The World Ends with คณิตแสดดด
posted on 15 Sep 2008 17:43 by watchi in appliED-Math2-3 วันก่อน ได้รับems. จากคุณพ่อม้า ใจความดังนี้
ลิงค์ : เรื่องของมินามิโมโตะ(โดย คุณ-producer-)
มินามิโมโตะ คือใคร? ไม่ต้องงง เพราะทีแรก ผมก็ไม่รู้ว่าอีตานี่คือใคร และเกม The World Ends With You นั้นคือเกมแบบไหนกันแน่ ลองๆค้นดู ในบล็อกของคุณ-producer- และค้นในกูเกิ้ล ก็ได้ใจความสรุปคร่าวๆดังนี้
เกม The World Ends With You เป็นเกมแนว RPG ซึ่งมีเนื้อเรื่องอยู่ว่าตัวเอกเป็นเด็กเงียบๆชอบเก็บตัว และก็ตายโดยที่ตัวเค้าเองสูญเสียความทรงจำ ทำให้ไม่รู้ว่าตัวเค้าตายได้ยังไง แต่ตัวเอกของเรา ได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันเกมยมทูต โดยมีรางวัลของผู้ชนะ คือ การคืนชีพ ,,, แน่นอนว่า ในเกม เราก็จะได้ต่อสู้ ประลองกับตัวละครต่างๆ ซึ่งในจำนวนนั้น มียมทูตนามว่า มินามิโมโตะ โช ยมทูตผู้บ้าคลั่งในคณิตและฟิสิกส์ (เอากับมันสิ -..-)
สารภาพตามตรงว่า ทีแรกก็อ่านไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยได้สนใจอะไร เพราะปกติไม่ใช่คอเกมซักเท่าไหร่ ,,, แต่พออ่านไปเรื่อยๆ ชักจะมันส์ และรู้สึกว่าตัวละครตัวนี้ มันบ้าปนเพี้ยนได้ถูกใจวัยโจ๋ว์หยั่งแรงงง
เอาล่ะ ผมขอคัดลอก บุคลิกของอีตานี่ มาจากบล็อกของคุณ-producer- แล้วเอามาชำแหละกันแบบเห็นๆ ข้อต่อข้อกันเลยดีกั่ว
- ชอบพูดคำว่า "เซตต้า" แทนคำว่าโคตร... ทั้งนี้เพราะเซตต้ามันแปลว่า 10 ยกกำลัง 21 อย่างเซตต้าสโลว... ก็แปลว่ามาช้าโคตรๆ เลยนะนาย
- ชอบเปรียบเปรยว่าคนอื่นมีค่าแค่ "ย๊อคโตกรัม" หรือ 10 ยกกำลังลบ 24 กรัมนั่นเอง
eddy : สองข้อแรก เซตต้าแนว(แนวคอดๆ)ไปเลยฮ่ะ
- คำพูดติดปากคือ "ครันช์!!!"
eddy : อ่านเจอทีแรกถึงกับเซตต้าก่งก๊ง มันคือแป๊ะซะอะไรวะ ,,,ต้องคุ้ยข้อมลอยู่พักนึง และก็ทำให้คิดว่า คำว่า "ครันช์!!!" น่าจะมาจากคำว่า Big Crunch ซึ่งเกี่ยวพันกับหลักการทางฟิสิกส์ที่เชื่อกันว่า จักรวาลที่เราอยู่กันในปัจจุบันนี้ อาจเกิดมาจากบิ๊กแบงของจักรวาลที่มีอยู่ก่อนจักรวาลในปัจจุบันนี้ก็เป็นได้ (พูดง่ายๆ มีจักรวาลอยู่ แล้วจักรวาลนั้นก็ระเบิดบูมมมม แล้วกลายเป็นโกโก้ครันช์ แล้วก็จักรวาลที่เราอยู่ทุกวันนี้แหละ) ,,, ผมมองว่า มุกนี้ ทางผู้สร้างเกมอาจจะเปรียบเทียบถึงเรื่องราวในเกม ที่จะมีมิติคู่ขนานของโลกแห่งความเป็นจริง กับโลกของคนตาย ก็เป็นได้
- มีงานอดิเรกคือการเอาเศษเหล็กมาสุมๆ กันเป็นกองสูงๆ ในขณะที่คนอื่นมองว่ามันคือกองขยะดีๆ นี่เอง แต่หมอนี่กลับมองว่านี่แหละศิลปะที่เกินกว่าจินตนาการของคนทั่วไปจะเข้าใจ
eddy : อาร์ทตัวแม่นี่หว่า!!!
- เวลาปล่อยพลังจะตะโกน พลังไซน์!! พลังโคไซน์!! พลังแทนเจนท์!!!
eddy : หลายคนอาจจะงง ว่า sin, cos, tan มันเกี่ยวอะไรกับการปล่อยพลัง ,,, ถ้าเรามองว่าพลังที่ปล่อยไป เป็นคลื่นพลังงานรูปหนึ่ง เราสามารถเขียนพลังงานเหล่านี้ ในรูปของอนุกรมผลบวกของ sin กับ cos ได้ ซึ่งเรียกว่า อนุกรมฟูริเยร์ ซึ่งถ้าเรานำเอาผลบวกของกำลังสองของสัมประสิทธิ์หน้า sin กับ cos ไปถอดรากที่สอง เราก็จะได้ขนาดของพลัง(magnitude)ที่ปล่อยออกมา และถ้าเราหา ค่าฟังก์ชันผกผันของ tan หรือเรียกง่ายๆว่า arctan เราก็จะรู้มุมที่พลังนั้นปล่อยออกไป
- มีท่าไม้ตายคือ Lv.i Flare ....ใครก็ตามที่เลเวลหารด้วยจำนวนจินตภาพลงตัวก็จะโดนเข้าไป...
eddy : เลเวลหารด้วยจำนวนจินตภาพ (i = รากที่สองของ -1) ลงตัว
(ช่างคิดพล็อตได้เนาะ)
- เวลาตกที่นั่งลำบากจะพูดว่า Inverse Matrix งั้นรึ!?
eddy : จริงแล้วๆ ผมอยากให้ใช้มุกอื่น แทนคำว่า Inverse Matrix เพราะรู้สึกว่า มันไม่ค่อยยากลำบากซับซ้อนซักเท่าไหร่ (แต่ถ้าใช้มุกยากไป เดี๋ยวจะมีมุกชวนก่งก๊งมากเกินไปแหละเนอะ) หรือ ถ้าจะใช้มุก ของ Matrix ก็น่าจะใช้คำว่า Singular Matrix งั้นรึ!? ซึ่งหมายถึง Matrix ที่มีค่าของตัวกำหนดหรือดีเทอร์มิแนนต์ เป็น 0 ซึ่งตามหลักการแล้ว เป็นคุณสมบัติที่มักจะถูกหลีกเลี่ยง เพราะไม่สามารถหา Inverse Matrix และแน่นอนว่า ทำให้การแก้ระบบสมการหาคำตอบ เป็นไปไม่ได้
- และก็ชอบบอกว่าลองรีเวิร์สดูสิ แล้วจะได้สมการที่ปรารถนาออกมา...
eddy : อันนี้ขอจับผิดนิดนึง เพราะ คำพดนี้ น่าจะหมายถึง การหาฟังก์ชันผกผัน ,,, จำได้ไหมครับว่า เราจะหาฟังก์ชั่นผกผันได้เมื่อไหร่ ,,, ฟังก์ชั่นผกผันจะหาค่าได้ ก็ต่อเมื่อ มันเป็นฟังก์ชั่น 1 ต่อ 1 นั่นหมายความว่า ถ้าลองรีเวอร์สแล้ว สมการที่ได้ออกมา อาจจะใช้ไม่ได้เลยก็ได้ ถ้าหากฟังก์ชันที่เราผกผันกลับมา ไม่ใช่ฟังก์ชัน 1 ต่อ 1 (เอ๊ะ รึว่า เป็นมุกที่ อีตานี่ ตั้งใจเอาไว้ดักคนอื่น
)
- ชอบเพ้อออกมาบ่อยๆ ว่าโลกนี้สร้างขึ้นจากตัวเลข
eddy : อย่างน้อยก็มีความรักอย่างนึงแหละ ที่ใช้ตัวเลขอธิบายไม่ได้ (แหวะ ขนลุกว่ะ *3*)
- เวลาคลั่งแบบสุดๆ จะท่องค่าไพออกมา (3.1415926....) เลยถูกเรียกว่า ไอ้หน้าไพ แต่ตอนแรกๆ จะเรียกว่าเจ้านักสะสมกองขยะขี้โวยวาย ทั้งนี้เพราะหมอนี่หลงรักการพูดผ่านโทรโข่งน่ะเอง
eddy : ไอ้หน้าไพ
มันน่าเจ็บแสบตรงไหนวะครับ?
- เคยโม้ว่าจะกำจัดโจชัว(ตัวละครในเกม)ด้วยความเร็ว 299,792,488 เมตรต่อวินาที..จริงๆ แล้วแค่จะสื่อว่าจะกำจัดทิ้งด้วยความเร็วแสง
eddy : มันว่างครับ มันว่าง จำค่าไพได้หลายตำแหน่งแล้วยังจำความเร็วแสงได้อีก เชื่อมันเลย
- แถมยังเคยพูดเป็นปริศนาธรรมให้งงเล่นว่า ถ้าต้นไม้ทำให้แอปเปิ้ลตกลงมาได้ ฉันก็ทำให้ดวงจันทร์ตกลงมาได้ แหล่มมั้ยล่ะครับ!!?
eddy : โถ่วโว้ย!! แล้วค่า g มันดึงให้พระจันทร์หล่นได้ที่ไหนกันเล่า ฮ่วย!
,,, ,,,, ,,,
สรุปก็คือ ผมชอบตัวละครนี้ครับ คำพูดของหมอนี่หลายๆคำ แฝงไปด้วยตรรกะที่ต้องตีความอย่างน่าสนใจ ถึงจะมีมุกที่ผิดพลาดและแป๊กบ้าง แต่เชื่อไหม? ผมเดาว่า ความผิดพลาดเหล่านี้ เป็นความตั้งใจของผู้ผลิตเกม (เพราะง่ายนิดเดียว ที่จะอุดช่องว่างเหล่านี้ ด้วยการหานักคณิตศาสตร์ซักคน มาเป็นที่ปรึกษา) ,,, ทำไมผมถึงคิดว่า ทางผู้ผลิตเกม เขาตั้งใจที่จะผิด ,,, ปุโถ่ววว ถ้ามันอัจฉริยะเลย มันก็ไม่หนุกอะดิ แถม เก่งบ้าง เพี้ยนบ้าง อัจฉริยะบ้าง ผิดเนียนๆบ้าง แบบนี้แหละ มันทำให้ตัวละครมีเสน่ห์ยิ่งนัก ,,,
พูดง่ายๆคือ มินามิโมโตะ ,,,แกมันเท่แบบเซตต้าไปเลยว่ะเฮ้ย!!!
,,, ,,, ,,,
หมายเห็ด : สำหรับที่คุณพ่อม้าบอกว่า บุคลิกผมเหมือนกะอีตามินามิโมโตะนั้น ผมขออนุญาตไม่รับไว้ เพราะผมว่า อีตานี่คลั่งกว่าผมเยอะ อย่างน้อย ผมก็ไม่เก่งฟิสิกส์, ไม่รู้ว่าความเร็วแสงเป็นเท่าไหร่ และที่สำคัญคือ ผมจำค่าไพ ได้แค่ ทศนิยม 4 ตำแหน่งเอง
มั้งนะ
ชอบคุณ ed มากกว่าตรงที่ตอบว่า อย่างน้อยก็มีความรักอย่างหนึ่งที่ใช้ตัวเลขอธิบายไม่ได้นี่แหล่ะ ชนะใจสาวๆ เลย ^^
เด็ดมากตรงพลัง sin cos tan มีการหามุมกับขนาดของพลังที่ปล่อยซะด้วย
น่าจะจับหมอนี่มานั่งสอบแทนเรา
#1 By Imuya สาววิศวะรักงานศิลป์ on 2008-09-15 19:12