ปัญหาซอกดากส์ และซากอ้อย อันนึงของคนสอนคณิตแสดดดก็คือ เรื่องพื้นฐานของเด็กครับ ,,, เด็กแต่ละคนมีพื้นฐานด้านคณิตแสดดดที่แตกต่างกันออกไป ทำให้บางครั้ง เราต้องกัดฟันปูพื้นฐานเหล่านั้นให้เสียใหม่(ไม่งั้น เด็กก็จะไม่รอด) ,,, ซึ่งมันเป็นอะไรที่ทรมานมาก ผมจะยกตัวอย่างเช่น สมมติว่าผมกำลังสอนเนื้อหาวิชาแคลคูลัส เรื่อง การประยุกต์อนุพันธ์ แต่เจอน้องแก้สมการไม่ได้ บวกลบคูณหารเลขเศษส่วนไม่เป็น หรือมีความเชื่อบางอย่างผิดๆ อย่างนี้คนสอนก็แทบจะหงายเงิบเลยครับคุณผู้ชม ,,, แต่จะทำไงได้ล่ะ ถ้าเลือกได้ ก็คงไม่มีใครอยากจะผิดกัน ดังนั้นวันนี้ ผมจะขอยกตัวอย่าง การคำนวณง่ายๆ แต่ยังมีหลายคนที่เข้าใจผิดๆอยู่ มาให้ได้ดูกัน ซึ่งเชื่อเต็มตีนก๋งเลยว่า หลายๆคน จะต้องได้ใช้ประโยชน์เป็นอย่างแน่แท้ดวงแดเอ๋ย

1. 0/0 = 1

อันนี้มาจากการท่องจำสูตรมาแบบไม่ครบครับ ,,, นั่นก็คือ น้องๆที่ผิดเคสนี้ มักจะท่องว่า จำนวนใดหารตัวมันเองผลลัพธ์ได้เท่ากับ 1 ,,, โอเคครับ น้องถูก แต่ถูกคร่งเดียว เพราะข้อแม้มันมีอยู่ว่า จำนวนนั้นจะต้องไม่เท่ากับ 0 เพราะ ถ้ามันเท่ากับ 0 แล้ว เราจะได้ว่า 0/0 เป็นรูปแบบที่ยังไม่กำหนด (นั่นคือ ยังไม่ตกลงกันว่ามันควรจะมีค่าเท่าไหร่) ที่ซึ่งครูมัธยมฯ มักจะบอกเราว่า หาค่าไม่ได้ (แต่ที่ถูกต้องบอกว่า เป็นรูปแบบที่ยังไม่กำหนด) ,,, เรื่องนี้อธิบายได้ง่ายๆ ด้วยนิทานต่อไปนี้ : สมมติผมมีเม็ดก๋วยจี๊ 3 เม็ด ผมแบ่งให้เด็ก 3 คน คนละเท่าๆกัน เด็กแต่ละคน ก็จะได้เม็ดก๋วยจี๊คนละ 1 เม็ด ,  สมมติผมมีเม็ดก๋วยจี๊ 100 เม็ด ผมแบ่งให้เด็ก 100 คน คนละเท่าๆกัน เด็กแต่ละคน ก็จะได้เม็ดก๋วยจี๊คนละ 1 เม็ด ดังนั้น สมมติผมมีเม็ดก๋วยจี๊ x เม็ด ผมแบ่งให้เด็ก x คน คนละเท่าๆกัน เด็กแต่ละคน ก็จะได้เม็ดก๋วยจี๊คนละ 1 เม็ด แต่มีข้อแม้ว่า x ต้องไม่เท่ากับ 0 เพราะอะไร? ลองคิดดูสิครับว่า สมมติผมมีเม็ดก๋วยจี๊ 0 เม็ด ผมแบ่งให้เด็ก 0 คน คนละเท่าๆกัน เด็กแต่ละคน ก็จะได้เม็ดก๋วยจี๊คนละ 1 เม็ดอย่างนั้นหรือ? ไม่ใช่แน่ๆ ทีนี้ พอจะมองออกแล้วใช่ไหมครับว่า 0/0 ไม่เท่ากับ 1

2. a/0 = 0

อันนี้จะคล้ายๆข้อที่แล้วครับ นั่นคือ ปัญหาของการหารด้วย 0 เหมือนกัน แต่คราวนี้เป็นการจำสูตรผิดครับ เพราะดันไปจำสูตรสลับกับสูตรที่ว่า อะไรคูณ 0 ก็ย่อมได้ 0 ,,, พอมาเปลี่ยนเป็น หารปุ๊บ ก็เลยไปสร้างทฤษฎีขึ้นมาใหม่เป็น a/0 = 0 ใช้เอง และผิดเอง ซึ่งตามจริงแล้ว การหารด้วยศูนย์เป็นรูปแบบที่ยังไม่กำหนดดังที่ผมอธิบายไว้กรณีที่ 1 แล้ว ,,, ถ้าผมมีเม็ดก๋วยจี๊อยู่ 10 เม็ด แบ่งให้คน 5 คนเท่าๆกัน  แต่ละคนก็จะได้เม็ดก๋วยจี๊ 10/5 = 2 เม็ด , ถ้าผมมีเม็ดก๋วยจี๊อยู่ 10 เม็ด แบ่งให้คน 2 คนเท่าๆกัน  แต่ละคนก็จะได้เม็ดก๋วยจี๊ 10/2 = 5 เม็ด ,,, แต่จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าผมมีเม็ดก๋วยจี๊ 10 เม็ด และต้องแบ่งให้เด็ก 0 คน คนละเท่าๆกัน? ,,, เห็นรึยังครับว่า การหารด้วยเลข 0 นั้น มันมีความผันผวนกำกวมหยั่งแรง ที่อาจจะทำลายระบบพีชคณิตจนสิ้นซากไม่มีชิ้นดี ดังนั้น จึงถือว่า การหารด้วย 0 เป็นรูปแบบที่ยังไม่กำหนด

3. 00= 1

ผู้ป่วยในเคสนี้ เหมือนกับเคสแรกเด๊ะๆ นั่นคือ จำสูตรมาไม่หมด นั่นก็คือ จำแค่ว่า จำนวนใดไปยกกำลังศูนย์ผลลัพธ์ได้เท่ากับ 1 เช่นกันครับ สูตรนี้ถูก แต่ข้อแม้ของมันก็คือ จำนวนนั้นต้องไม่เท่ากับ 0 เอาล่ะ เราไปไขปริศนาเล็กข้อนี้กัน

อย่างแรก ผมจะพิสูจน์ให้ดูว่า ถ้า a เป็นจำนวนจริงใดๆ ที่ไม่ใช่ 0 แล้ว a0 = 1 ได้อย่างไร

  • a0 ax-x  (x-x = 0)
  • ax-x= ax/a (เนื่องจากคุณสมบัติของเลขชี้กำลัง ถ้าเลขชี้กำลังลบกัน หมายถึงการหารด้วยเลขฐานเดียวกัน)
  • ax/ax = 1  (จากคุณสมบัติที่ว่า จำนวนใดหารตัวมันเองย่อมได้เท่ากับ 1 และ a ไม่เท่ากับ 0 ดังนั้น เราจึงมั่นใจได้ว่า ax ไม่เป็น 0)

ทีนี้ จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าผมเปลี่ยน a เป็น 0 ,,, ง่ายมากครับ ลอกการพิสูจน์ข้างบนมาทั้งยวงเลย

  • 00 0x-x  (x-x = 0)
  • 0x-x= 0x/0 (เนื่องจากคุณสมบัติของเลขชี้กำลัง ถ้าเลขชี้กำลังลบกัน หมายถึงการหารด้วยเลขฐานเดียวกัน)
  • 0x/0x = 0/0  (ตรงนี้ เจ๊งทันทีครับ เพราะเรารู้แล้วว่า 0/0 ไม่เท่ากับ 1 แต่เป็นรูปแบบที่ยังไม่กำหนด)

ตอนนี้ เราก็คงเห็นแล้วใช่ไหมครับว่า ทำไม 00= 1 จึงผิดไปเต็มๆดอก

4. am/n = (am)1/n

ปัญหานี้ จริงๆแล้วก็ต้องอาศัยการสังเกตอยู่เหมือนกัน เชื่อว่าหลายคน ตอนนี้ก็คงจะงงว่ามันผิดตรงไหน เพราะสูตรที่ผมแปะไว้ มันก็ตามคุณสมบัติที่เราท่องกันเป็นนกแก้วนกขุนทองร้องวู้ว์ เลขยกกำลังซ้อนกัน ให้เอาเลขชี้กำลังมาคูณกัน ใช่ไหมล่ะครับ แต่เราลองมาดูตัวอย่างต่อไปนี้นะครับ ว่ามันผิดตรงไหน

  1. -1 = -1
  2. -1 = (-1)1
  3. -1 = (-1)2/2
  4. บรรทัดต่อไป เราจะเล่นตามสูตรในข้อ 4
  5. -1 = ((-1)2)1/2
  6. -1 = (1)1/2
  7. -1 = 1

เกิดอะไรขึ้น?! ทำไม -1 เท่ากับ 1 ,,, จริงๆแล้ว ผมลักไก่ ตรงบรรทัดที่ 5. ครับ เพราะแทนที่ผมจะเอา กำลัง 2 เข้ามายกกำลัง -1 ในวงเล็บ ผมจะต้อง!! เอา 1/2 เข้ามายกกำลัง -1 ในวงเล็บ แล้วเตะ 2 ไปข้างนอกต่างหาก ดังนั้น ที่ถูก บรรทัดที่ 5 ควรเป็นอย่างนี้ครับ

  •  -1 = ((-1)1/2)2

ซึ่งจะเห็นได้ว่า (-1)1/2 หมายถึง รากที่ 2 ของ -1 ซึ่งในระบบจำนวนจริงหาค่าไม่ได้ เพราะว่า รากที่เป็นจำนวนคู่ของจำนวนติดลบไม่มีในระบบจำนวนจริง (ยกตัวอย่างเช่น สแควร์รูท -1 หาค่าไม่ได้ในระบบจำนวนจริง) ,,, ในเมื่อมันหาค่าไม่ได้ตั้งแต่บรรทัดที่ 5 แล้ว ผมจึงไม่มีสิทธิแถต่อในบรรทัดที่ 6. และ 7. ดังนั้นการที่ผมไปเอาบรรทัดที่ 7. มาสรุป ก็ถือว่า ไม่สมเหตุสมผล เพราะมันเจ๊งมาตั้งแต่บรรทัดที่ 5. แล้วนั่นเอง

ดังนั้น เพื่อป้องกันในกรณีที่เราจะไปเจอแจ๊กพ็อต รากที่เป็นจำนวนคู่ของจำนวนติดลบ ,,, เวลาเราหาค่า  am/n เราจึงควรต้องหา a1/n เสียก่อน(เพื่อกันเหนียวว่ามันค่าได้ในระบบจำนวนจริง) แล้วจากนั้น ค่อยเอาไปยกกำลัง m ทีหลัง ,,, โอเค้ย์

5.แก้สมการ ตูก็ย้ายตัวแปรไปคูณ

ลองดูตัวอย่างการแก้สมการต่อไปนี้นะครับ

  • x2/x = 1 
  • ย้าย x ไปคูณกับ 1 จะได้ x2= x
  •  x2 - x = 0
  • x(x-1) = 0
  • x = 0 , x = 1 ฮูเรย์

แต่ลองเอา x = 0 กลับไปแทนในสมการบรรทัดแรกดูนะครับ จะเห็นว่า มันเกิดปรากฏการณ์ หารด้วย 0 ขึ้นทันที ,, การแก้สมการข้างบน ผิดพลาดตรงไหนครับ? ,,, คำตอบก็คือ ตอนที่เราย้าย x ไปคูณ อีกฝั่งนั้นแหละ เพราะการที่เราจะทำอย่างนั้นได้ เราจะต้องมั่นใจว่า ตัวที่เราย้ายไปคูณ ไม่ใช่ 0 ,,, พอมันติดตัวแปร x ซึ่งยังไม่ทราบค่า เราจึงไม่มีสิทธิย้ายไปคูณได้ เพราะมันอาจจะเป็น 0 ก็ได้ ,,, วิธีที่ถูกคือ ย้ายตัวเลข อีกฝั่ง มาหาตัวแปรซะให้หมด ดังนี้

  • x2/x = 1 
  • ย้าย 1 มาลบ จะได้ x2/x - 1 = 0
  • แปลงตัวส่วนให้เท่ากัน เพื่อให้บวกลบกันได้ โดยแปลง 1 เป็น x/x จะได้ x2/x - x/x = 0
  • (x2-x)/x = 0
  • x(x-1)/x = 0
  • เศษส่วน เท่ากับ 0 แสดงว่า ตัวเศษต้องเป็น 0 และมีข้อแม้ว่า ตัวส่วนต้องไม่เป็น 0
  • ดังนั้น x = 1 (เพราะ x = 0 ทำให้ตัวส่วนเป็น 0 ซึ่งหมายถึง รูปแบบที่ยังไม่กำหนด)

หลายคนผิดกรณีนี้ เพราะว่า ไปจำความเคยชินของการย้ายไปคูณ เวลาเป็นตัวเลข ,,, จำไว้นะครับว่า เราย้ายไปคูณไปหารได้เฉพาะตอนที่เป็นตัวเลขเท่านั้น แต่ถ้าเป็นตัวแปรเมื่อไหร่ เราไม่มีสิทธิย้ายไปคูณหรือหารได้ เพราะตัวแปรที่เราย้าย อาจจะเป็น 0 ก็ได้

,,, ,,, ,,,

ของแถม : ย้ายไปคูณ ย้ายไปหาร ย้ายไปบวก ย้ายไปลบ ไม่มีอยู่จริง!!!

เวลาเราแก้สมการ หรือในการเรียนการสอน เรามักจะติดปากติดหู คำพูดที่ว่า ย้ายไปบลาๆๆ ซึ่งเป็นการพูดเพื่อให้มันเห็นภาพง่ายขึ้น แต่จริงๆแล้ว มันมีที่มาดังนี้

ก. ย้าย a ไปคูณ หมายถึง คูณ ด้วย a ทั้ง 2 ฝั่งของสมการ เช่น  

  • x/2 = 3
  • คูณ ด้วย 2 ทั้ง 2 ฝั่ง
  • 2(x/2) = 2(3)
  • x = 6
  • แต่เราจะติดปากว่า ย้าย 2 ไปคูณ
ข. ย้าย a ไปหาร หมายถึง คูณ ด้วย 1/a (หรือ หารด้วย a) ทั้ง 2 ฝั่งของสมการ เช่น 
  • 2x = 8
  • คูณด้วย 1/2 ทั้ง 2 ฝั่ง
  • (1/2)(2x) = (1/2)(8)
  • x = 4
  • แต่เราติดปากว่า ย้าย 2 ไปหาร

ค. ย้าย a ไปบวก หมายถึง บวกด้วย a ทั้ง 2 ฝั่งของสมการ เช่น

  • x-5 = 7
  • บวกด้วย 5 ทั้ง 2 ฝั่ง
  • x-5+5 = 7+5
  • x = 12
  • แต่เราติดปากว่า ย้าย 5 ไปบวก

ง. ย้าย a ไปลบ หมายถึง บวกด้วย -a (หรือ ลบด้วย a) ทั้ง 2 ฝั่งของสมการ เช่น

  • x+6 = 9
  • บวกด้วย -6 ทั้ง 2 ฝั่ง
  • x+6+(-6) = 9+(-6)
  • x+6-6 = 9-6
  • x = 3
  • แต่เราติดปากว่า ย้าย 6 ไปลบ

,,, ,,, ,,,

ถามว่า การที่เราจำว่า ย้ายไปบลาๆๆ นี่ผิดหรือเปล่า ความจริงก็ไม่ใช่ความผิดร้ายแรงถึงขนาดส่งผลกระทบกับการคำนวณหรอกครับ เพราะในสถานการณ์จริง ผมเองก็ใช้คำว่าย้ายเหมือนกัน เพราะมันเป็นคำที่สื่อสารกับคนเรียนได้รู้เรื่องและตรงกัน ,,, แต่อย่าลืมว่า ของเหล่านี้ ในวันแรกที่เราเรียนเรื่องสมการตอนประถมศึกษานั้น เขาได้พูดไว้หมดแล้ว แต่พอเราได้รู้จักกับคำว่า ย้าย เราก็เลยลืมความหมายที่มาของมันไป

5ข้อข้างบนก็เช่นกันครับ, ประเด็นหลักๆก็คือ บางคนเอาแต่ท่อง เอาแต่จำ โดยไม่สนใจที่มาของมัน ,,, ยอมรับว่าการเรียนคณิตก็ต้องจำ แต่ในระหว่างการจำนั้น อะไรที่เป็นจุดน่าสังเกตเล็กๆนี่แหละ ที่คนส่วนใหญ่มักจะพลาดกัน และก็ไม่ได้คิดเอาไปต่อยอด

ยกตัวอย่างเช่น อาจารย์สอนเราว่า ห้ามหารด้วย 0 นะ เพราะมันจะหาค่าไม่ได้ ,,, คำถามก็คือ เราเคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมเขาถึงห้ามหารด้วย 0 และถ้าฉันหารด้วย 0 อะไรจะเกิดขึ้น? ฟ้าจะถล่ม แผ่นดินจะทลาย หรือ คนไทยจะเลิกทะเลาะกันหรือเปล่า?

หลายคนอาจจะแย้งว่า เฮ้ย ไม่ได้จะไปสร้างโลก จะไปรู้ที่มาของมันอะไรขนาดนั้น ,,, แต่ การเรียนหนังสือ มันก็เหมือนกับการมีแฟนนั่นแหละครับ จริงอยู่ว่า แฟนเรา เขาเป็นใคร มาจากไหน อาจจะไม่สำคัญ สำคัญที่สุด ก็คือ เขารักเราก็พอ (อ้วกกกกกกก) ,,, แต่มันจะดีกว่าไหมครับ ถ้าเราได้ศึกษาภูมิหลังและความเป็นมาของเขา์ เพื่อให้เข้าใจเขาได้มากขึ้นและสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข

ซึ่งมันก็ทุกแขนงวิชานั่นแหละครับ กับการที่เราจำเพียงแค่ทฤษฎีไปใช้ (แถมอาจจะจำไปผิดๆ) บอกเลยว่า มันไม่เพียงพอ ,,, ในโลกแห่งความเป็นจริง ปัญหาต่างๆมันพลิกแพลงกว่าโจทย์คณิตเยอะ ขอบอกๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ง่ะ... งงเต๊ก = =;;


ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ cry

#1 By ♕ Sinsters? on 2008-08-29 18:01

ขะรับ...
พอเรียนมหา'ลัย
พวกข้อห้ามต่างๆนั้น เจอบ่อยเลยHot!

#2 By ซับบาธ... on 2008-08-29 18:18

อืม แสดงว่าอาจารย์ผมโอเค ที่สอนให้ "ท่อง" ว่าต้องคูณทั้งสองข้าง หารทั้งสองข้าง บลาบลา...

เกี่ยวกะบรรดาสูตรเตี๋ยวทั้งหลาย เรื่อง "ไม่นิยาม" ที่มีในคณิตศาสตร์นี่มักจะเกี่ยวกะศูนย์ซะมากเลยแฮะ - -

#3 By on 2008-08-29 18:41

อุ๊ฟ!!!!!







...
ไม่เข้าใจอีกแล้ว =A=!!

#4 By แป้งจิกี้ on 2008-08-29 18:44

อื้ม ยาวไปนิด งงนิดหน่อย แต่โอเค เข้าใจ
ถ้าอยู่ในวัยที่เรียนมัธยมอย่างผมก็น่าจะเข้าใจได้ง่ายๆ ครับ
big smile Hot!

#5 By xViStA on 2008-08-29 19:25

ช่วยได้มากเลยครับ กำลังงกับไอ้สูตรแรกอญุ่พอดี
โอ้โฮ ไม่้ได้เรียนเลขนาน แทบจะลืมหมดแล้ว sad smile

#7 By persona non grata on 2008-08-29 19:42

ปัญหาก็คือเราุมุ่งสนใจกับสัญลักษณ์ที่เอามาแทนค่า จนลืมว่าเรานิยามความหมายให้มันอย่างไร ผลก็คือเกิดความงงแบบนี้แหละsad smile ให้สามดาวเลย Hot! Hot! Hot!

#8 By Eddalion on 2008-08-29 19:59

ยังมีที่ตอบถูกบ้าง
ไอ้ข้อ 5. โดนไปเต็มๆ
แอบโกง(ก่ง ก๊ง)มานาน

อิอิconfused smile Hot! Hot! Hot!

#9 By SEsai*im อิ่มๆ on 2008-08-29 20:24

เอ่อ...
คุณ ได ed รู้จัก 2-1 = 0 ไหมคะ

เห้อ...sad smile
sad smile เอ๋

#11 By [ i ]Rin on 2008-08-29 21:17

งงsad smile เรียนมาค่อยรูเรื่องึครับ เล่นแต่ดนตรีเรียนแต่ดนตรีbig smile

#12 By dayafterday2008 on 2008-08-29 21:24

แง่งงง
ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ
ไอเรื่องตัวหารที่เป็นตัวแปร มะค่อยเกท แต่เกทแระ
ขอบคุณคร่าาาา

#13 By Aelita~[-X-]~ on 2008-08-29 21:43

คุ้นๆ นะเนี่ย..
สงสัย ว่าจะผ่านมา นานมากๆ แล้วค่ะ
sad smile

#14 By MomMom on 2008-08-29 21:45

งง ข้อ 4

5555+

#15 By [ พี โพ แคน ] on 2008-08-29 22:51

อยากได้อ.สอนพิเศษแบบพี่จังเลยค่ะ

confused smile

#16 By Prae on 2008-08-29 22:54

improper integral ตามมาหลอกมาหลอน confused smile
นึกถึงโจทย์หลอกเด็กที่ว่า 2=1 เลย
ที่ให้ a=b แล้วทำอีท่าไหนไม่รู้ จนได้ 2b=b แล้วก็กลายเป็น 2=1
จำสมการทั้งหมดไม่ได้แล้ว ไปอ่านเจอมาจากสัปดาห์วิทย์ sad smile

// อ้า เจอละ
ประมาณนี้นี่เอง
a = x [true for some a's and x's]
a+a = a+x [add a to both sides]
2a = a+x [a+a = 2a]
2a-2x = a+x-2x [subtract 2x from both sides]
2(a-x) = a+x-2x [2a-2x = 2(a-x)]
2(a-x) = a-x [x-2x = -x]
2 = 1 [divide both sides by a-x]

ซึ่ง ผิด confused smile

ref: http://www.jimloy.com/algebra/two.htm
(ชื่อเว็บน่ากลัวแฮะ sad smile )

#17 By Bluemoon on 2008-08-29 23:24

จำได้ๆๆๆ
ตอนม หก

ไอ้พวกเนี้ยแหละเล่นเอามึนเลยยย

แต่ขึ้นมหาลัยไม่เจอแล้ววว

#18 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-08-29 23:26

โฮ่ ขอบคุณที่ชี้แจง ไอ้ที่จำๆกันมาถ้าได้รู้ที่มามันก็จะไม่ใช่แค่การท่องจำ กลายเป็นความเข้าใจconfused smile confused smile Hot!

#19 By (^_^)/nana on 2008-08-29 23:28

ง่ายแล้วเหรอเนี่ย sad smile sad smile

#20 By Googigg on 2008-08-30 01:01

เอนทรี่อ่านแล้วมึนดี เหอๆ

ปกติแล้วคณิตใช้ความรู้สึกคำนวณตลอด เหมือนรู้แล้วว่าควรทำแบบไหน

แต่จะให้พิสูจน์นี่ตายทุกที

#21 By Rhen&Garfield on 2008-08-30 11:30

ข้อ 1-4 พอเก็ทๆได้
...พอข้อต่อๆมา...

เริ่มเบลอๆ ... อิอิ

ไอ้เราก็เคยคิดจะเถียงครู...
ก็เถียงไม่ได้...==

Hot! Hot! Hot!

#22 By blackharu on 2008-08-30 14:03

ดีครับๆ เหมือนผมย้อนอดีตไปสมัยมอต้นเลยbig smile

#23 By ☆BεstzuY@★ on 2008-08-31 19:24

ถูกแป๊ะเลย...เคยเจอเด็กแบบนี้เหมือนกันค่ะ

#24 By Matha on 2008-08-31 23:08

โอ้..

ขออนุญาติแอ๊ดใน favorite นะคะ ชอบมากมาย

สนับสนุนให้เรียนเลขด้วยการพิสูจน์อีกคนค่ะ

#25 By momoocha on 2008-09-01 08:23

==;;

งงอลังเลยค่ะ

~~~

#26 By i - dea on 2008-09-08 13:58

โห

ไม่นึกไม่ถึง


ฮาๆๆๆๆ

#27 By a (202.29.21.51) on 2008-11-26 11:12

vงืม เราก้อพอรุเรื่องน้ะ
แต่ว่าเราไม่เก่งเรื่องวิชานี้อ่ะก้อเลยไม่ค่อยเข้าใจนิดส์นึง ^^"sad smile sad smile big smile

#28 By ice (203.113.116.147) on 2009-02-10 13:49