ด้วยรักและกลิ่นตด
posted on 11 Apr 2008 18:09 by watchi in appliED-Math, EDtivities, side-ED-log"ความรักก็คล้ายๆกับเข้าส้วม แรกๆที่เราเข้าไปหามัน เราจะได้กลิ่ตลบอบอวน คละคลุ้งไปหมด ,,, แต่พออยู่ไปนานๆ เราก็จะเริ่มชินกับกลิ่น และเหมือนกับว่ากลิ่นนั้นมันจางหายไป ทั้งๆที่กลิ่นนั้นมันก็ยังคงมีอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละ เราจะสามารถรับรู้กลิ่นนั้นได้อีกครั้ง ก็ต่อเมื่อ เราออกมาจากห้องส้วม และกลับเข้าไปหามันใหม่"
นี่คือข้อความอันทราบซึ้ง ตรึงรูขี้ ที่ผมเคยอ่านเจอในหนังสือการ์ตูนขายหัวเราะ (* *") [ต้นฉบับโดยคุณโน้สอุดม : ขอบคุณnana สำหรับข้อมูลครับ]
คนเราบางที กับการที่เราอยู่กับสิ่งๆหนึ่งเป็นเวลานาน เราก็อาจจะเคยชินกับสิ่งๆนั้น จนลืมไปเลยว่า สิ่งนั้นเป็นสิงมีค่า และสำคัญกับชีวิตเรา ก็จนกว่า สิ่งนั้นได้ผ่านพ้นไปนู่นแหละครับ ถึงจะสำเหนียกนึกระลึกได้ว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งมีค่า ถ้าเกิดว่า มีโอกาสได้ย้อนกลับไปหา ก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้ามันสายไป ต่อให้ฟูมฟายร้องไห้ จนน้ำตาไหลเป็นแม่น้ำโขง แต่มันก็คงจะป่วยการ
เคยถามตัวเองรึเปล่าครับ ว่าทำไม เราถึงต้องโทรหาแฟนเช้าถึง เย็นถึง จนเคยถามตัวเองว่า "นี่ตกลงวันนึงๆ กูต้องใช้เวลากับโทรแสบมากมายขนาดนี้เลยเหรอวะ?" แต่ทำไมกับพ่อแม่ บางคนก็ไม่ได้โทรทุกวัน หรือต่อให้โทรทุกวัน ก็ไม่ได้คุยนานเป็นวรรคเป็นเวรกันถึงขนาดนั้น
นั่นมันก็คงเป็นเพราะ ความเคยชิน และความมั่นใจ
ทุกคนรักพ่อแม่ แต่ความรักแบบที่ว่านี้ เราได้รับมาตั้งแต่เกิดจนเคยชินซะจนมองข้ามไป และเรามั่นใจว่า ยังไงๆ พ่อแม่ จะไม่มีวันที่จะหยุดรักเราเป็นอันขาด
ตรงกันข้ามกับความรักแบบหนุ่มสาว ที่เรามาได้รับเอาเมื่อตอนโต มันใหม่กว่า และเป็นความรักที่เราไม่มั่นใจ จึงดูเหมือนกับว่า เราให้ความสำคัญกับมันมากกว่าความรักจากพ่อแม่
วันนี้ ผมมาอารมณ์ไหน? ก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ก็แค่ ตอนนี้น้องสาวมีปัญหากับแฟน เราในฐานะพี่ชายก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ,,, เด็กสมัยนี้(พูดยังกะตัวเองอายุสี่สิบ - -") ช่างมีความอดทนต่อความผิดหวังต่อความรักได้ต่ำซะเหลือเกิน อาจเป็นเพราะ ทุกอย่างมันช่างสะดวกสบาย อยากโทรหากันก็มีโทรศัพท์กริ๊งกร๊าง อยากติดต่อกันก็ออนไลน์คุย อยากเห็นหน้ากันการเดินทางก็สะดวกสบาย ความทันสมัยและเทคโนโลยี สอนให้พวกเรามีความอดทนต่ำ เมื่อเจอกับความผิดหวัง จิตใจจึงไม่สามารถต้านทานต่อสิ่งเหล่านี้ได้
แอร๊ยยย กลับสู่โหมดปกติโดยด่วน แฮ่ๆ
จั่วหัวไปเกี่ยวกับตด ก็เลยนึกได้ว่า มีเรื่องที่ยังติดค้างเพื่อนพี่น้องอย่เรื่องนึง นั่นก็คือ ยังไม่ได้เฉลยว่า ประโยคจากตัวอย่างไหน ในเอ็นถี่ "ซตพ." เป็นประโยคที่เป็น "แกะดำ" ไม่สามารถนำมาพิสูจน์ได้ด้วยประการทั้งปวง
จากการดูการแสดงความคิดถึง มีข้อความที่ผ่านเข้ารอบ สองข้อความได้แก่
-
"ตดเหม็น"
-
"ถ้ารักแล้วย่อมเคยคิดถึง"
ก่อนไปดูเฉลย เรามาดูคำตอบสุโก้ยๆของผู้ร่วมสนุกกันก่อน
|
ผมคิดว่าไอ้ ตด นี่ แหละ ที่ผิด เหมือนมันจะไม่เกี่ยวกะคนิดแสด แต่อธิบายอย่างนี้ได้ว่า ตื่นเช้ามา ตดเหม็นเพราะมันเป็นตดหัวขี้ เนื่องจากมีการสะสมกากอาหารของเมื่อคืน ตดออกมาเลยเหม็น แต่พอขี่แล้ว (กรณีขี้สุด) ตดก็ไม่เหม็น เพราะเราได้ปล่อยกากอาหารซึ่งเป็นที่อยู่ของแบคทีเรีย ตดจึงไม่เหม็น แต่พอกินข้าวเที่ยงไป รอประมานบ่ายสาม ตดจะเริ่มเหม็น เนื่องจากกากอาหารในตอนเที่ยงเริ่มลงมาที่ลำไส้ใหญ่ By Under Constuctive Man |
|
ขอตอบว่า "ตดเหม็น"ครับ(แต่ยกมาใช้2ครั้งแฮะ) เพราะไม่มีการพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนที่สุด แถมยังมีการไปอ้างทฤษฎีบทจากไหนก็ไม่รู้ แล้วยังโยนให้ คุณหมอโรคจิต อีกตะหาก 555(ซึ่งผิดหลักการพิสูจน์ เพราะยังไม่รู้ว่าคุณหมอโรคจิตพิสูจน์ทฤษฎีบทนั้นได้มั้ย) สรุปว่า ผมขอตอบว่า"ตดเหม็น"ไม่สามารถนำมาใช้เป็นตัวอย่างได้ เป็นคำตอบสุดท้ายครับ By SkyKiD |
|
ตัวอย่างที่"ถ้ารักแล้วย่อมเคยคิดถึง"คะ By be-gift |
และคำตอบก็คือ ก็คือ แล่ะก็ แล่ะก็ กิ๊โมจิ๊ อิปิ๊ อิปิ๊ ... "ถ้ารักแล้วย่อมเคยคิดถึง" ครับท่าน นั่นก็เพราะ "ปรากฏการณ์หลายอย่างในโลกอาจจะแทนด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ได้ แต่ต้องไม่ใช่ สิ่งที่เรียกกันว่า ... ความรัก " (ให้เวลาไปหากระโถน มาถุยย์น้ำลาย)
หมายเห็ด - เอ็นถี่ที่เกี่ยวข้อง "สมการทางคณิตแสดดดของความรัก"
ส่วนทำไม "ตดเหม็น" จึงไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง นั่นก็เพราะ ถ้าสังเกตดีๆ ผมตั้ง "การย่อยอาหารของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น" เป็นข้อตกลงของการพิสูจน์ในครั้งนี้ ดังนั้นจึงเป็นประพจน์(Proposition) ที่มีศักดิ์เท่ากับ สัจนิรันดร์(Tautology) เราจึงไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ แต่สามารถนำมาใช้งานและอ้างอิงในการพิสูจน์ได้เลย ซึ่งจากข้อมูลที่เรามี เราสามารถนำข้อมูลที่เรามีอยู่ อ้างอิงในการพิสูจน์ได้ว่า "ตดเหม็น" จริง (ใครไม่เชื่อ เอาจมูกไปจ่อตูดคนที่กำลังจะตดดูได้)
เอวังเรื่อง ความรักกับขี้และตด ด้วยประการฉะนี้แล
อ๊ะ เดี๋ยวๆๆ ขอทิ้งท้ายด้วยการตอบคำถามสุดยิดจากเอ็นถี่เดียวกัน
| เอ๊ะ! ตดคือ ลมที่ออกมาทางก้นใช่มะ แล้วถ้าเปลี่ยนการทดลองเป็น การอัดลมเข้าไปทางก้น แล้วค่อยใช้กำลังกล้ามเนื้อบีบมันออกมาอีกที จงตอบคำถามต่อไปนี้
1)ลมชนิดนี้ เรียกว่า "ตด" ได้หรือไม่ By nork |
ตอบ1) : แล้วแต่ว่าเราจะนิยามตดไว้ว่าอย่างไรครับ ถ้าเรานิยามว่า ตดคือลมที่ต้องเกิดขึ้นจากกระบวนการทางร่างกายเท่านั้น ลมที่คุณnork ยกตัวอย่างก็ไม่ใช่ตด แต่ถ้านิยามแค่ว่า ตดคือลมที่พ่นออกทางตูด ลมที่คุณnork ยกตัวอย่างมา ก็คือตด สรุปแล้ว ก็แล้วแต่ Definition ที่เราตกลงกันว่า เรากำลังพูดบนระบบอะไรอยู่ แต่ถ้าจะให้ผมให้คำจำกัดความ ของอีลมที่คุณnorkกล่าวมา ผมขอเรียกมันว่า "Psuedo Ass hole Air" หรือ "ลมดากส์เทียม"
ตอบ2) : ลมตามการทดลองของคุณหนอก(อ่านงี้รึปล่าวครับ - -*) มีสิทธิเหม็นแน่นอนครับ ดีไม่ดี มันจะพาลทำให้ตูดพ่นเอาของเหลวอันอุดมด้วยต้นผักชีและข้าวโพดออ่อนออกมาด้วยน่ะสิครับ โอ้กกก
ตอบ3) : ถ้าอัดลมเข้าตูดจนผ่านออกมาทางปากได้ ไม่ต้องคิดว่ามันจะเป็นกลิ่นเรอ รึกลิ่นตดหรอกครับ มันคงเป็นกลิ่นศพมากกว่า เพราะไอ้คนโดนอัด คงตายตั้งแต่ลมอยู่แถวๆกระเพาะอาหารแล้ว (*..*)
เอ็นถี่นี้ ยิ่งอึ๊บ ยิ่งปวดตด โอ๊ว เอ็นถี่หน้าเจอกันใหม่ สำบายดีมีแฮง พ่อแม่พี่น้อง ปู้ดดดด
หมายเห็ด - ณ เวลาที่กำลังจะกดปุ่มพับบลิช น้องสาวผม ได้เลิกกับแฟนคนเดิม และไปคบกับแฟนคนใหม่เรียบร้อยแล้ว ,,, คนเราถ้าจะมีความรักแบบผาดโผน ก็เตรียมทำใจตอนที่แหกโค้งด้วยก็แล้วกัน ขอให้ความรักจงเจริญ สวัสดี ฯ
:P
#1 By Zomme on 2008-04-11 18:47