เพื่อนสนิท และชีวิตมหาลัย
posted on 21 May 2008 10:17 by watchi in side-ED-logสืบเนื่องมากจาก การได้รับแถก เพื่อนสนิท จากน้อง SuBBatH และจากการเข้าไปอ่านกระทู้ เล่าเรื่องชีวิตในมหาลัย ในเว็บบอร์ดของexteen จึงเกิดความรู้สึกอยากจะระลึกความหลัง ตามประสาผู้ชายวัยเบญจเพส สักนิด สักหน่อย
ก่อนอื่น ตอบแถก เพื่อนสนิทก่อน ไปดูว่าเพื่อนสนิทของผมเป็นใครบ้าง
นี่ก็เป็นภาำพ desktop background ที่เพื่อนผมคนนึงทำแจกเพื่อนๆก่อนจบปี 4
ถ้าจะให้ชัดๆอีกที เพื่อนสนิทของผมก็คือกลุ่มเพื่อนสัมยเรียนป.ตรี นั่นเอง ,,, คนเหล่านี้มีส่วนที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ และรู้จักกับตัวเอง ,,, ยอมรับในสิ่งที่ผมเป็น และก็ช่วยเหลือผมในหลายๆครั้ง ผมจึงรู้สึกว่า ช่วงชีวิตป.ตรีของผม คือหนึ่งในช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดสำหรับชีวิตของผม
จะว่าไป ชีวิตป.ตรีของผม มันก็เจอช่วงผันผวน หัวเลี้ยวหัวต่ออยู่หลายครั้ง ... ยังไม่เคยมองย้อนกลับไปจริงๆจังเลยซักที มาวันนี้จะขอเล่านิทานให้ฟัง
ปีหนึ่ง : ก็ตามประสาเด็กปีหนึ่ง ที่ท่านพบได้ตามร้านขายยาทัั่วไปนั่นแหละครับ นั่นก็คือ ทำไรก็กลัวนู่นกลัวนี่ ประสาทแดกไปซะทุกอย่าง ,,, แต่ผมก็ยังโชคดีหน่อย ที่ได้เล่นกีฬาฟตบอลเฟรชชี่ให้คณะ ทำให้ได้รู้จักรุ่นพี่และเพื่อนต่างภาควิชาพอสมควร(เล่นกีฬา ได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด จริงๆนะ =A=) ,,, ความผิดมหันต์อย่างนึงของผมก็คือ การขังตัวเองแต่อยู่กับหอ นั่นก็คือ เรียนเสร็จปุ๊บ ก็ไปเฝ้าหอ เป็นผีหอยังไงยังงั้น ซึ่งข้อเสียข้อนี้ มันทำให้เราสังคมแคบ กิจกรรมเขาทำอะไร ก็ไม่ได้รู้ฟ้ารู้ดินกับเขาซักอย่าง ,,, มันส่งผลกระทบไปถึงเรื่องการเรียนด้วย ,,, วิชาไหนไม่รู้เรื่อง ก็ต้องนั่งควายอยู่ยังงั้น เพราะเราไม่สนิทกับเพื่อนที่ภาควิชาคนอื่นๆเลย ,,, จนสุดท้าย แทบกระอัก จนเกือบจะต้องซิ่วไปเอ็นท์ใหม่ เพราะรู้สึกว่ามันไม่ใช่อ่ะกิ๊บ ,,, แต่ความรู้สึกอยากจะเอ็นท์ใหม่ ก็ต้องเลิกล้มไป เมื่อคิดถึงค่าใช้จ่ายเยอะแยะ ที่ต้องเสียไปฟรีๆ ,,,
อ้อ! ปีหนึ่งนี้ ได้แดกเหล้าเป็นครั้งแรกในชีวิตด้วยนะครับ(ภูมิใจคอดๆ =..=') แต่สงสัย ร่างกายผม คงไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อการนี้ กินเหล้าที แฮ้งค์ไปสามวัน สุดท้ายก็ต้อง Just Say No เลิกเหล้า เลิกจน หันมากินเบียร์แทน (ทุ้ยยยยยย) แต่ก็อย่างที่บอก ร่างกายผม ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อรับแอลกอฮอล์ ต่อให้เป็นเบียร์ กิินไปแค่ขวดเดียว ก็หงายเก๋งแล้วครับท่าน =w=)
ปีสอง : ปีนี้ ผมเลิกเป็นผีหอแล้วครับ แล้วหันมาเป็นผีห้องภาคฯแทน ,,, ห้องภาคฯ คืออะไร? ห้องภาคคือห้องพักนักศึกษาที่ผมและเพื่อนๆจะเอาคอมมาไว้ และใช้เน็ทเพื่อทำงาน เล่นเกมส์ สูบหนังโป๊ หาโปรแกรมเถื่อน โหลดmp3 ลอกการบ้าน สะระตะความชั่วร้าย ha! ,,, แต่ข้อดีของมันสำหรับผมก็คือ ผมได้ใกล้ชิดเพื่อนๆที่ภาควิชามากขึ้น ไดุ้งุงิเวลามีปัญหาเกี่ยวกับคอม ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาซอกดากอะไร ลึกหลืบขนาดไหน ผมก็ถามมันหมดนั่นแหละครับ ,,, การได้พูดคุย และก็ถามไถ่เพื่อนที่มีความรู้เนี่ย มันมีผลต่อสกิลเราเป็นอย่างมากเลยนะครับ ,,, เปรียบเทียบกับตอนปีหนึ่ง ที่ผมเอาแต่อยู่ที่หอ ซึ่งตอนนั้น ไม่รู้ห่านรู้หงส์อะไรเลยสักนิด ,,,, จุดแข็งของการเรียนมหาลัย ในเวลาที่เราก่งก๊ง ก็คือเพื่อนเก่งๆนี่แหละครับ ,,,
อย่าลืม! อย่ารับอย่างเดียว ถ้าคุณมีความรู้ที่พอจะแลกเปลี่ยนได้บ้าง ก็เอาไปแชร์ซะ อย่าทำตัวเป็นพวก "เรามี เราซุ่ม เราภูมิใจ" เพราะสุดท้าย คุณจะกลายเป็นคนไม่มีใครคบ ,,, และในที่สุด ผมก็จบปีสอง ด้วยเกรดที่ดีขึ้น แต่นั่นมันก็ไม่สำคัญเท่ากับการที่ผมมีทัศนคติที่ดีกับชีวิตมหาลัยมากขึ้น
คำพูดโคตรแรงบันดาลใจ : "ชีวิตคนเรา ถ้ามีอายุถึงร้อยปี
เราจะมีเวลาใช้ชีวิตแค่3หมื่นกว่าวัน แล้วตอนนี้เราอายุกี่ปี
เราเหลือเวลาอีกกี่วัน ที่สำคัญเราจะมีเวลาไปถึง3หมื่นกว่าวันหรือเปล่า
ถ้าอยากทำอะไรรีบทำ ก่อนที่จะไม่ได้ทำ" (โดย อาจารย์ที่ปรึกษาผมเอง)
ปีสาม : เป็นปีที่ผมมันส์กับชีวิตมหาลัยมาก เพราะมีกิจกรรมผ่านเข้ามาให้ทำแบบไม่ขาดสาย ,,, การได้ทำกิจกรรม มันดีตรงที่ มันท้าทายกึ๋นในการแก้ปัญหาของเรา ,,, ปัญหาบางอย่าง มันอาจจะงี่เง่าเต่าถุยจนไม่คิดว่าจะเจอ แต่เราก็ต้องแก้มัน ,,, ที่สำคัญอีกอย่างคือ การได้สุมหัว ระดมสมองกับเพื่อนๆ งานใหญ่ๆ ต่อให้คุณเก่งแค่ไหน เชื่อผมเหอะ ทำคนเดียวเอาไม่อยู่หรอก คุณต้องการการสนับสนุนจากเพื่อน ทั้งแรงกาย และก็กำลังสมอง ,,, ผมกับเพื่อนๆ เมามันส์กับการทำกิจกรรม ทั้งภายในภาควิชา และก็การออกค่าย ถึงหลายๆครั้ง จะกลับมาด้วยสภาพศพเดินได้ แต่มองย้อนกลับไป มันก็ชวนให้ภูมิใจทุกครั้ง
ไปฝึกงาน : ช่วงปิดซัมเมอรืก่อนขึ้นปีสี่ ตามหลักสูตรของภาควิชา พวกผมจะต้องหาที่ฝึกงาน ,,, ผมเลือกบริษัทในบางกออก เพราะว่า ... อยากเที่ยว ผมเป็นคนกลัวบางกออกขึ้นสมอง ตามประสาหนุ่้มบ้านนอกหน้ามนคนซื่อ =..=) ผมจึงเชื่อว่า ท่ามกลางเมืองที่สับสน ผู้คนวกวนเช่นบางกอก ก็คงจะทำให้ผมได้เปิดหูเปิดตาอะไรๆหลายๆอย่าง ซึ่งอย่างน้อย เมื่อฝึกงานเสร็จ ถึงผมจะไม่ได้ความรู้เชิงเทคนิคกลับมามากมาย(ซึ่งผมก็ไม่ได้หวังแต่แรก) แต่ผมก็ขึ้นรถเมล์, รถBTS, รถไฟฟ้าใต้ดิน เป็น และได้รู้ว่า ของที่จตุจักรจ๊าบมากมายเลย (ถ้ามีโอกาสไปบางกอก ก็จะแวะไปอีก)
ปีสี่ : /อ่าว ปีสี่แล้วเหรอวะเนี่ย เร็วจัง ปีสุดท้ายแล้วครับ ปีนี้ แก่แล้ว มองย้อนกลับไปในช่วงที่ผ่านมา มันเร็วไวยิ่งกว่าตดระเหย ,,, ในปีนี้ ก็ต้องรับผิดชอบซีเนียร์โปรเจคท์ของตัวเองให้เสร็จ(ไม่งั้นไม่จบ) แต่กระนั้น ก็โดนโรคอู้ เล่นงานไปแทบกระอักเหมือนกัน(ไฟไม่ลนตูด งานก็ไม่เดิน เวรจริงๆ) ,,, และแน่นอนสำหรับคนเรียนปีสี่ ก็คือ เกิดอาการจิตตก กลัวไม่มีงานทำ หรือ กลัวได้งานไม่โดนใจ ,,, แต่เชื่อเถอะครับว่า งานมีให้เสมอ สำหรับคน ไม่เกี่ยงงาน ,,, จากไอ้ที่กังวลๆกัน ผมก็เห็นได้งานทำกันทุกคน ,,, ส่วนผมนั้น ก็เลือกเดินมาอีกทาง(ทำไมไม่รู้ T..T) แต่ก็นั่นแหละ ท้ายเมื่อถึงทางแยกของชีวิต คนเรา มันก็ต้องตัดสินใจเลือกไปตามทางที่เหมาะตูดที่สุดนั่นแหละครับ จริงไหม?
... ... ...
ผมขอเตือนคนที่กำลังจะเข้าปีหนึ่งไว้เลยว่า ชีวิตมหาลัย ไม่ได้ยาวนานอย่างที่คิด มันสั้นๆ แป๊บเดียว ,,, พยายามเก็บเลเวล อัพสกิลในช่วงชีวิตมหาลัยให้มากที่สุด เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะมันเป็นช่วงที่คุณยังเด็กพอ ที่จะมีไฟในการเรียนรู้ ,,,, มันเป็นช่วงที่คุณยังเด็กพอ ที่จะยังไม่ต้องรับผิดชอบอะไรที่มันหนักหนาสาโหดเกินไปนัก ,,,, มันเป็นช่วงที่คุณยังเด็กพอ ที่จะสามารถแบมือขอเงินจากพ่อแม่โดยไม่กระดากใจนัก ,,, แต่มันก็เป็นช่วงที่คุณโตพอ ที่จะสามารถคิดเอง และทำอะไรเองได้ ,,, มันเป็นช่วงที่คุณโตพอ ที่จะมีคนไว้เนื้อเชื่อใจ หยิบยื่นโอกาสดีๆมาให้คุณ ,,, และมันเป็นช่วงที่คุณโตพอ ที่จะสามารถกำหนดทางเลือกในอนาคตของตัวคณเอง ว่าคณ จะเดินไปในทิศทางใด ,,, เชื่อสิ นี่คือหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิต เก็บเกี่ยวมันไว้ เก็บเกี่ยวมันไว้ เก็บเกี่ยวมันไว้ เก็บเกี่ยวมันไว้ เก็บเกี่ยวมันไว้....
เอ็นถี่ที่เกี่ยวข้อง : อดีตว่าที่โปรแกรมเมอร์ที่อยากเป็นครู(ที่ดี)
ของแถม : ปิดท้ายเอ็นถี่ด้วยหนึ่งในคลิปที่ผมชอบที่สุด เพราะ เป็นคลิปที่ผมสามารถหลอกเพื่อนๆให้มาบ้าร่วมกับผมได้สำเร็จตั้งหลายคนแน่ะ
คติวันนี้ : คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล คบคนชอบกล คนชอบกลก็พารั่ว เช่นนี้แล
/เย่ เคลียร์แถกเสร็จสิ้น แฮ่กๆ
ได้ยินคำว่าซีเนียร์โปรเจกต์แล้วสะดุ้ง นั่งปั่นอยู่เลยเนี่ย
(ชีวิตปี4กับการอู้ 555)
สิ่งที่ทำพลาดก็เยอะ
แต่อยากย้อนเวลาไปทำสิ่งที่
ไม่ได้ทำมากกว่าแข้ไขสิ่งที่ทำผิดไป
ในใจลุงคิดแบบนี้นะ
#1 By देवता on 2008-05-21 12:47