เราเขียนBlogไปเพื่ออะไรกันแน่?
posted on 20 Feb 2008 23:32 by watchi in side-ED-logคนแรก เป็นน้องที่ผมนับถือ ขอย้ำว่าเป็นน้องที่ผมนับถือ ไม่ผิดใช่ไหมครับ ที่เราจะนับถือเด็กที่อายุอ่อนกว่า ถึงสิบปี ผมชอบวิธีการคิดของน้องเค้า ที่ภายนอกอาจจะเฮฮาบ้าบอ แต่หลายๆไอเดียของน้องเค้า ผมยอมรับเลยว่า แม้แต่ผู้ใหญ่อย่างผม ก็คิดไม่ถึงเช่นกัน ... น้องเค้าเข้ามาบอกว่า มีคนรู้จักคนนึง บอกกับน้องเค้าว่า น้องเค้าวางตัวไม่เหมาะสม และพาดพิงว่า คนในexteen ไม่มีมารยาท!!! ผมจึงบอกน้องเค้าไปว่า ทุกที่มันก็มีคนไม่มีมารยาทหมด ท้องถนนก็มี ห้างก็มี โรงเรียนก็มี ถ้าคิดว่าจะไม่ไปไหน เพราะกลัวเจอคนไม่ไดี เราก็คงไม่ต้องออกจากบ้าน (แต่เชื่อเถอะว่า ต่อให้ผมไม่บอก ผมเชื่อว่าน้องคนนี้เค้าคิดเองได้ เพราะผมค่อนข้างมั่นในความเป็นตัวตนของน้องเค้า)
คนที่สอง เป็นพี่ที่ผมนับถือ พี่เค้ามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่โดนพาดพิงวิจารณ์ถึง ซึ่งมีคนบอกว่า พี่เค้าสร้างภาพและทำบลอกไม่ตรงกับตัวตนที่แท้จริง และที่ผมคิดว่าแรงก็คือ คำพูดพาดพิงวิจารณ์ถูกเอาไปใส่ในบลอกซะด้วย ... ผมเห็นใจพี่เค้ามาก เพราะมันไม่สนุกหรอกกับการที่เราต้องตกไปเป็นขี้ปากของใครก็ไม่รู้ โดยเฉพาะกับเรื่องที่เราไม่ได้ไปทำความเดือดร้อนให้ใคร แต่เขามาหมั่นไว้เราเอง ถึงแม้เราจะรู้อยู่แก่ใจว่า เราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจในตัวเราได้ก็ตามที... ผลกระทบด้านความรู้สึกทำให้พี่เค้าถึงกับท้อ และไม่อยากจะไปอ่านบลอกของคนอื่นเลยทีเดียว (พี่ครับ อยากบอกพี่อีกครั้งว่า ผมหวังว่า พี่จะหายเซ็งเร็วๆ)
ไม่รวมไปถึง เหตุการณ์ลอกบทความกัน ตามเอ็นทรี่ "ลอกทั้งดุ้นยังไม่พอ ยังลบเครดิทและได้ขึ้น Hot Topic" ซึ่งถือว่า เป็นเรื่องใหญ่พอสมควร สำหรับคนเขียนบลอก
มันเกิดอะไรขึ้น? เรื่องเหล่านี้ จริงๆแล้ว ผมจะทำเป็นมองข้ามๆมันไปก็ได้ แล้วผมก็อัพบลอกบ้าๆบอๆ แทรกด้วยคณิตแสดดดเป็นระยะๆ ไปตามประสา แต่บอกตามตรงว่า ผมกำลังตั้งคำถามกับตัวเอง เกี่ยวกับการเข้ามาอยู่ในสังคมแห่งนี้ ... สังคมexteen
ภาพรวม
ผมพูดได้เต็มปากว่า สังคมexteen นอกจากเป็นสังคมใหญ่เป็นอันดับต้นๆของประเทศไทย แล้วยังเป็นสังคมคุณภาพอันดับต้นๆของบ้านเราเช่นกัน ผมพูดว่าสังคมคุณภาพ ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนต้องเป็นคนดี มีคุณภาพ แต่ผมหมายถึง คนส่วนใหญ่ของexteenเป็นคนมีคุณภาพ ทั้งคุณภาพในเรื่องประสบการณ์ ความรู้ และนิสัยใจคอ อาจจะมีแย่ๆบ้าง แต่ก็ส่วนน้อยจริงๆ ผมกล้าเอาคอเป็นประกัน ... พูดถึงเรื่องระบบ ผมค่อนข้างมีความสุขกับระบบของexteen บลอกฟรี ที่เจ้าของใจดี และทุ่มเททำ ... มันไม่ใช่เรื่องสบายนักหรอก กับการดูแลนะบบออนไลน์ ที่มีสามาชิกมากมายขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ทำด้วยใจจริงๆ ... ผมกล้าพูดได้เลยว่า exteen มีคุณภาพตั้งแต่ระบบ เจ้าของ สมาชิก ไปจนถึง เนื้อหา
คนในexteen
ผู้คนในexteen ส่วนใหญ่จะอยู่แบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เป็นสังคมแห่งการแบ่งปันเรื่องราว ตามลักษณะความสนใจ ซึ่งมันเป็นเสน่ห์อย่างนึงที่เราจะได้เจอคนที่ชอบในเรื่องเดียวกับเรา, คนเล่าเร่องสนุกๆ, หรือรวมไปถึงคนแปลกๆ ที่ไม่ได้เจอกันบ่อยๆในสังคม
บลอกในexteen
เมื่อมีผู้คนมากมาย เรื่องราวที่เอามาเล่า มันก็ย่อมมากมายตามไปด้วย บางคน มีชีวิตที่น่าสนใจอยู่แล้ว เมื่อเขาเอาเรื่องราวรอบๆตัวมาเล่า มันก็เลยกลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างช่วยไม่ได้ ส่วนอีกพวกหนึ่ง มีศิลปะในการเล่าเรื่อง จากเรื่องเล็กๆน้อยๆรอบตัว แต่ด้วยมุมมองที่แปลกต่างออกไป แลพการเล่าเรื่องที่น่าติดตาม เขาก็สามารถทำให้เรื่องราวเหล่านั้นน่าสนใจขึ้นมาได้ ... การที่ใครซักคนนึง จะชอบหรือสนใจบลอกๆนึง ก็อาจเป็นเพราะ ...
- น่าสนใจเพราะความชอบส่วนตัว เช่น คอสเพลย์ การ์ตูน ดารา ภาพถ่าย กลอน ฯลฯ
- น่าสนใจเพราะเนื้อหา เช่น เนื้อหามีสาระน่ารู้ เป็นเกร็ดหรือเคล็ดลับน่ารู้ เรื่องเกี่ยวกับศาสตร์ต่างๆ รวมไปทั้ง มีเนื้อหาแปลกๆที่ชาวบ้านเขาไม่ค่อยพูดถึงกัน
- น่าสนใจเพราะเจ้าของบลอก เช่น มีสไตล์การเล่าเรื่องที่ชวนติดตาม มีชีวิตที่น่าสนใจ มีแนวคิดและวิถีชีวิตที่แหวกแนว น่ารัก คารมดี ตลกขบขัน ก็ว่ากันไป
ทำไมถึงเขียนบลอก
เหตุผลในการเขียนบลอกของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป แต่ที่แน่ๆ เริ่มต้น ทุกคนอยากจะบันทึกเรื่องราวที่อยากจะเล่าและอยากจะบอก ผมกลับมาเขียนexteenอีกครั้ง หลังจากหยุดไปเมื่อสองปีก่อน เพียงเพราะอยากใช้เป็นที่ติดต่อข่าวสารในการติว ระหว่างผมกับเด็กเท่านั้น ต่อมา ก็เริ่มป็นการบันทึกอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนมันเริ่มพัฒนากลายเป็นการบอกเล่าเรื่องราวที่อยากจะเล่าจะบอกคนอื่น จนเมื่อมีคนสนใจมากขึ้น เราก็มีความสุขกับการได้แบ่งปันเรื่องราวเหล่านั้น รวมทั้ง การได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆมากขึ้น มันก็ทำให้เรามีความสุขกับการได้เขียนบลอก
ทำไมเราถึงหลงเสน่ห์สังคมออนไลน์
ผมขอเอาบทความจากคอลัมน์ของคุณธนกร แห่งCG+ ที่ผมนำมาดัดแปลง(ได้รับอนุญาตจาก บ.ก.CG+ เรียบร้อยแล้ว) ถึงเหตุผลที่ทำให้สังคมออนไลน์(รวมทั้งexteen)เติบโต และทำให้ผู้คนต่างหลงใหลไปกับมัน เอามาให้อ่านกันอีกครั้ง ซึ่งได้แก่
- Anticipate Reciprocity : การที่นายA.ได้ให้ข้อมูลความรู้กับสังคมออนไลน์ หนึ่งๆ มีแรงจูงใจมาจาก การที่นายA.ก็ต้องการได้รับข้อมูลอื่นๆกลับคือนมาด้วย เช่น นายA.คอยตอบกระทู้ที่คนอื่นตั้งอยู่บ่อยๆ เวลาA.ตั้งกระทู้ถามบ้าง ก็ย่อมมีคนสนใจที่จะมาตอบเป็นธรรมดา
- Increased Recognition : ความต้องการมีชื่อเสียง และเป็นที่จดจำ ของสังคมออนไลน์นั้นๆ เช่น การให้คะแนน ให้ดาว สำหรับคนที่ตอบกระทู้เก่งๆ หรือการขึ้นHot Post สำหรับเอ็นทรี่ที่เขียนได้น่าสนใจ
- Sense of efficacy : ความรู้สึกดีใจ ภูมิใจ ที่เวลาเราทำอะไรแล้ว คนในสังคมให้ความสนใจ เช่น ตั้งกระทู้แล้วมีคนมาโพสต์ตอบเยอะๆ หรือเขียนบลอกแล้วมีคนมาคอมเม้นต์หรือมีPage Viewเยอะๆ
- Sense of Community : การมีปฏิสัมพันธ์ หรือการแลกเปลี่ยนความรู้ในสังคมนั้นๆ หรือการมีอิทธิพลต่อความคิดของคนในสังคมด้วยกัน รวมไปถึง การรวมตัวกันเพื่อแสดงออกบางอย่าง เช่น ความเห็นทางการเมือง, ดารา/ศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ, คอสเพลย์, การ์ตูน, พูดคุย-วิจารณ์หนัง, พูดคุย-วิจารณ์เพลง ฯลฯ
ว่าด้วยเรื่อง Hot Post!
ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ขึ้น Hot Post! จริงอยู่ แค่เพียงได้เล่าอะไรที่เราอยากเล่าลงไปในบลอกมันก็เป็นความสุขแล้ว แต่การที่ทำให้มีโอกาสที่จะมีคนฟังเยอะๆ มันก็ทำให้เรามีความสุขมากขึ้นไปอีก ทั้งการขึ้น Hot Post! ยังเป็นสัญลักษณ์บอกว่า เราก็เขียนบลอกใช้ได้ในระดับนึงเหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นประโยชน์ที่เราอยากบอกคนเยอะๆ แล้วได้ขึ้นHot Post! ก็ยิ่งทำให้เรายิ้มแก้มปริ(ผมสารภาพอย่างหน้าด้านๆว่า เคยกด Hot Post ให้ตัวเอง สองครั้ง) ... แต่ผมต้องคอยเตือนตัวเองว่า การขึ้นHot Post ไม่ได้หมายความว่า เราจะกลายเป็นเทวดา ในขณะเดียวกัน การไม่ได้ขึ้น Hot Post ก็ไม่ได้หมายความว่า บทความของเรา เป็นบทความขยะ วันนี้ผมถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า เขียนบลอกเพื่ออยากเล่าอะไรที่อยากเล่า หรือเพียงเพราะ อยากขึ้นHot Post และผม ก็ได้คำตอบแล้ว ...
ว่าด้วยเรื่อง การคัดลอกบทความ
ต้องแบ่งออกเป็นสองอย่างคือ
- รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไปเจอมา รู้สึกถูกใจใช่เลย แล้วเอามาแปะไปอย่างงั้นเอง เพราะว่าชอบ ซึ่งประเภทนี้เขาจะไม่รู้ถึงธรรมเนียมปฏิบัติในการคัดลอกบทความครับ(ให้คิดถึงสมัยแรกๆที่เราเล่นเน็ท เราอาจจะเคยเอารูป หรือข้อความ มาจากที่ไหนซักที่ เอาไปโพสต์ในเว็บบอร์ดรุ่น โดยไม่ได้อ้างแหล่งที่มา)
- ตั้งใจลอก เพราะอยากดัง และต้องการเป็นที่รู้จัก ซึ่งกรณีนี้ แย่กว่ากรณีแรก เพราะคุณรู้ธรรมเนียมปฏิบัติในการอ้างอิงถึงเจ้าของบทความ แต่คุณตั้งใจ ปิดบัง ซ่อนเร้นและอำพราง เจ้าของที่แท้จริงของผลงานชิ้นนั้น เพียงเพราะ อยากมีคนชมว่าคุณเจ๋ง อยากให้คนเข้ามาดูบลอกคุณเยอะๆ และเป็นที่รู้จักของผู้คน
สำหรับผม หากไม่ได้เอาบทความผมไปหาเงิน อยากลอก ลอกไปเถอะครับ อ้างอิงชื่อผม ผมก็ขอขอบคุณ แต่ไม่อ้างอิง ผมก็ไม่ได้ถือสาอะไร(ขอแค่อย่ามีข้อความที่บอกว่า คุณเป็นเจ้าของบทความที่คุณลอกผมไป) ... นับถึงวันนี้ผมยังไม่เจอกรณีที่โดนลอกบทความแบบจงใจเอาไปแอบอ้าง(สงสัยผลงานยังไม่เข้าตาพอจะดึงดูดคนให้ลอก) แต่ถ้ามีวันนั้นจริง ผมก็อาจจะต่อสู้ได้ไม่เต็มเท้านัก ก็ในเมื่อ ระบบปฏิบัติการและซอฟท์แวร์หลายๆตัวที่ผมใช้ก็เป็นของเถื่อน รวมทั้ง mp3 ในเครื่องของผมก็มากมาย ผมคงกระอักกระอ่วนใจ ถ้าคนที่ลอกผมไป ย้อนถามผมคืนว่า วินโดว์ที่ใช้ ตอนเขียนบทความน่ะ ของแท้รึของปลอม...
ตัวตนที่แท้จริงของเจ้าของบลอก
เชื่อเถอะครับว่า เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่เข้ามาอ่านบลอกผม รู้จักตัวตนที่แท้จริงของผม ได้ไม่ถึงครึ่งหรอก การที่เราจะรู้จักใครซักคนในทุกแง่ทุกมุม อาจจะต้องใช้เวลาหลายปี หรือทั้งชีวิตเลยก็ได้ มันเป็นไปได้ยาก ที่เราจะรู้จักทุกซอกทุกมุมของใครคนนึง ผ่านทางตัวหนังสืออย่างเดียว ... เรื่องราวในบลอก เป็นเพียงส่วนหนึ่งในชีวิตของเจ้าของบลอกเท่านั้น จริงอยู่ว่า การมีโลโก้ประจำตัว มันดีในแง่ ทำให้เราเป็นที่จดจำง่ายขึ้น แต่บางที มันก็เหมือนดาบสองคมได้เช่นกัน บางครั้ง เมื่อเจ้าของบลอกที่ปกติชอบเล่าเรื่องราวในบลอกที่เป็นเรื่อง ตลก ขบขัน และไร้สาระ แต่เมื่อเขาพูดอะไรที่ดูจริงจังขึ้นมา อาจทำให้ดูขาดความน่าเชื่อถือไป และการที่ทุกคนคาดหวังว่า เจ้าคนนี้จะต้องพูดแต่เรื่องเบาๆ ฮาๆ เท่านั้น ในตอนที่เขาต้องการพูดเรื่องอะไรหนักๆขึ้นมา ก็อาจทำให้เป็นเรื่องน่าเบื่อไปเสียฉิบ ในทางตรงกันข้าม สำหรับเจ้าของบลอกที่เน้นหาสาระ เป็นหลัก เมื่อยามที่เจ้าของบลอกดึงเอา อวตารที่เป็นส่วนรีแลกซ์ขึ้นมา เฮฮาขำขันเหมือนกับปุถุชนทั่วไป ก็อาจทำให้เขาดูเสแสร้งแกล้งทำ ทั้งๆที่ นั่นอาจจะเป็นตัวตนอีกอารมร์นึงที่เขาเป็นอยูตามปกติ่ก็ได้
ท้ายที่สุด สังคมออนไลน์ และบลอกเกอร์ ก็เพียงแค่นามธรรม
ในที่สุดแล้ว สังคมออนไลน์ บลอก และ บลอกเกอร์ ก็เป็นเพียงบทบาทนึงเท่านั้น ทุกคนล้วนแต่มีบทบาทอื่นที่ต้องทำหน้าที่กันต่อไป ไม่ว่าจะเป็น บทบาทของ นักเรียน นักศึกษา คนทำงาน หรือว่า บทบาทของ คนเป็นพ่อ คนเป็นแม่ คนเป็นลูก คนเป็นคนรัก คนเป็นเพื่อน ฯลฯ พวกเราได้รู้จักกันผ่านทางสังคมออนไลน์แห่งนี้ แต่สุดท้ายแล้ว การที่เราจะนับถือ หรือยอมรับใครซักคน เราก็คงไม่ได้นับถือในฐานะมนุษย์ไซเบอร์หรือบลอกเกอร์ชื่อดังแน่ๆ หากแต่ "ตัวตน" และในความเป็น "ปุถุชน" ของคนคนนั้นต่างหากล่ะ ที่เรายอมรับ และนับถือเขา
ย้อนถามตัวเองอีกครั้ง ความสุขของการเขียนบลอกคืออะไร
ช่วงที่ผ่านมา ผมสำคัญตัวเองผิดและหลงทางไปพอสมควร ผมเปิดเข้าไปดูเอ็นทรี่แรกๆที่มีคนคอมเม้นต์ไม่กี่คน เอ็นทรี่เหล่านั้นผมไม่ได้คาดหวังว่า คนต้องเข้ามาอ่านเป็นพันๆคน หรือต้องมีคอมเม้นต์เป็นยี่สิบ สามสิบคอมเม้นต์ แต่ผมเขียนเอ็นทรี่เหล่านั้น เพราะอยากบันทึก อยากเขียน แค่กดปุ่มอัพบลอกเสร็จ แล้วได้มาอ่านข้อความของตัวเอง ก็มีความสุขแล้ว ... การมีคอมเม้นต์เยอะๆ คนเข้ามาอ่านเยอะๆ ผมยอมรับว่า มันทำให้ผมมีความสุขมากขึ้น มากซะจนผมหลงทึกทักเอาว่า นั่นคือความสุขที่แท้จริงของการเขียนบลอก แต่วันนี้ ผมเข้าใจแล้วว่า ก็แค่ได้เขียน ก็มีความสุขแล้ว ความสุขจากคอมเม้นต์ และจำนวนคนเข้าชม เป็นเหมือนผลพลอยได้มากกว่า
ต้องขอโทษทุกคนด้วย ที่มาบ่นอะไรหนักๆในเอ็นทรี่นี้ จุดประสงค์หลักของเอ็นทรี่นี้ ผมเขียนเพื่อ เตือนสติตัวเอง บอกตัวเอง ให้ไม่หลงทาง แต่ถ้าหากมันจะช่วยทำให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หรือใครต่อใคร ที่ได้อ่านแล้วฉุกคิด อะไรบางอย่างได้ ผมก็ยินดี ... ที่ลืมเสียมิได้ก็คือ ขอขอบคุณเจ้าของexteen ที่ทำให้ผมได้มาแลกเปลี่ยนเรื่องราวดีๆกับทุกคนในที่นี้ และขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมเยียนบลอกผม ขอบคุณจากใจจริง
เห็นด้วยค่ะ เรา 2 คนก็เขียนบล็อกเพราะอยากเขียน หลายครั้งที่บล็อกเราทะลึ่งตึงตัง บางทีก็หวานหยดย้อย บางครั้งก็ออกแนว "แรง" บางครั้งเขียนยาวเป็นบ้าเป็นหลัง บางทีก็เขียนสั้น 3 บรรทัดจบ แต่ทั้งหมดนั่นคือ "ความสุข" ค่ะ

แต่ก็รู้สึกได้เลยว่าถ้าเกิดขึ้นกับเรา เราเองก็คงรู้สึกไม่ดี
ดีแล้วแหละค่ะที่มีคนยกเรื่องพวกนี้มาพูดให้คนอ่านได้ฉุกคิดขึ้นบ้าง
#1 By [Tikky] My Moment on 2008-02-21 00:03