สิ่งที่ผมหยิบออกมาจากโรงงานฮาร์ดดิสก์
posted on 14 Mar 2008 13:33 by watchi in EDtivities
สัปดาห์ที่แล้ว ผมมีโอกาสติดสอยห้อยตามอาจารย์ที่ปรึกษาไปประชุม ว่าด้วยความร่วมมือ ระหว่าง โรงงาน Seagate และสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มทส ครับ
เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า ทางโรงงานSeagatซึ่งเป็นผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่ โดยมีโรงงานอยู่ที่ อ.โนนสูง จ.โคราชา ได้เชิญอาจารย์ของสำนักวิชาวิทยาศาสตร์เข้าประชุม เพื่อทำความร่วมมือในการพัฒนา "Slider"ของทาง Seagate
ทั้งนี้ เพราะทาง "ทวารสมุทร"
เขาสร้าง Slider ให้กับพนักงานได้เล่นกันอย่างสนุกสนาน โดยไม่ต้องถ่อไปถึงสวนสยาม ให้เมื่อยตุ้ม
x100 ... (หน้าร้อนแบบนี้ เหมาะแก่การออกทะเลดีนักแล ฮี่ๆ)
เข้าเรื่องๆ Slider ก็คือ ส่วนประกอบนึงของฮาร์ดดิสก์ ซึ่งจะทำหน้าที่ "ลอย" อยู่เหนือตัว Plate ของ ฮาร์ดดิสก์ เพื่อใช้ในการอ่าเขียนข้อมูล

(ที่มาภาพ : www.nextproject.net)
ขออธิบายก่อนนะครับว่า Seagate มีโรงงานอยู่ในหลายประเทศ ทั้งในอเมริกา ยุโรป และเอเชีย ซึ่งแต่ละโรงงานก็จะทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป ... โรงงานในประเทศไทยมีอยู่สองที่ คือที่ เทพารักษ์ จ.สมุทรปราการ และที่ อ.โนนสูง จ.โคราชา ... โดยที่โปรเจคท์พัฒนา Slider เนี่ย Seagate ประเทศไทย พึ่งได้รับมอบหมายมา
แล้วทำไมต้องพัฒนาSlider ?
การการทำงานของ Slider ก็คือ จะลอยอยู่เหนือ Media ด้วยระยะห่างคงที่ ราวๆ 5 micron ซึ่งเมื่อไหร่ที่ระยะห่างนี้เปลี่ยนไป จะด้วยการกระเด้าแทก หรืออะไรก็แล้วแต่ ฮาร์ดดิสก์ก็จะเจ๊ง อ่านเขียนอะไรไม่ได้ ใครที่เก็บหนังโป๊ไว้ในนั้น ก็จะไม่สามารถดูได้อีก
... นอกจากการกระแทกแล้ว ถ้ามีสสารอะไรซักอย่าง ที่เล็กกว่า 5 micron ไปแทรกระหว่างกลาง ช่องว่างของ Slider กับตัว Media มันก็จะเกิดอาการที่เรียกว่า Clash คราวนี้ล่ะ ได้ร้องเพลงกันหวานไปเลย Crash ซึ่งก็จะทำให้ ฮาร์ดดิสก์ เจ๊งบ๊งเหมือนกัน ... ด้วยเหตุนี้ ทาง Seagate จึงต้องการลดระยะห่างระหว่าง Slider กับ Media ให้เล็กที่สุด เท่าที่จะเล็กได้ อีกอย่างก็คือ การผลิต ฮาร์ดดิสก์ เป็นอะไรที่เปลืองเทคโนโลยี, เวลา และต้นทุนมาก ทาง Seagate จึงต้องการเทคนิคและองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อใช้ในการผลิต เพื่อให้มีประสิทธิภาพ และประหยัดทั้งเวลาและต้นทุนมากขึ้น
แล้วนักวิชาการ ครู อาจารย์ ไปเกี่ยวอย่างไร?
เกี่ยวมั้กๆ เกี่ยวอย่างยิ่งยวด ... ในการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาซักอย่าง ในวงการพระเครื่องอุตสาหกรรม เขาต้องมีสิ่งที่เรียกว่า "Know-How"เข้ามารองรับ นั่นก็คือ คุณต้องสามารถอธิบายได้ว่า เทคโนโลยีใหม่ที่คุณสร้างขึ้นมา ทำอย่างไร เพื่อนำไปเป็น Pattern ที่เป็นมาตรฐาน ... แต่ก่อนที่จะมี "Know-How" จะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า "Know-Why" นั่นก็คือ คุณจะต้องอธิบายได้ว่า ไอ้สิ่งที่คุณทำน่ะ ทำไมคุณถึงทำอย่างนั้น มีทฤษฎีอะไรมารองรับ ซึ่งในอุตสาหกรรมใหญ่ๆ เขาถือเรื่องนี้มาก ... ไม่ใช่ทำเสร็จแล้วบอกว่าดีอย่างเดียว ต้องบอกให้ได้ว่า ทำอย่างไร ดีอย่างไร และทำไมถึงบอกว่าดี \(* *)/ ฮาเลลูย่า อ้าๆ
ด้วยเหตุนี้ ทาง Seagate หรือ "ทวารสมุทร"
จึงขอความร่วมมือ ในการร่วมพัฒนาองค์ความรู้ จากทางนักวิชาการ ของทาง มทส ทั้งวิศวกรรม และวิทยาศสตร์ เพื่อนำไปเป็น "Know-How" และ "Know-Why" ของการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยอยู่ในรูปแบบ ทั้งโปรเจคท์จริง และงานวิจัย ก็ว่ากันไปตามแต่จะตกลง
สิ่งที่ผมหยิบออกมาจากโรงงานฮาร์ดดิสก์
สิ่งที่ผมหยิบออกมาจากโรงงานฮาร์ดดิสก์ ไม่ใช่ ฮาร์ดดิสก์ เพราะฮาร์ดดิสก์ของผม หยังเหลือที่ว่างใส่หนังโป๊ได้อีกหลายเรื่องอย่างสบายๆ
และต่อให้ผมคิดเลว อยากขโมยอออกมาจริง ก็คงหมดสิทธิ เพราะระบบสแกนโลหะของ Seagate เขี้ยวยิ่งกว่าอะไรดี ... อย่าว่าแต่ ฮาร์ดดิสก์เลยครับ ขนาดผมและอาจารย์จะเดินผ่าน ยังต้องถอดทั้งเข็มขัด(จนกางเกงจะหลุดตูด - -") และรองเท้าที่มีโลหะติดอยู่ อาจารย์ท่านนึง แกถอดทั้งรองเท้า เข็มขัด และลงทุนถอดแหวนแต่งงาน แต่เครื่องมันก็ไม่ยอมให้ผ่านซักที จนมีอาจารย์อีกท่านนึง แซวว่า "สงสัยอาจารย์จะใส่กางเกงในเสริมใยเหล็ก" (กร๊ากกก มุกระดับ รองศาตราจารย์ ดร.
) ... ด้วยเหตุนี้ ผมจึงสรุปได้เลยว่า สาวโรงงานSeagate ไม่ได้ใส่เสื้อใน แบบมีโครงโลหะแหงมๆ
...
สิ่งที่ผมหยิบออกมาจากโรงงานฮาร์ดดิสก์ .... มันคือความรู้ และประสบการณ์ ที่ทำให้ผมรู้ว่า ...
1.ความรู้อย่างเดียวไม่พอ : ในโลกแห่งความเป็นจริง มีแต่ความรู้ทางเทคนิค หรือวิชาการ แต่ ไม่มีหัวทางธุรกิจ ไปไม่รอดหลอกครับ ยกตัวอย่างเจ้าของคนก่อนของ Seagate ... เจ้าของคนก่อน แกจบทางด้านฟิสิกส์มา และก็เป็นคนที่เป็นกันเองกับลูกน้องมากๆ ใครๆก็ชอบแก ... แต่กับงานด้านบริหาร และวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ และอุตสาหกรรม แกสู้คนที่จบมาทางด้าน บริหารการจัดการไม่ได้สุดท้ายแล้ว แกก็ต้องลงจากตำแหน่ง ให้คนอื่นเข้ามาบริหารแทน และก็เป็นผู้บริหารคนใหม่ ซึ่งไม่ได้จบมาทางด้านวิทยาศาสตร์ แต่กลับเป็นคนจัดตั้ง R&D(วิจัยและพัฒนา) ของ Seagate ขึ้นมาด้วยซ้ำ
2.Know-How & Know-Why เป็นสิ่งสำคัญ : อย่าว่าแต่อุตสาหกรรมเลยครับ ในชีวิตจริงของเรา ในการตัดสินใจอะไรที่สำคัญๆ หลายๆครั้ง เราก็ต้องตอบตัวเองให้ได้ ว่า อย่างไร ทำไม? ไม่ยังนั้น งานต่างๆ หรือสิ่งที่เราทำ ก็จะไร้น้ำหนัก ไปโดยปริยาย ยกตัวอย่างนึงของ Seagate ... เวลาอะไหล่ ของเครื่องจักร ตัวนึงชำรุด ทางหัวหน้าฝ่ายวิศวกร ก็ต้องสั่งชิ้นส่วนจากทางต่างประเทศ ถามว่า ในประเทศไทย มีชิ้นส่วนนั้นขายหรือไม่ คำตอบก็คือ มีครับ แต่ทางผู้ผลิตดันตอบไม่ได้ว่า ทำไมถึงผลิตออกมาแบบนั้น แล้วชิ้นส่วนที่คุณผลิต ทำไมมันถึงดี คิดออกป่ะว่า ถ้าเราจะซื้อสินค้่าซักอย่าง แต่คนขายตอบคำถามนี้ของเราไม่ได้ เราจะยังเชื่อถือเขาอยู่หรือไม่?
- เคยไหมครับ เวลาทำงานเสร็จ ได้ผลลัพธ์อย่างดี เอาไปพรีเซนต์ให้อาจารย์ฟัง แล้วอาจารย์ถามคำถาม "ทำไม-อย่างไร" ตู้มเดียว แล้วเราก็แน่นิ่งอยู่อย่างนั้น สุดท้ายอาจารย์ก็ไม่ยอมรับผลงาน ... นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของการขาด Know-How & Know-Why
3.นักวิชาการของไทย : นักวิชาการบ้านเราเนี่ย เก่งไม่เป็นสองรองใครเลยนะครับ แต่น่าเสียดายว่า ยังมีการนำความรู้จากนักวิชาการเก่งๆมาใช้ประโยชน์ไม่ค่อยเยอะเท่าที่ควร ตัวอย่างที่ผู้บริหารโรงงานSeagate เล่าให้ฟังในวันนั้ ก็คือ โฟม ที่ใช้เป็น แพ็กเกจ ห่อ ฮาร์ดดิสก์เนี่ย เราต้องสั่งซื้อมาจากจีนนะครับ ค่าขนส่งแพงกว่าค่าโฟมอีก ... มันน่าเจ็บใจไหม ทั้งๆที่ บ้านเรามีวัตถุดิบ และนักปิโตรเคมีอยู่ในมือ แต่เรากลับไม่สามารถแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในวงการอุตสาหกรรมได้
- ผลงานวิชาการ พอไม่ผูกอยู่กับการใช้งานได้จริง ก็กลายเป็นผลงานขึ้นหิ้ง เอาไว้บูชาอย่างเดียว ... ทำอย่างไร ผลงานและนักวิชาการบ้านเรา ถึงจะถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ผู้ที่เกี่ยวข้อง ถ้าได้อ่านบทความนี้ ก็ช่วยๆไปอัญเชิญนักวิชาการเหล่านั้น มาช่วยงานท่านเถอะครับ ผมว่า นักวิชาการเก่งๆหลายๆท่าน กำลังรองานจริง โปรเจคท์จริง และทุนทรัพย์สนับสนุน จากพวกท่านๆอยู่ ฮูเร \(- -)/
4.เมื่อทฤษฎี และการตลาด คือคู่ขนาน : หลายๆครั้ง เราเคยบ่นสินคาทางเทคโนโลยีว่ามันห่วย ทั้งๆที่มันน่าจะดีได้มากกว่านั้นรึปล่าวครับ ... เชื่อเถอะว่า ส่วนใหญ่แล้ว ปัญหาเหล่านั้น หน่วย R&D ของผู้ผลิตค้นพบเกือบทั้งหมดแหละ และก็รู้วิธีแก้ปัญหาด้วย!!! ... แล้วทำไม ไม่เอาออกมาขายล่ะ? คำตอบก็คือ ถ้าเอาออกมาขาย แล้ว คนขาย ยินดีจะรับมาขายหรือไม่ เพราะสินค้าดีขึ้น เทคโนโลยีการผลิตก็สูงขึ้น แพงขึ้น พอเดินไปบอกราคาตัวแทนจำหน่ายแล้วเขาส่ายหน้า ด้วยกลัวว่าจะขายไม่ออก ในบางที สินค้าที่ปล่อยออกมา ก็เลยไม่ใช่สินค้าที่ดีที่สุด เท่าที่ผู้ผลิตจะสามารถผลิตได้ ... ดังนั้น เวลาซื้อสินค้าพวกนี้ ในขณะที่กำลังมองหาสินค้าเกรดสอง ราคาถูก เวลามันพัง ก็อย่าบ่นให้มากนะครับ แอบๆบ่นคนเดียวจะดีกว่า
- B1 : ม่างเอ๊ย แบตมือถือ ซื้อมาใช้อาทิตย์เดียวก็เจ๊งซะละ
- B2 : เฮ้ย ปกติมันใช้ได้นาน เป็นเดือนเป็นปี เลยนะ
- B1 : เออ นั่นดิ พอกันที ยี่ห้อนี้ เอาเปรียบผู้บริโภค Ship-Hide
- B2 : ยี่ห้อไรวะ กูจะได้ไมต้องซื้อ
- B1 : ยี่ห้อ ตือโป๊ยก่าย นำเข้าจากจีนแดง
- ฺB2 :
x 100


ก็ถือว่า ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ จากการนั่งฟัง อาจารย์นักวิชาการตัวเป้งของแต่ละสาขาประชุมกับผู้บริหาร และหัวหน้าวิศวกรของSeagate ... ทุกท่านล้วนมีประสบการณ์และความรู้ ที่ทำให้ผมได้ไอเดีย และแนวคิดใหม่ๆกันทุกท่าน นับว่าโชคดีจริงๆที่ผมได้ไปสลอนในครานี้
หมายเห็ด - ผมแอบประทับใจ ตอนที่คณบดีแนะนำอาจารย์แต่ละท่านให้ผู้บริหาร Segateฟัง แนะนำมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงผม ท่านก็ยังอุตส่าห์รู้จักชื่อ และสาขาวิชาที่ผมเรียนได้อย่างถูกต้อง ... คนจะเป็นผู้บริหาร เค้าช่างสนใจเก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยๆได้อย่างละเอียด รอบคอบ อย่างนี้นี่เอง (ทั้งๆที่แกพูดก็ได้ว่า "เฮ้ย บักหนวดนี่ใครวะ"
)
หมายเห็ด - ร้อนจนตับแลบ น้ำประปา ก็มาบ้างไม่มาบ้าง น้ำก็ไม่ได้อาบ ผ้าก็ไม่ได้ซัก
ดูแลสุขภาพ(จิต)ด้วยนะครับ/ด้วยรักจากใจพี่ed
(ฮี่ๆ แอ๊บของชาวบ้านเขามาใช้ ฮี่ๆฮี่ๆ หน้ามึน
)
ขอให้การพัฒนาสไลเดอร์ ส่วนเล็กๆ แต่สำคัญของฮาร์ดดิสก์ ประสบความสำเร็จในทางที่ดีครับ สาธุ
ประจำล่ะ เวลาทำโครงงานส่งอ.
หลังจากอุตส่าห์คิดเรื่องที่จะทำได้แล้ว
ก็มานั่งคิดหัวแถบแตกอีกกลับคำถามที่ว่า
"ทำไมถึงเลือกทำเรื่องนี้"
...ก็อยากทำอ่ะ...ตอบงี้คงโดนตบ
ก็มันง่ายนี่เคอะ ข้อมูลมีเต็มมือแล้ว...ตอบงี้ก็กลัวจะติดลบ
เฮ้อ~
#1 By rasia ปลาทองนอกอ่าง on 2008-03-14 18:15