1. เงินที่พ่อแม่ผู้ปกครองของน้องๆเสียให้เป็นค่าเรียนพิเศษ นอกเหนือจากค่าเทอมค่าธรรมเนียมที่โรงเรียนนั้น มันไม่ใช่เงินน้อยๆ และก็ไม่ได้หามาง่ายๆ โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจอัปปรีย์แบบนี้ น้องๆเคยถามพ่อแม่หรือเปล่าว่า เอาเงินมาจากไหนมาจ่ายค่าเรียนพิเศษให้เรา ,,, การที่พ่อแม่จ่ายค่าเล่าเรียนให้เรานั้น เขาก็ย่่อมคาดหวังว่า เราจะมาเรียนด้วยความตั้งใจ พ่อแม่คงแทบจะบ้าตาย ถ้ารู้ว่าน้องๆใช้ที่เรียนพิเศษเป็นสถานที่แค่ว่า มาคุยเล่นกับเพื่อน, มานัดเจอเพื่อน, หรือเป็นเพียงข้ออ้างในการออกจากบ้าน

2. ถ้าเผอิญว่าพ่อแม่ของน้องรวยนักล่ะก็ เชิญเอาเงินนั้นไปบันเทิงซะเถอะน้อง อย่ามาเสียเงินเพียงเพื่อรบกวนคนอื่น หรือมาโชว์พาวอะไรของน้องเลย ,,, คนอื่นที่นั่งเรียนพิเศษพ่อแม่เขาอาจไม่ได้รวยแบบพ่อแม่น้อง โปรดสังวรณ์ไว้เถอะว่า พ่อแม่คนอื่น เขาก็เสียเงินค่าเรียนเท่าๆกับที่พ่อแม่น้องเสีย 

3. และถ้าเผอิญอีกว่า ชีวิตน้องมันบันเทิงพอแล้ว ให้รู้ไว้เลยว่าด้วยจำนวนเงินที่เท่ากับค่าเรียนพิเศษของน้อง มันอาจจะมีความหมายกับอีกหลายๆชีวิตที่น้องไม่เคยสำเหนียกนึกถึงเลย

4. ทุกๆครั้ง ที่น้องเอะอะโวยวาย แสดงตัวตน โชว์พาวอะไรของน้องในห้องเรียนพิเศษ น้องๆเคยหันไปมองเพื่อนๆรอบข้างหรือเปล่า ว่าเขามองน้องด้วยสายตาอย่างไร? ไม่มีใครเขามองน้องด้วยสายตาชื่นชมแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม กลับมองด้วยสายตาเบื่อหน่ายและสมเพช

5. ในแง่ธุรกิจการเรียนพิเศษ น้องและพ่อแม่ของน้องคือคนจ้าง และคนสอนคือผู้ถูกจ้าง โดยมีสินค้าคือความรู้ ,,, แต่กรุณาจำไว้ด้วยนะว่า ตามข้อตกลงของการจ้าง คือการ