กร๊าฟผม (*~*)v
posted on 19 Jun 2008 00:45 by watchi in appliED-Math1
ตอนเรียนวิชาฟิสิกส์ จะมีข้อสอบบางข้อ ที่ต้องวาดกราฟประกอบการตอบด้วย ผมกับเพื่อนอีกคนนึงซึ่งไม่ถนัด(เรียกง่ายๆว่า โง่ว์)วิชาฟิสิกส์พอๆกัน นั่งปรึกษากันว่า กราฟมันมีตั้งหลายกราฟทำไงถึงจะจำได้หมดฟะ ,,, ในขณะที่กำลังหน้าดำคร่ำเครียดกันอยู่นั้น เพื่อนผมมันก็หล่นความคิดพุทธไอเดียสุดบรรเจิดว่า
เพื่อน : ถ้ากูจำกราฟไม่ได้กูก็จะวาดรูปเป็ดส่งว่ะ
ed : 
เพื่อน : กูจะเขียนบอกอาจารย์ด้วยว่า นี่ไงครับกร๊าฟของผม ,,, เป็ดร้อง กร๊าฟๆ
ed :
x100
... ... ...
2
พอดีว่า ในเอ็นถี่ ดำๆ ขาวๆ สาวหมวย มีคนทิ้งความคิดถึงไว้ว่า เวลาปรับความสว่างของภาพ หลายๆคนก็ใช้ curve ปรับ ,,, ผมก็เลยลองเอามาเล่นดู บวกกับพึ่งไปลาวโดดเอกสารที่เกี่ยวกับเรื่องนี้มาพอดี ก็เลยมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังครับ ,,,
การใช้ Curve ปรับนั้น ก็คือการนำค่าของสีในภาพมาผ่านการเข้าฟังก์ชันตามเส้นกราฟเส้นโค้ง(Curve)ที่เราปรับนั่นเอง ,,, เพื่อให้เข้าใจง่าย ผมขอนำนังติ๊กมาเป็นนางแบบกิตตมศักดิ์อีกครั้งก็แล้วกันครับ โดยโปรแกรมที่ใช้ช่วยอธิบายก็โฟโต้ฉ็อพเจ้าเก่าที่เรารู้จักกันดี
นี่คือภาพต้นฉบับ
และเพื่อให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจน ผมขอปรับเป็นภาพแบบ Gray Scale (เมนู Image>Mode>Grayscale) ,,, หลังจากนั้น ถ้าจะใช้ลูกเล่นของ Curve ก็เข้าไปที่เมนู Image>Adjustments>Curve
ถ้าเรายังไม่ได้ทำอะไรเลย สังเกตว่า กราฟจะเป็นกราฟเส้นตรง ฟังก์ชั่นของมันก็คือ
f(x) = x
โดยที่ x ก็คือค่าสีในแต่ละPixel ซึ่งแน่นอนว่า ฟังก์ชันนี้ มันก็คือฟังก์ชันที่ผลลัพธ์เท่ากับตัวมันเอง(ฟังก์ชันเอกลักษณ์์) ซึ่งผลที่ได้ ก็คือภาพต้นฉบับของมัน หรือไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
... ... ...
ที่นี้ ผมอยากจะแกล้งนังติ๊ก โดยใช้กำลัง
,,, ผมจะปรับกราฟให้คล้ายกับกราฟของฟังก์ชันเลขยกกำลัง(Power-Law Function) ซึ่งเขียนอยู่ในรูป
f(x) = xr
กราฟจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับตัวแปร r ที่ถูกกำหนดขึ้น ...
กรณีแรก ถ้า r=1 เราก็จะได้ฟังก์ชัน f(x) = x ซึ่งหมายถึงฟังก์ชันเอกลักษณ์แบบข้างบน
กรณีที่สอง ถ้า r>1 ลักษณะกราฟจะเป็นกราฟแบบหงายเงิบป่างหง่าง(หงายเงิบป่างหง่าง is a ภาษาอิสาน แปลว่า หงายคอดๆ) ซึ่งค่าสีที่มีค่าต่ำ(สีมืด) ก็จะถูกบีบใหมีความชันน้อยๆ และค่าสีที่มีค่าสูง(สีสว่าง)ก็จะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ กราฟลักษณะนี้ จึงเหมาะสำหรับความต้องการที่อยากจะทำให้ภาพสว่างขึ้น เหมือนกับ ติ๊ก หน้าเจิด ดังภาพต่อไปนี้
กรณีที่สาม ถ้า r<1 ลักษณะก็จะเป็นกราฟเขียวคว่ำเช้า กราฟขาวคว่ำค่ำ *..*") ,,, แฮ่ๆ หลายคนคงเดาออกใช่ไหมครับว่า กราฟคว่ำ ลักษณะและผลลัพธ์ของมัน ก็ควรจะตรงข้ามกับกราฟหงาย นั่นก็คือ ค่าบริเวณที่ค่าสีมีค่าต่ำ(สีมืด) กราฟจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ,,,ส่วนบริเวณที่มีค่าสีสูงๆ(สีสว่าง)กราฟก็จะถูกบีบให้มีความชันน้อยๆ กราฟลักษณะนี้ จึงเหมาะกับความต้องการที่อยากจะทำให้ภาพมืดลง เช่นภาพ ติ๊ก หน้ามืด ดังต่อไปนี้
... ... ...
สุดท้าย ที่ผมอยากลองแกล้งนังติ๊กอีกแบบนึงก็คือ ฟังก์ชันค่าแบ่ง (Thresholding Function) ,,, ซึ่งเอาไว้ทำภาพขาว-ดำ(อารมณ์ประมาณภาพลอกลายสกรีน หรือสติ๊กเกอร์)
ยกตัวอย่างแบบเป็นรูปธรรมขึ้นมาหน่อยก็คือ สมมติผมเลือกค่าสีที่จะเอามาแบ่งขาวกับดำอยู่ที่ค่าสีประมาณ 150 และผลที่ได้ก็คือ ถ้าPixelไหน ค่าสีมีค่าน้อยกว่า 150 Pixelนั้น ก็จะถูกปรับเป็นสีดำ... และถ้าPixelไหน มีค่าสีตั้งแต่ 150 ขึ้นไป ก็จะถูกปรับเป็นสีขาว ดังเช่น ติ๊ก เพื่อชีวิต แบบภาพต่อไปนี้
ภาพที่มีเพียงสองสีแบบนี้ เรียกว่า Binary Image ครับ เพราะการเก็บข้อมูลภาพ จะเก็บค่าสีเป็น 0 กับ 1 โดยให้ 0 แทนสีดำ และ 1 แทนสีขาว ฟังก์ชันการแปลงภาพ จึงออกมาเป็นฟังก์ชันแบบมีเงื่อนไข
f(x) = 0 ถ้า x<m ,
f(x) = 1 ถ้า x>m หรือ x = m
เมื่อ m คือค่าแบ่ง ที่เราเลือก
... ... ...
เล่นไปเล่นมาชักเบลอๆ ไงชอบกล เอาเป็นว่า ลองผูกปัญหาและสิ่งต่างๆที่พบเห็นใกล้ๆตัว กับคณิตแสดดด ก็จะทำให้เราเข้าใจอะไรต่างๆได้ดียิ่งขึ้น เพราะต้นตอของคณิตศาสตร์ก็คือ ภาษาที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่ออธิบายสิ่งต่างๆรอบตัวนั่นเอง เงง เงง คร่อก....
/อึ๊บบล็อกตอนดึกๆ นี่มันมึนๆชอบกลแฮะ *3*) {นอนหลับฝันดี เห็นหมีตัวโต กร๊าฟฟฟ งุงิ)
curve นี่แมนวลกว่า level เยอะแฮะ เพราะปรับฟังก์ชั่นโดยตรงเลย
#1 By KaTTo-+tOdA on 2008-06-19 02:14