ภูกระดึง ดังปัจจุบันนี้นี่เองงงงงงงงง

การเดินทาง ถ้าไปรถทัวร์ ก็ขึ้นรถทัวร์ของจังหวัดเลย(ถ้าขึ้นรถของจังหวัดอื่นก็ไปไม่ถึงสิวะ จะพูดทำแมวน้ำไรวะเนี่ย) แล้วก็ลงรถที่ผานกเค้า(เดี๋ยวรถทัวร์เขาตะโกนบอกเองว่าใครจะไปภูกระดึง เชิญลงได้แล้ว) จากนั้นก็จะมีร้านขายของซึ่งมีรถไว้บริการไปยังทีทำการอุทยาน เดินทางประมาณ 15 นาที จากตรงที่เราลงจากรถทัวร์

พอไปถึงตีนภูกระดึง ซึ่งเป็นคนละตีน กับตีนคุณภูภู่(อ่าว แฮทริก นี่ขนาดมันไม่รู้จักเขานะเนี่ย คุณภู่ชม แฮ่ๆ) ก็จะมีที่ทำการอุทยานฯ ให้เราติดต่อสอบถาม และก็ร้านค้าขายของที่ระทึกและขายกับข้าว

ส่วนการขึ้นไปบนยอดภู ก็มีสองวิธีครับ วิธีแรก เดิน วิธีที่สอง คือจ้างคนหาบขึ้นไป(สำหรับท่านที่มีปัญหาสุขภาพ แต่อยากไปชมความงามของภูกระดึง เขามีบริการคานหาบและมีที่นั่งบนคานหาบขนาด ๔ คนหาบ หาบเราขึ้นไปจนถึงยอดภู)

ระหว่างทางขึ้นไปบนภู จะมีที่ราบเป็นพักๆคล้ายๆกับขั้นบันไดของภู ซึ่งจะเรียกว่า ซำ ซึ่งมีทั้งหมด ๗ ซำ โดยจะมีโรงเตี๊ยมไว้บริการอาหารเครื่องดื่มและห้องน้ำบนซำไว้ให้นักท่องเที่ยวด้วย

ระยะทางจากตีนภูไปจนถึงยอดภูมีระยะทางราวๆ ๕ กิโลเมตรก่าๆ(เล่นเอาขี้เล็ดเลยนะครับ ใครอยากทดสอบความอึด ก็แนะนำภูกะดึงนี่เลย) พอถึงยอดภูก็จะเป็นที่ราบที่เรียกว่า หลังแป (แป เป็นภาษาอิสาน แปลว่า แบน หรือ ราบ ฉะนั้นอย่าไปล้อเพื่อนผู้หญิงที่เป็นคนอิสานว่า "หน้าอกแป" ไม่งั้นเขางอนตายเลย วะหะๆๆ) ซึ่งตรงหลังแปนี่แหละที่จะมีป้ายที่ทุกคนจะต้องถ่ายเก็บเอาไว้ นั่นก็คือ เราคือผู้พิชิตหุบเขากินคน เอ้ย บ่แม่น ภูกระดึงต่างหาก ฮ่วย ... จากนั้น เราก็ต้องเดินต่อไป(อย่าคิดว่าจะได้พักง่ายๆ) จนถึงแคมป์ที่พัก ซึ่งจากหลังแปมาจนถึงที่พักก็ราวๆ ๓ กิโลเมตรก่าๆ

เรื่องที่พัก ก็มีหลายตัวเลือกให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นหอบเต็นท์ไปกางเอง(แต่ต้องเสียค่าปักเต็นท์นะ) รึไปเช่าเต็นท์ของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว แต่ถ้าไม่ชอบเต็นท์ ก็มีแบบบ้านพัก หรือกระท่อมไม้ให้เช่า ตามแต่จะชอบ และตามกำลังทรัพย์

ส่วนอาหารการกินก็ไม่ต้องห่วง ถ้าหากว่าขี้เกียจหอบไปปรุงเองข้างบน ก็มีร้านขายอาหารตามสั่งไว้บริการหลายร้าน แถมยังมีชาร้อนๆไว้ให้ดื่มฟรีด้วย(ตอนผมไป หอบน้ำขวดไปตั้งเยอะ แต่สุดท้ายน้ำดื่มก็อาศัยกับร้านข้าว ส่วนไอ้ที่หอบไป เอาไว้ล้างหน้าล้างตีน)

พูดมาตั้งนาน ยังไม่พูดถึงที่เที่ยวเลย เอาเป็นว่าขอบรรยายใต้ภาพละกัน ง่ายดี >>>


<< ก่อนเริ่มเดินทางขึ้นไปบนยอดภู ทุกคนก็ยิ้มแย้มแจ่มใสดี(เด๋วมึงได้ซึ้ง ๕๕)


<< ในแต่ละวันจะมีคนขึ้นไปภูกระดึงเยอะมาก(โดยเฉพาะช่วงปีใหม่) เราอาจได้เพื่อนร่วมเดินทาง ท่าทางแปลกๆโดยไม่รู้ตัว(อย่างเช่น ไอ้โจรโม่งแดงในรูป )


<< นี่คือซำแฮก(แฮก เป็นภาษาอิสาน หมายถึง แรก ซำแฮก = ซำที่หนึ่ง) ตอนที่ถึงซำแฮกแล้วไปดูแผนที่ เข่าแทบซุด เพราะคิดว่าตัวเองเดินมาไกลแล้ว ที่ไหนได้ มันแค่ กะจึ๊งนึงของเส้นทางทั้งหมดที่ต้องเดินขึ้นยอดภู(ถึงซำแฮก หอบแฮกๆ )


<< ซำต่างๆก็จะมีโรงเตี๊ยมขายอาหารไว้ให้ ฉะนั้นไม่ต้องกลัวเรื่องหิวระหว่างทางเดินขึ้นภู


<< โอ้ว ที่แท้ผู้บุกเบิกภูกระดึงก็คือ "สามก๊ก" นี่เอง ดูจากป้ายนี้บอกว่า สามก๊กทำ(SAM KOK DONE)


<< ในที่สุดเราก็พิชิตภูกระดึงได้สำเร็จ(สังเกตท่าทางตอนอยู่ตีนภูกับยอดภูเปรียบเทียบกัน)


<< หลังจากพักผ่อนคืนนึง ให้หายเหนื่อยจากการเดินขึ้นภู เช้ารุ่งขึ้น เราก็มีนัดที่ผานกแอ่น ซึ่งเป้นจุดชมคน และชมวิว ในตอนพระอาทิตย์ขึ้น


<< เนื่องจากว่า ตอนที่ผมไปเป็นช่วงต้นธันวา ดังนั้นน้ำตกก็ไม่เหลือให้เราชมแล้ว ที่เหลือก็มีแต่ ซกเล็ก ดังภาพนี่แหละ (ท่านที่อยากชมน้ำตกไหลโครมๆ ก็ต้องไปช่วงปลายตุลา ถึง ต้นพฤศจิกา)


<< แต่ก็ยังมีลำธารสวยๆไว้ให้เราเก็บภาพพอสมควรครับ


<< ถึงแม้น้ำตกจะเหลือเพียงแค่หยดน้ำติ๋งๆ แต่เราก็สามารถเก็บภาพโขดหินสวยๆของน้ำตกมาไว้เป้นที่ระทึกแทนได้ครับ


<< การเลือกรองเท้าเดินเที่ยวก็เป็นสิ่งสำคัญนะครับ ควรเลือกที่ใส่สบายและทะมัดทะแมง มิฉะนั้นอาจทรมานเท้า และทรมานจมูกเพื่อนๆแบบตัวอย่างในภาพได้


<< ภาพนี้คือภาพสระอโนดาด ซึ่งสัตว์ป่าจะออกมากินน้ำในตอนกลางคืนที่นี่ (นายแบบเรากำลังก้มหาหอยในสระอโนดาดครับคุณผู้ชม)


<< การที่น้ำเหือดแห้งก็มีข้อดีตรงที่เดินสะดวกหน่อย(รวมทั้งไม่ต้องกลัวว่าจะเจอทากดูดเลือด) และทำให้หนุ่มๆทั้งสองคนนี้สามารถมานั่งขี้ เย่ยยย มานั่งถ่ายรูปกลางลำน้ำนี้ได้


<< สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของภูกระดึงนั่นก็คือ เมเปิ้ลครับ ซึ่งเราก็จะเห็นเมเปิ้ลอยู่ระหว่างทางที่เดินเที่ยวเรื่อยๆ โดยที่ใบเมเปิ้ลนั้นกะมีขนาดที่สามารถปกช้างน้อย และช้างแมมมอธ ได้พอดี(นายแบบพรีเซนต์ได้ จัญไร เอ้ย จรรโลง มั้กๆ )


<< และนี่คือเครื่องหมายการค้าของภูกระดึง "ผาหล่มสัก" จุดที่คนที่ขึ้นไปภูกระดึงจะต้องไปถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระทึก อ่าว ในรูปผมหายไปไหนหว่า ...


<< ผมอยู่นี่ เผอิญว่าเป็นโรคกลัวความสูง แถมเขาเตือนว่า "อันตราย หน้าผาสูงชัน ห้ามเข้าใกล้" ผมจึงไม่มีรูปที่ผาหล่มสักกับชาวบ้านเค้า (ขวดเบียร์ในภาพ เห็นทิ้งไว้ใกล้ๆป้าย เลยหยิบมาประกอบฉากก่อนเอาไปทิ้งลงถัง)


<< เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากเดินเที่ยวมาซะเหนื่อย พอตื่นนอน และออกมายืนฉี่อยู่ข้างกระท่อม ก็มีเจ้านี่มายืนจ้อง เลยโดนผมแชะซะ(ตอนถ่ายรูปนี้ มือขวาถือกล้อง มือซ้ายถืออนาคตของชาติไว้ )

เส้นทางการเดินเที่ยวนั้น ก็จะแบ่งออกเป็น เส้นทางน้ำตก และเส้นทางเลียบผา รวมทั้งป่าปิด(ท่านที่จะเข้าป่าปิดควรมีคนชำนวญทางไปด้วย) ส่วนการเดินเที่ยวก็ไม่ต้องกลัวหลงนะครับ เพราะนอกจากป้ายที่ปักไว้ตลอดเสส้นทางแล้ว เราก็ยังมีเพื่อนร่วมชะตากรรม(เอ๊ะ คำพูดมันทะแม่งๆยังไงชอบกล) โดยเพื่อนๆเหล่านี้ก็คือคนที่ไปเที่ยวภูกระดึงเหมือนเรานั่นแหละ

การเที่ยวภูกระดึง อาจจะไม่สบาย หรูหราไฮโซ แต่ถ้าคุณชอบความท้าทายและการผจญภัย และอยากได้ความมันส์ในชีวิตล่ะก็ ภภูกระดึงคือหนึ่งในที่ท่องเที่ยวที่คุณควรไป

หมายเห็ด - ในรูปทั้งหมด เป็นเหตุการณ์ตอนผมอยู่ปีสองครับ(๔ปีที่แล้ว)

หมายเห็ด - ใครรักสัตว์แนะนำให้ไปภูกระดึ่ง ดึง ดึ๊ง กับแฟนครับ เพราะตกดึกจะมีสัตว์บางชนิดมาหาเราถึงที่เต็นท์ ไม่ว่าจะเป็น กวางเหลียวหลัง(Deer look back) หรือว่าจะเป็น ลิงอุ้มแตง(Monkey carry melon) รวมทั้ง หนุมานขย่มตอ(God of monkey press the stump) โอ้ว ดึ่ง ดึง ดึ๊ง ...แว้กกกก พูดเรื่องไรอยู่เนี่ย ไปดีก่า แฮ่ๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่านมาตั้งนาน ประทับใจเรื่องเดียว สารพัดสัตว์ในหมายเห็ดนี่ล่ะ ฮี่ๆๆๆ
ส่วนภูนี้เคยไปมาแล้วล่ะครับ ตั้งแต่ตอนอยู่ ม.ปลาย ซึ้งน้ำใจเพื่อนเลย

#1 By กวีปิศาจ on 2007-12-11 08:46

สัตว์ในหมายเห็ดน่ากลัวมาก ว่าแต่แอบไปดูเต๊นอื่นหรือเปล่า ก๊าากๆ

#2 By ฟิวส์ on 2007-12-11 14:55

ว่ะ ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ ขำน้ำตาร่วงกระจาย 55+ คุณเห็ดดี้ขี้หดแต่ไม่เคยหมดมุขจริงๆ
ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีบาปได้ไปเลยซักครั้ง sad smile แหม อยากเห็น ตอนที่กำลังถ่ายภาพสุดท้ายจัง ดูซิว่าจะอนาถเพียงไหน 55+

สุขสันต์วันรัฐธรรมนูญย้อนหลังค่ะ ดูแลอนาคตของชาติไว้ให้ดีนะ Mr.God of monkey press the stump ว่ะ ฮ่ะๆๆ

ปล.หนวดดดดด

#3 By ire_u on 2007-12-11 16:39

^
ขยันตั้งฉายาให้จริงๆเลยนะ แม่หนู sad smile

#5 By Eddy on 2007-12-11 17:43

ค่าไปมาแล้วค่าลำบากมาก บ้านอยู่แถวๆนั้นแหละ^^

เป็นประธานชมรมไปแล้วไม่ไปอีกค่ะ ฮา(เล่นๆน่ะค่ะ)

ไปตั้งแต่ม.4 เดี๋ยวเสียชื่อถ้าไม่ได้ขึ้นซักครั้ง

เพราะเป็นคนจังหวัดเลย ถ้ายังไม่ได้ไปก็ไปเถอะสนุกค่ะ

#6 By sebin_เซบิน on 2007-12-11 18:10

ว่าจะไปช่วงปิด X'mas นี่แหละครับ
ที่จริงก็เคยไปครั้งนึงตอนแม่ตั้งท้องได้2เดือน
(อยู่ในท้องแม่sad smile )

#7 By UnknowPerson on 2007-12-11 18:19

เอิ่ม.... กวางนรก...

เคยถ่ายคลิปตอนเจ้ากวางนรกบุกเข้าไปพังเต้นท์นักท่องเที่ยวเอาไว้ สยดสยองยิ่งนัก ไม่รู้อยู่ตรงไหนแล้ว

ช่วงนี้เหมาะจะไปเที่ยวภูกระดึงจริงๆ นะเนี่ย confused smile

แถมท้าย: ตอนดูภาพใบเมเปิ้ล พอไล่สายตาลงมาถึงคำบรรยายใต้ภาพ ดันอ่านเป็น 'ซึ่งเราก็จะเห็นเมเปิ้ลอยู่หว่างขาที่...' ซะได้ กั่กๆ... ก็นะ...

#8 By Choco on 2007-12-11 19:32

คราวหน้าก็พิชิตเอฟเวอร์เรสเลย หุหุ
ยังไม่เคยไปเลยยยนะเนี่ย "ภูกระดึง"
วันหลังขอไปพิชิตด้วยคนสิคะ cry

#10 By HOMO(sap)IENS on 2007-12-12 00:41

โถๆ ใบเมเปิ้ลน้อย..

ท่าทางประหลาดๆ แบบนี้
ทำได้ดีนักแล ฮ่าๆๆๆ