คำนวณง่ายๆ แต่อธิบายเนื้อยเหนื่อย
posted on 29 Aug 2008 12:34 by watchi in appliED-Mathปัญหาซอกดากส์ และซากอ้อย อันนึงของคนสอนคณิตแสดดดก็คือ เรื่องพื้นฐานของเด็กครับ ,,, เด็กแต่ละคนมีพื้นฐานด้านคณิตแสดดดที่แตกต่างกันออกไป ทำให้บางครั้ง เราต้องกัดฟันปูพื้นฐานเหล่านั้นให้เสียใหม่(ไม่งั้น เด็กก็จะไม่รอด) ,,, ซึ่งมันเป็นอะไรที่ทรมานมาก ผมจะยกตัวอย่างเช่น สมมติว่าผมกำลังสอนเนื้อหาวิชาแคลคูลัส เรื่อง การประยุกต์อนุพันธ์ แต่เจอน้องแก้สมการไม่ได้ บวกลบคูณหารเลขเศษส่วนไม่เป็น หรือมีความเชื่อบางอย่างผิดๆ อย่างนี้คนสอนก็แทบจะหงายเงิบเลยครับคุณผู้ชม ,,, แต่จะทำไงได้ล่ะ ถ้าเลือกได้ ก็คงไม่มีใครอยากจะผิดกัน ดังนั้นวันนี้ ผมจะขอยกตัวอย่าง การคำนวณง่ายๆ แต่ยังมีหลายคนที่เข้าใจผิดๆอยู่ มาให้ได้ดูกัน ซึ่งเชื่อเต็มตีนก๋งเลยว่า หลายๆคน จะต้องได้ใช้ประโยชน์เป็นอย่างแน่แท้ดวงแดเอ๋ย
1. 0/0 = 1
อันนี้มาจากการท่องจำสูตรมาแบบไม่ครบครับ ,,, นั่นก็คือ น้องๆที่ผิดเคสนี้ มักจะท่องว่า จำนวนใดหารตัวมันเองผลลัพธ์ได้เท่ากับ 1 ,,, โอเคครับ น้องถูก แต่ถูกคร่งเดียว เพราะข้อแม้มันมีอยู่ว่า จำนวนนั้นจะต้องไม่เท่ากับ 0 เพราะ ถ้ามันเท่ากับ 0 แล้ว เราจะได้ว่า 0/0 เป็นรูปแบบที่ยังไม่กำหนด (นั่นคือ ยังไม่ตกลงกันว่ามันควรจะมีค่าเท่าไหร่) ที่ซึ่งครูมัธยมฯ มักจะบอกเราว่า หาค่าไม่ได้ (แต่ที่ถูกต้องบอกว่า เป็นรูปแบบที่ยังไม่กำหนด) ,,, เรื่องนี้อธิบายได้ง่ายๆ ด้วยนิทานต่อไปนี้ : สมมติผมมีเม็ดก๋วยจี๊ 3 เม็ด ผมแบ่งให้เด็ก 3 คน คนละเท่าๆกัน เด็กแต่ละคน ก็จะได้เม็ดก๋วยจี๊คนละ 1 เม็ด , สมมติผมมีเม็ดก๋วยจี๊ 100 เม็ด ผมแบ่งให้เด็ก 100 คน คนละเท่าๆกัน เด็กแต่ละคน ก็จะได้เม็ดก๋วยจี๊คนละ 1 เม็ด ดังนั้น สมมติผมมีเม็ดก๋วยจี๊ x เม็ด ผมแบ่งให้เด็ก x คน คนละเท่าๆกัน เด็กแต่ละคน ก็จะได้เม็ดก๋วยจี๊คนละ 1 เม็ด แต่มีข้อแม้ว่า x ต้องไม่เท่ากับ 0 เพราะอะไร? ลองคิดดูสิครับว่า สมมติผมมีเม็ดก๋วยจี๊ 0 เม็ด ผมแบ่งให้เด็ก 0 คน คนละเท่าๆกัน เด็กแต่ละคน ก็จะได้เม็ดก๋วยจี๊คนละ 1 เม็ดอย่างนั้นหรือ? ไม่ใช่แน่ๆ ทีนี้ พอจะมองออกแล้วใช่ไหมครับว่า 0/0 ไม่เท่ากับ 1
2. a/0 = 0
อันนี้จะคล้ายๆข้อที่แล้วครับ นั่นคือ ปัญหาของการหารด้วย 0 เหมือนกัน แต่คราวนี้เป็นการจำสูตรผิดครับ เพราะดันไปจำสูตรสลับกับสูตรที่ว่า อะไรคูณ 0 ก็ย่อมได้ 0 ,,, พอมาเปลี่ยนเป็น หารปุ๊บ ก็เลยไปสร้างทฤษฎีขึ้นมาใหม่เป็น a/0 = 0 ใช้เอง และผิดเอง ซึ่งตามจริงแล้ว การหารด้วยศูนย์เป็นรูปแบบที่ยังไม่กำหนดดังที่ผมอธิบายไว้กรณีที่ 1 แล้ว ,,, ถ้าผมมีเม็ดก๋วยจี๊อยู่ 10 เม็ด แบ่งให้คน 5 คนเท่าๆกัน แต่ละคนก็จะได้เม็ดก๋วยจี๊ 10/5 = 2 เม็ด , ถ้าผมมีเม็ดก๋วยจี๊อยู่ 10 เม็ด แบ่งให้คน 2 คนเท่าๆกัน แต่ละคนก็จะได้เม็ดก๋วยจี๊ 10/2 = 5 เม็ด ,,, แต่จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าผมมีเม็ดก๋วยจี๊ 10 เม็ด และต้องแบ่งให้เด็ก 0 คน คนละเท่าๆกัน? ,,, เห็นรึยังครับว่า การหารด้วยเลข 0 นั้น มันมีความผันผวนกำกวมหยั่งแรง ที่อาจจะทำลายระบบพีชคณิตจนสิ้นซากไม่มีชิ้นดี ดังนั้น จึงถือว่า การหารด้วย 0 เป็นรูปแบบที่ยังไม่กำหนด
3. 00= 1
ผู้ป่วยในเคสนี้ เหมือนกับเคสแรกเด๊ะๆ นั่นคือ จำสูตรมาไม่หมด นั่นก็คือ จำแค่ว่า จำนวนใดไปยกกำลังศูนย์ผลลัพธ์ได้เท่ากับ 1 เช่นกันครับ สูตรนี้ถูก แต่ข้อแม้ของมันก็คือ จำนวนนั้นต้องไม่เท่ากับ 0 เอาล่ะ เราไปไขปริศนาเล็กข้อนี้กัน
อย่างแรก ผมจะพิสูจน์ให้ดูว่า ถ้า a เป็นจำนวนจริงใดๆ ที่ไม่ใช่ 0 แล้ว a0 = 1 ได้อย่างไร
- a0 = ax-x (x-x = 0)
- ax-x= ax/ax (เนื่องจากคุณสมบัติของเลขชี้กำลัง ถ้าเลขชี้กำลังลบกัน หมายถึงการหารด้วยเลขฐานเดียวกัน)
- ax/ax = 1 (จากคุณสมบัติที่ว่า จำนวนใดหารตัวมันเองย่อมได้เท่ากับ 1 และ a ไม่เท่ากับ 0 ดังนั้น เราจึงมั่นใจได้ว่า ax ไม่เป็น 0)
ทีนี้ จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าผมเปลี่ยน a เป็น 0 ,,, ง่ายมากครับ ลอกการพิสูจน์ข้างบนมาทั้งยวงเลย
- 00 = 0x-x (x-x = 0)
- 0x-x= 0x/0x (เนื่องจากคุณสมบัติของเลขชี้กำลัง ถ้าเลขชี้กำลังลบกัน หมายถึงการหารด้วยเลขฐานเดียวกัน)
- 0x/0x = 0/0 (ตรงนี้ เจ๊งทันทีครับ เพราะเรารู้แล้วว่า 0/0 ไม่เท่ากับ 1 แต่เป็นรูปแบบที่ยังไม่กำหนด)
ตอนนี้ เราก็คงเห็นแล้วใช่ไหมครับว่า ทำไม 00= 1 จึงผิดไปเต็มๆดอก
4. am/n = (am)1/n
ปัญหานี้ จริงๆแล้วก็ต้องอาศัยการสังเกตอยู่เหมือนกัน เชื่อว่าหลายคน ตอนนี้ก็คงจะงงว่ามันผิดตรงไหน เพราะสูตรที่ผมแปะไว้ มันก็ตามคุณสมบัติที่เราท่องกันเป็นนกแก้วนกขุนทองร้องวู้ว์ เลขยกกำลังซ้อนกัน ให้เอาเลขชี้กำลังมาคูณกัน ใช่ไหมล่ะครับ แต่เราลองมาดูตัวอย่างต่อไปนี้นะครับ ว่ามันผิดตรงไหน
- -1 = -1
- -1 = (-1)1
- -1 = (-1)2/2
- บรรทัดต่อไป เราจะเล่นตามสูตรในข้อ 4
- -1 = ((-1)2)1/2
- -1 = (1)1/2
- -1 = 1
เกิดอะไรขึ้น?! ทำไม -1 เท่ากับ 1 ,,, จริงๆแล้ว ผมลักไก่ ตรงบรรทัดที่ 5. ครับ เพราะแทนที่ผมจะเอา กำลัง 2 เข้ามายกกำลัง -1 ในวงเล็บ ผมจะต้อง!! เอา 1/2 เข้ามายกกำลัง -1 ในวงเล็บ แล้วเตะ 2 ไปข้างนอกต่างหาก ดังนั้น ที่ถูก บรรทัดที่ 5 ควรเป็นอย่างนี้ครับ
- -1 = ((-1)1/2)2
ซึ่งจะเห็นได้ว่า (-1)1/2 หมายถึง รากที่ 2 ของ -1 ซึ่งในระบบจำนวนจริงหาค่าไม่ได้ เพราะว่า รากที่เป็นจำนวนคู่ของจำนวนติดลบไม่มีในระบบจำนวนจริง (ยกตัวอย่างเช่น สแควร์รูท -1 หาค่าไม่ได้ในระบบจำนวนจริง) ,,, ในเมื่อมันหาค่าไม่ได้ตั้งแต่บรรทัดที่ 5 แล้ว ผมจึงไม่มีสิทธิแถต่อในบรรทัดที่ 6. และ 7. ดังนั้นการที่ผมไปเอาบรรทัดที่ 7. มาสรุป ก็ถือว่า ไม่สมเหตุสมผล เพราะมันเจ๊งมาตั้งแต่บรรทัดที่ 5. แล้วนั่นเอง
ดังนั้น เพื่อป้องกันในกรณีที่เราจะไปเจอแจ๊กพ็อต รากที่เป็นจำนวนคู่ของจำนวนติดลบ ,,, เวลาเราหาค่า am/n เราจึงควรต้องหา a1/n เสียก่อน(เพื่อกันเหนียวว่ามันค่าได้ในระบบจำนวนจริง) แล้วจากนั้น ค่อยเอาไปยกกำลัง m ทีหลัง ,,, โอเค้ย์
5.แก้สมการ ตูก็ย้ายตัวแปรไปคูณ
ลองดูตัวอย่างการแก้สมการต่อไปนี้นะครับ
- x2/x = 1
- ย้าย x ไปคูณกับ 1 จะได้ x2= x
- x2 - x = 0
- x(x-1) = 0
- x = 0 , x = 1 ฮูเรย์
แต่ลองเอา x = 0 กลับไปแทนในสมการบรรทัดแรกดูนะครับ จะเห็นว่า มันเกิดปรากฏการณ์ หารด้วย 0 ขึ้นทันที ,, การแก้สมการข้างบน ผิดพลาดตรงไหนครับ? ,,, คำตอบก็คือ ตอนที่เราย้าย x ไปคูณ อีกฝั่งนั้นแหละ เพราะการที่เราจะทำอย่างนั้นได้ เราจะต้องมั่นใจว่า ตัวที่เราย้ายไปคูณ ไม่ใช่ 0 ,,, พอมันติดตัวแปร x ซึ่งยังไม่ทราบค่า เราจึงไม่มีสิทธิย้ายไปคูณได้ เพราะมันอาจจะเป็น 0 ก็ได้ ,,, วิธีที่ถูกคือ ย้ายตัวเลข อีกฝั่ง มาหาตัวแปรซะให้หมด ดังนี้
- x2/x = 1
- ย้าย 1 มาลบ จะได้ x2/x - 1 = 0
- แปลงตัวส่วนให้เท่ากัน เพื่อให้บวกลบกันได้ โดยแปลง 1 เป็น x/x จะได้ x2/x - x/x = 0
- (x2-x)/x = 0
- x(x-1)/x = 0
- เศษส่วน เท่ากับ 0 แสดงว่า ตัวเศษต้องเป็น 0 และมีข้อแม้ว่า ตัวส่วนต้องไม่เป็น 0
- ดังนั้น x = 1 (เพราะ x = 0 ทำให้ตัวส่วนเป็น 0 ซึ่งหมายถึง รูปแบบที่ยังไม่กำหนด)
หลายคนผิดกรณีนี้ เพราะว่า ไปจำความเคยชินของการย้ายไปคูณ เวลาเป็นตัวเลข ,,, จำไว้นะครับว่า เราย้ายไปคูณไปหารได้เฉพาะตอนที่เป็นตัวเลขเท่านั้น แต่ถ้าเป็นตัวแปรเมื่อไหร่ เราไม่มีสิทธิย้ายไปคูณหรือหารได้ เพราะตัวแปรที่เราย้าย อาจจะเป็น 0 ก็ได้
,,, ,,, ,,,
ของแถม : ย้ายไปคูณ ย้ายไปหาร ย้ายไปบวก ย้ายไปลบ ไม่มีอยู่จริง!!!
เวลาเราแก้สมการ หรือในการเรียนการสอน เรามักจะติดปากติดหู คำพูดที่ว่า ย้ายไปบลาๆๆ ซึ่งเป็นการพูดเพื่อให้มันเห็นภาพง่ายขึ้น แต่จริงๆแล้ว มันมีที่มาดังนี้
ก. ย้าย a ไปคูณ หมายถึง คูณ ด้วย a ทั้ง 2 ฝั่งของสมการ เช่น
- x/2 = 3
- คูณ ด้วย 2 ทั้ง 2 ฝั่ง
- 2(x/2) = 2(3)
- x = 6
- แต่เราจะติดปากว่า ย้าย 2 ไปคูณ
- 2x = 8
- คูณด้วย 1/2 ทั้ง 2 ฝั่ง
- (1/2)(2x) = (1/2)(8)
- x = 4
- แต่เราติดปากว่า ย้าย 2 ไปหาร
ค. ย้าย a ไปบวก หมายถึง บวกด้วย a ทั้ง 2 ฝั่งของสมการ เช่น
- x-5 = 7
- บวกด้วย 5 ทั้ง 2 ฝั่ง
- x-5+5 = 7+5
- x = 12
- แต่เราติดปากว่า ย้าย 5 ไปบวก
ง. ย้าย a ไปลบ หมายถึง บวกด้วย -a (หรือ ลบด้วย a) ทั้ง 2 ฝั่งของสมการ เช่น
- x+6 = 9
- บวกด้วย -6 ทั้ง 2 ฝั่ง
- x+6+(-6) = 9+(-6)
- x+6-6 = 9-6
- x = 3
- แต่เราติดปากว่า ย้าย 6 ไปลบ
,,, ,,, ,,,
ถามว่า การที่เราจำว่า ย้ายไปบลาๆๆ นี่ผิดหรือเปล่า ความจริงก็ไม่ใช่ความผิดร้ายแรงถึงขนาดส่งผลกระทบกับการคำนวณหรอกครับ เพราะในสถานการณ์จริง ผมเองก็ใช้คำว่าย้ายเหมือนกัน เพราะมันเป็นคำที่สื่อสารกับคนเรียนได้รู้เรื่องและตรงกัน ,,, แต่อย่าลืมว่า ของเหล่านี้ ในวันแรกที่เราเรียนเรื่องสมการตอนประถมศึกษานั้น เขาได้พูดไว้หมดแล้ว แต่พอเราได้รู้จักกับคำว่า ย้าย เราก็เลยลืมความหมายที่มาของมันไป
5ข้อข้างบนก็เช่นกันครับ, ประเด็นหลักๆก็คือ บางคนเอาแต่ท่อง เอาแต่จำ โดยไม่สนใจที่มาของมัน ,,, ยอมรับว่าการเรียนคณิตก็ต้องจำ แต่ในระหว่างการจำนั้น อะไรที่เป็นจุดน่าสังเกตเล็กๆนี่แหละ ที่คนส่วนใหญ่มักจะพลาดกัน และก็ไม่ได้คิดเอาไปต่อยอด
ยกตัวอย่างเช่น อาจารย์สอนเราว่า ห้ามหารด้วย 0 นะ เพราะมันจะหาค่าไม่ได้ ,,, คำถามก็คือ เราเคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมเขาถึงห้ามหารด้วย 0 และถ้าฉันหารด้วย 0 อะไรจะเกิดขึ้น? ฟ้าจะถล่ม แผ่นดินจะทลาย หรือ คนไทยจะเลิกทะเลาะกันหรือเปล่า?
หลายคนอาจจะแย้งว่า เฮ้ย ไม่ได้จะไปสร้างโลก จะไปรู้ที่มาของมันอะไรขนาดนั้น ,,, แต่ การเรียนหนังสือ มันก็เหมือนกับการมีแฟนนั่นแหละครับ จริงอยู่ว่า แฟนเรา เขาเป็นใคร มาจากไหน อาจจะไม่สำคัญ สำคัญที่สุด ก็คือ เขารักเราก็พอ (อ้วกกกกกกก) ,,, แต่มันจะดีกว่าไหมครับ ถ้าเราได้ศึกษาภูมิหลังและความเป็นมาของเขา์ เพื่อให้เข้าใจเขาได้มากขึ้นและสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข
ซึ่งมันก็ทุกแขนงวิชานั่นแหละครับ กับการที่เราจำเพียงแค่ทฤษฎีไปใช้ (แถมอาจจะจำไปผิดๆ) บอกเลยว่า มันไม่เพียงพอ ,,, ในโลกแห่งความเป็นจริง ปัญหาต่างๆมันพลิกแพลงกว่าโจทย์คณิตเยอะ ขอบอกๆ

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ
#1 By ♕ Sinsters? on 2008-08-29 18:01