หลายๆครั้ง ที่ผมเจอน้องๆที่ท้อแท้กับการเรียน แล้วจะรำพึงว่า "ไม่รู้เขาจะให้เรียนไปทำไม เรียนไปแล้วก็ไม่ได้ใช้" เช่น

"เรียนไป ก็เอาไปซื้อของในตลาดไม่ได้ มีมะ ไปซื้อหมูแล้วต้องดิฟ ต้องอินทิเกรตให้แม่ค้าดู"

"ทำงานมาตั้งหลายปี ตูยังไม่เคยได้ใช้ดิฟกับอินทิเกรตเลย"

หรือล่าสุด ในเดี่ยว7 ของโน้ส อุดม บอกว่า 

"พายอาร์กำลังสอง สอนกูทำไม!!!"

,,, ,,, ,,,

1.เหตุเริ่มต้นมันคงเป็นเพราะ คนเรียนไม่ถนัดในวิชานั้น (คนที่ออกมาบ่นแบบนี้ ส่วนใหญ่มักจะเรียนวิชานั้นได้ห่วยแตก!!!) เมื่อไม่ถนัด ก็เรียนเอาแค่พอถูๆไถๆ ให้มันจบๆไป ไอ้เรื่องจะเอาไปประยุกต์ในชีวิตจริง ก็คงไม่ต้องพูดถึงกัน ,,, แต่บางครั้ง คนที่เรียนได้ดี แต่ไม่ได้คิดจะต่อยอด ก็ออกมาบ่นแบบนี้เหมือนกัน

2.ส่วนนึงก็ต้องยอมรับว่า หลักสูตรการศึกษาในระดับมัธยมโคตรจะจับฉ่าย อะไรต่อมิอะไรก็ไม่รู้ ถูกยัดเยียดเข้ามาใส่สมองของผู้เรียน ,,,  ลองนึกถึงสมัยเรียนเล่นๆ ในแต่ละเทอมเราจะต้องเรียนหรือถูกยัดเยียดให้เรียนอะไรบ้าง 

3.แต่บางครั้ง จะว่ายัดเยียดไปซะทั้งหมด ก็คงไม่ถูก เช่น ถ้าให้เลือกเรียน จะมีเด็กซักกี่คน ที่อยากเลือกเรียนวิชาศาสนา ,,,, จะมีเด็กผู้ชายซักกี่คน ที่อยากเรียนวิชาภาษาไทย ,,,  หรือ น้องผู้หญิงบางคนก็อาจจะไม่อยากเรียนวิชาพละกลางแดด

4.ลองย้อนกลับไปตอนอยู่มัธยม บางคนก็ยังไม่รู้ตัวเองเลย ว่าชอบอะไรกันแน่ ,,, บางคนก็พอถูๆไถๆ ได้บางวิชา ,,, บางคนก็เก่งทุกวิชา ,,, และบางคน ก็ห่วยแตกทุกวิชา ,,, การให้เรียนแบบจับฉ่าย ก็เพื่อให้เด็กได้ลองศึกษา เพื่อเข้าใจว่า ตัวเองถนัด หรือไม่ถนัดอะไร เช่น โอเค เรียนแคลคลัส เรียนฟิสิกส์ แล้วไม่เวิร์ค ก็ไม่ต้องสะดิ้งไปสอบวิศวะ(ตามเพื่อน) ,,, เรียนภาษาไทยแล้วง่วงทุกที ผันวรรณยุกต์ก็ยังไม่สู้เด็กป.สี่ อักษรศาสตร์เอกภาษาไทย ก็คงไม่ใช่คุณ ,,, เพราะบางคน มีแค่ความชอบ แต่ไม่มีความถนัด ถ้าไม่ลองเรียนดู ก็อาจจะไม่รู้ว่าไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ดังนั้น การได้ลองซดจับฉ่ายหลายๆชาม ก็อาจจะเหมาะสำหรับคนที่กำลังตามหาว่า ตกลงกูชอบชามไหนกันแน่ (ซึ่งคนประเภทนี้ มีมากซะด้วย ,,, รวมทั้งตัวผมเองนั่นแหละ)

5.เราเกิดมาในยุคที่โชคดีสุดๆ ที่คนรุ่นก่อนได้คิดอะไรต่อมิอะไรแบบสำเร็จรูปไว้ให้เราแทบจะหมดแล้ว ของบางอย่าง มันง่ายซะจนเราไม่รู้ว่า กว่าจะได้มันมา เขามีกระบวนการคิดอย่างไร ,,, เมื่อไม่สนใหรือ อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องสนใจ ความรู้พื้นฐานต่างๆ เราก็พลอยคิดไปว่า มันคงไม่ได้ใช้หรอก ,,, แต่สาบานต่อนรกอเวจีเลยว่า ถ้าไอแซค นิวตัน, อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, โทมัส อัลวา เอดิสัน, พี่น้องตระกูลไรท์ หรือท่านอื่นๆ คิดแบบนี้กันหมด ลองจินตนาการดูว่า เทคโนโลยีอะไรจะหายไปบ้าง? ,,, และถ้า คนรุ่นเรา คิดว่า เรียนไปก็คงไม่ได้ใช้เหมือนๆกันหมด เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ ศิลปะ วรรณกรรม ก็คงจะหยุดนิ่ง ณ ตรงนี้

6.ในขณะที่เราไม่ได้ใช้งาน หรือต้องการเรียนแค่เพียงให้มันผ่านๆไป หรืออะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ ,,, ลองมองไปรอบข้างสิ อาจจะมีเพื่อนเราซักคน ที่จะได้ใช้งานมันในอนาคตก็ได้ ,,, สมมติมีเด็ก 50 คน ,,, อาจจะมีเด็กเพียงแค่คนเดียว ที่สามารถนำความรู้ไปใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมได้ แต่มันก็คุ้ม ไม่ใช่รึ? ,,, เพื่อนๆ แถวๆบ้านขงท่านสุนทร ภู่ อาจจะไม่มีใครสนใจโคลง กลอนเลย ,,, เพื่อนๆร่วมรุ่นของไอแซค นิวตัน อาจจะสงสัยว่า ทำไมท่านต้องสนใจคณิตศาสตร์ และฟิสิกส์ขนาดนั้น ,,, สิ่งที่หลายๆคน มองว่า คงไม่เป็นประโยชน์ ในภายภาคหน้า สิ่งนั้น อาจจะเป็นคุณอเนกอนันต์ก็เป็นได้ ใครจะรู้?

7.ความรู้ที่ต้องใช้ในแต่ละสายอาชีพ  ก็แตกต่างกันไป ,,,วิชาๆนึง บางคน ใช้มาก บางคนใช้น้อย บางคนก็ไม่ได้ใช้ ,,, แต่ผมเชื่อว่า การที่ถูกเรียกว่า ความรู้ มันมีคุณค่าในความหมายของตัวมันเองอยู่แล้ว ,,, คำถามคือ เราจะมีโอกาสและความสามารถที่จะหยิบมันมาใช้ประโยชน์ได้ไหม เท่านั้นเอง?

,,, ,,, ,,,

8.สำหรับน้องๆที่กำลังเรียนอยู่ ถ้ายังคงสงสัยในสิ่งที่เรียนอยู่ ,,, 7 ข้างบน อาจจะพอช่วยตอบคำถามได้บ้างไม่มากก็น้อย ,,, แต่สำหรับใครที่ไม่เคยพยายามที่จะอ่านหนังสือหรือตั้งใจเรียนเลย แล้วก็เอาแต่บ่นว่า "เรียนแล้วไม่ได้ใช้ ทำไมถึงต้องเรียน"  ,,, อันนี้ คงไม่ใช่ความบกพร่องของหลักสูตรแล้วล่ะครับ -..-

บลาๆๆ : ผลการเรียนไม่ได้บอกว่าเราเก่งซักแค่ไหน เสมอไป ,,, บางครั้ง มันก็แค่ บอกเราว่า เรา...มีความรับผิดชอบขนาดไหน เท่านั้นจริงๆ

 

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#132 By Mintopeia on 2011-03-06 20:30

โดนใจ

"มันก็แค่ บอกเราว่า เรา...มีความรับผิดชอบขนาดไหน เท่านั้นจริง ๆ"

จริงทีเดียว จริงสุด ๆ

Hot!

#131 By Dhammasarokikku on 2011-03-03 07:20

เคยมีครั้งนึงเอ่ยปากถามเพื่อว่า
"เรียนคณิตเสริมเพื่ออะไรวะ"
เพื่อนก็ตอบกับมาว่า
"ไม่รู้สิ คงให้เราเรียนไปแก้สมการกับแม่ค้าเวลาซื้อของล่ะมั้ง"
surprised smile

#130 By ploy_26611 on 2011-02-10 18:02

เราว่ามันก็เป็นมุมมองสองมุมแหละนะ
สิ่งที่เป็นความจริงที่สุดสำหรับเราก็คือ อะไรที่ชอบเราก็ตั้งใจจนเรียนได้
แต่อะไรที่เราไม่ชอบ บางทีก็ทำได้พอผ่านๆเท่านั้นเอง
ระบบการศึกษาอเมริกา เขาให้เลือกๆๆเรียนเอาเองเลย ว่าอยากเรียนวิชาไหนอะไรยังไง

บางทีแค่เรียนว่ายากแล้ว การสอบยากกว่าอีก
เรียนยังไม่ผ่าน แต่ข้อสอบสรรหาอะไรก็ไม่รู้มาออก
รู้สึกเหมือนผู้ใหญ่ยากให้เด็กไทยเทพทุกเรื่องซะอย่างนั้น

#129 By นังแมวเอ๋อ on 2010-03-24 13:20

เห็นด้วยครับ
ขนาดเรียนจบมาแล้วผมยังต้องหาความรู้เพิ่มเติมอยู่
การเรียนไม่ได้จบอยู่แค่มหาลัย
มหาลัยชีวิตจริง ยิ่งท้าทายกว่า

#128 By happydeed on 2009-11-04 07:57

คงไม่คิดกันหรอกนะ ว่าระบบการศึกษาที่เป็นอยู่นี่"ดี"อยู่แล้วหน่ะ
มันไม่ใกล้เคียงกับคำนี้เลยซักนิด

บางคนน่าจะไปไกลกว่าหรือมีประสิทธิภาพได้มากกว่านี้ แต่โดนระบบฉุดไว้ ถ้าฉีกตัวเองจากระบบออกมาแล้วความมุ่งมั่นไม่พอ+โชคไม่ดี ก็อย่าหวังว่าจะเจริญได้ นั่นคือความน่ากลัวอย่างแรงสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการระบบการศึกษาที่เป็นอยู่ แล้วไปทำอะไรที่คิดว่าเหมาะสมกับตัวเองมากกว่า ...

"ถ้าระบบนี้เกิดมาเพื่อคุณ ผมก็ยินดีด้วย แต่สำหรับใครอีกหลายคนมันไม่ใช่
ต้องสร้างให้มันรองรับได้กับทุกคนสิ นั่นแหล่ะที่เรียกว่าประสิทธิภาพ"

ถ้าชีวิตคุณก้าวหน้าก็จงภูมิใจได้เลยได้เลยว่าทั้งหมดเป็นเพราะตัวคุณเอง ระบบไม่ได้ช่วยผลักดันอะไรเลย หนำซ้ำมันเป็นตัวฉุดอย่างดีอีกสำหรับคนที่ไม่สามารถเข้ากับมันได้

คำว่า "ถ้าไม่ทำก็อดตาย"หรือ"ตายเพราะความฝัน" ไม่อยากได้ยินคำเหล่านี้อีกแล้ว
ความหมายมันชัดเจนอยู่แล้ว - ไม่ได้ชอบ แต่ต้องทำ ... ถ้าได้ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดมันเจ๋งกว่าแน่นอน แม้จะมีคนที่แหกกรอบออกมาแล้วได้ดีก็มีไม่น้อย แต่นั่นแหล่ะที่จะชี้ให้เห็น มันต้องใช้ความพยายามเกินร้อย+โชคดีด้วย เพราะมันไม่มีระบบที่เป็นเส้นทางของเค้าเลยนี่นา
ถึงจะดูเป็นอุดมคติไปหน่อยก็ตามที่จะทำให้ทุกคนได้เส้นทางที่ควรจะเลือกได้โดยได้รับการสนับสนุนจากระบบ

ถ้าใช้วิธีเดียวกัน ยังไงแต่ละคนรับรู้ได้ไม่เหมือนกัน
มันก็ประมาณว่า จับคน ผู้ซึ่งที่มีความหลากหลายและแตกต่าง เข้าระบบเดียวกัน คิดแค่นี้ก็ผิดมหันต์แล้ว แทนที่จะสร้างระบบที่หลากหลายโยนลงมาให้เราเลือก

อย่างที่ปิดท้ายไว้หน่ะไม่ผิดไปจากนั้นเลย แต่ทำไมไม่ทำให้มันเป็นมากกว่าตัววัดแค่ "ความรับผิดชอบ" หล่ะ
ศักยภาพมนุษย์มัน "ควรจะ" มีดีกว่าที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้

น่าดีใจอยู่อย่างว่า ณ ตอนนี้ พอจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ว่านั่นแล้ว ถึงจะแค่เศษเสี้ยวก็ตาม

ปล. - เพ้อมาซะยาว ... กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงล่ะ นี่เรานั่งพิมพ์อยู่ในบอร์ดสยามบิทนี่หว่า นึกว่าอยู่ในสภา เอิ๊กๆ
- มันอาจจะมีวกวนบ้าง ... แต่ผมก็ไม่ได้กะส่งประกวดนี่นา เอิ๊กๆ (ขออภัยด้วยค้าบ -.-)
- บางประโยคมันอาจสื่อความหมายได้ไม่ชัดเจนอย่างที่ผมอยากจะให้เป็น พยายามรวบรวมเจตนารมณ์ของผมก่อนแล้วค่อยแปลความหมายหล่ะครับ แล้วคุณจะรู้สึกเหมือนผม

#127 By SteelCoffin (58.9.156.90) on 2008-12-08 14:14

มันซับซ้อนกว่านั้นครับ ถ้าได้คุยด้วยคงจบยาก

#126 By rebellion (58.9.165.161) on 2008-11-30 23:46

โอ้โหหหห เยี่ยมมมมมมคำตอบที่เราค้นหามานาน ว่าเรียนไปทำไมวะ เรียนไปก็ไม่ได้ใช้ ขอทำลิงค์มาหน่อยนะครับ Hot! Hot! Hot!

#125 By MEISANMUI™ on 2008-10-04 21:35

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
จิงครับ
แต่ผู้ใหญ่ให้ความสำคัญกับเกรดมากกว่าจิตใจเด็กอ่า
อิอิ
กระจ่างแล้ว
ที่แท้ กระทรวงศึกษาก้ออยากให้เราจับฉ่าย เละ เฟะกันไป
555+open-mounthed smile
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ

#123 By geegeelala (58.9.82.149) on 2008-09-27 20:39

8D ตามมาเม้นท์ค่ะ ชอบมากมาย เพราะว่าคิดเหมือนกันเลย


โอเคมันอาจจะยากสำหรับเด็กสมัยนี้ เพราะว่า

1. คนสมัยก่อนเขาคิดอะไรไว้มากมาย มันเลยดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ที่สร้างสารรค์อะไรอีก ยกเว้นคุณจะเรียนให้สูงเทพ เก่งเทพมากๆ ถึงจะสามารถเป็นนักคิดค้น ประดิษฐ์อะไรใหม่ๆได้

2. คนสมัยก่อนไม่ต้องเรียนอะไรยากขนาดเรา เพราะว่าพวกเขาคิดอะไรมากขึ้นนี่แหละเราถึงต้องเรียนเพิ่ม มันเลยดูเหมือนเราเรียนอะไรยุ่งยากซับซ้อนมาก (ตรงนี้ยอมรับว่ามัธยมของไทยให้เรียนซับซ้อนเกินไปจริงๆ แต่คงไม่มีปัญหาถ้าเราไม่ต้องใช้เกรดในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย - -" ตอนรุเรียนก็...วิชาไหนไม่ได้ ก็ถูๆ ไถๆ แล้วก็ไม่ต้องกระแดะไปสอบอย่างว่านั่นล่ะค่ะ ฮา)

แต่รุก็ดีใจที่ได้ลองเรียนอะไรหลายๆอย่าง ทำให้รู้จริงๆว่าเราชอบแนวไหน...

#122 By hikaru on 2008-09-27 15:14

Hot! Hot! Hot!

รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหามค่ะ...

ถึงกว่าจะรู้ได้ เราจะแทบกระอักก็ตาม...sad smile

#121 By Verozia_ on 2008-09-25 19:39

(ไม่มีคำพูดมีแต่...)
Hot!
big smile
อ่านมาแล้วค่อนข้างเห็นด้วย
เมื่อก่อนก็คิดแบบนั้นน่ะ ว่าเรียนไปทำไม ไม่ได้ใช่

แต่พอผ่านมาก็พบว่าที่เรียนๆมามันก็เป็นการฝึกการคิด ทำให้มีการคิดที่เป็นกระบวนการมากขึ้น (เอ.. แอบๆนอกเรื่องแฮะ)

#119 By - on 2008-09-25 18:17

ก็จริงนะ...

อยากเช่น วงกลม หาสูตร อืม

อื่นๆๆ อีกตั้งเยอะ
sad smile

#118 By jammika_jam on 2008-09-25 17:39

บางคนก็ได้ ใช้บางคนก็ไม่ได้ใช้ครับ

โน๊ตอุดมยังใช้มาเป็นมุขเลย
อู้วววววว เจ๋งงงง cry Hot!

#116 By สส.eVeZaa on 2008-09-25 17:23

ผมว่าก็ยังตอบคำถามนี้ไม่ได้ในชีวิตมหาวิทยาลัยนะครับ
หรือแม้แต่ในระดับมัธยมปลายเองด้วยซ้ำ

ม.ปลาย ตัดทิ้งแล้วกัน เผื่อหลายคนที่ไม่รู้ตัวเอง

สำหรับมหาวิทยาลัย
ผมเรียนไอทีครับ แต่มีวิชาพื้นฐานด้านวิทยาศาตร์
อย่าง เคมี, ฟิสิกส์ (2 ตัว) ถ้าถามว่าเรียนไปทำไม
ผมตอบตัวเองได้ว่า เอา วท.บ. (วิทยาศาสตร์บัณฑิต)

แต่ถ้าถามว่าในอนาคตจะได้ใช้มั้ย หรือนำไปประยุกต์ได้มั้ย คงไม่มีทาง
เพราะเป็นวิชาที่แทบจะไม่ถูกกับผมสักเท่าไหร่

...

สรุปคือ ตอบเอาใจตัวเองให้รอดไปวันๆ สำหรับการศึกษาไทย big smile

#115 By non (114.128.60.98) on 2008-09-25 17:11

อ่ะ ให้ก็ให้ ขี้เกียจอ่านHot!

#114 By black_aเmะ on 2008-09-25 11:28

อยากเอาไปให้เด็กที่โรงเรียนอ่านเลยครับท่านนนนนwink

#113 By Wisor on 2008-09-25 11:20

แว๊ปมาอ่าน ><

เพราะว่าเราไม่รู้จักหาทางที่จะใช้มันต่างหาก cry

#112 By PNG+ on 2008-09-25 11:11

เห็นด้วยที่สุดค่ะ

ผลการเรียนไม่ได้บอกว่าเก่งแค่ไหน

แต่บอกว่าเรามีความรับผิดชอบแค่ไหนตะหากbig smile

#111 By Matha on 2008-09-25 09:31

เรียนแล้วได้รู้ว่าไม่ได้ใช้ อย่างน้อยก็ได้เข้าใจว่าเรียนไปทำไมแล้วล่ะ
^-^'
ใช่ บางครั้งมันก็บอกแค่ว่าเรามีความรับผิดชอบมากแค่ไหนเท่าั้นั้นเอง....อิอิ

ใช่ รู้จักโกร๊กฮอร์โมนแล้นนนนน

ใช่ ความรู้มันมีคุณค่าในตัวมันเอง

ใช่ หลักสูตรมัธยม จับฉ่าย แม้แต่ ผบ ยังจับเลย

#109 By i'FY on 2008-09-25 01:08

"บางครั้ง มันก็แค่ บอกเราว่า เรา...มีความรับผิดชอบขนาดไหน เท่านั้นจริงๆ"

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
ถูก

#107 By Look^0^pud on 2008-09-24 23:46

เพิ่งได้ใช้บัญญัติไตรยางค์ที่เรียนตอนป.5 ไปตอนที่คิดยากะน้ำเกลือให้คนไข้นี่ล่ะค่ะ
double wink

#106 By 19sep on 2008-09-24 22:50

ตรงข้อ 5 วรรณกรรม พิมพ์ผิดน่ะัครับ

#105 By 609 on 2008-09-24 22:24

ทุกวันนี้เสียดาย ที่ตอนเด็ก ๆ ไม่ตั้งใจเรียน
ดันมาเรียนเพิ่มเมื่อแก่ sad smile

#104 By ไอ้แป้น : i-phan on 2008-09-24 22:01

ก็เขาบอกว่าเราต้องเรียนนี่นา...
open-mounthed smile
เห็นด้วยจนถึงระดับมัธยมครับ แต่ระดับมหาลัยแล้วยังต้องมาเรียนอะไรที่ เฮ้ยยยย กุเรียนจบแล้วไม่ได้ใช้มันอีกเลยแน่นอน เรียนทำไมวะเนี่ย นี่ก็มากไปเหมือนกันครับ

#102 By ch_a_m_p on 2008-09-24 21:45

ใช่ครับผมก็คนนึงที่เรียนไม่เก่ง หัวปานกลาง ได้แค่สามกกว่า แต่มีความรับผิดชอบนะ(อย่างน้อยก็กินก๋วยเตี๋ยวแล้วจ่าย)เก่งกับรับผิดชอบนี่แตกต่างกันจริงๆ

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile Hot!
เอ็ดดี้!

rep. 99 ของชั้นนะ

แกจัดการด้วย..

ก็แกล็อกอินทิ้งไว้ เครื่อง เจ้าลัทธิอันเซ็น

ชั้นถอดออกให้ละ

แต่แก จัดการ rep ตะกี๊เองนะ

#100 By Mystify on 2008-09-24 18:30

Hot! โอ๊สส!

ใช่เลย เมื่อก่อนสงสัยว่าเป็นเด็กนักเรียนทำไมครูต้องทำให้ผมเครียดขนาดนั้น จับยัดหัวมันสารพัด ใช้ได้จริงแค่ไม่กี่อย่าง เพื่อนผมก็คิดเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่สิ่งที่ผมกับมันเอามาใช้ได้จริงเป็นคนละอย่างกัน..

สั้นๆคือเค้าไม่รู้นี่หว่าว่าคุณโตขึ้นจะเป็นอะไร ถ้ารู้ว่าคุณจะไปเป็นนักพูดคงไม่สอนพายอาร์กำลังสองให้คุณเป็นแน่..

#97 By :: KinG MoJi :: on 2008-09-24 18:13

เห็นด้วยอย่างแรงครับ
ทำไมไอ้ผมเป็นคนหูหนวก ยังไม่ได้เรียนวิชาเยอะๆ
เพราะเคยเรียนเกี่ยวกับการเรียนเพื่อคนพิการและหลักสูตร แต่การเรียนการสอนไม่พอเพราะหลักสูตรนี้ยังไม่สมบูรณ์(การศึกษา 253x) ไม่เหมือนกับหลักสูตรการเรียนคนหูดีเลย

sad smile Hot! Hot!

#96 By eak48 on 2008-09-24 18:00

เห็นด้วย.. ไม่อย่างงั้นทำไมผมต้องเรียน Cal 3 ตั้ง สามรอบ!!

แม้แต่มหาลัย ยังไม่ค่อยมีการ co กันระหว่าง ภาค Math กับวิศวะเท่าไรเลย

แล้วจะให้เรียนCAL ไปทำไม... อ.ภาค Math ตอบไม่ค่อยได้.. อ้างแต่... เดี่ยวเธอก็ได้ใช้....

#95 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-09-24 16:05

ผมค้นยังไงก็ไม่เจอสักทีว่าชอบอะไร
รู้เพี่ยงแต่ว่าทำอะไรแล้วได้ดีแค่นั้นเอง - -"

#94 By kahonoii on 2008-09-24 16:02

แล้วจะเป็นยังไงครับ ถ้าให้คนที่จะเรียนได้เลือกสิ่งที่ตัวเองอยากจะเรียนตั้งแต่แรก?

คนที่ไม่อยากเรียนฟิสิกส์ แต่ชอบเคมีกับชีวะ ก็ไม่ต้องเรียนฟิสิกส์

คนไม่อยากเรียนพละ ก็ไม่ต้่องเรียนพละ ไม่งั้นก็มีกีฬาให้เลือกทุกอย่าง ก็เอาสักอย่างที่ชอบ

นี่ต้องเรียนมันทุกอย่าง หวานอมขมกลืน คนที่ยังไม่รู้ตัวเองก็โอเค แล้วคนที่รู้แล้วล่ะ ไม่เห็นใจเขาเลยหรือ?

แต่ผมก็ผ่านช่วงนั้นมานานมากแล้วน่ะนะ

#92 By Bluewhale on 2008-09-24 14:53

เห็นด้วยเลยค่ะHot!

#91 By ~memay~ on 2008-09-24 14:35

Hot! ก็จริงอย่างที่พี่ว่าครับ

#90 By Kefron Kerina on 2008-09-24 14:01

Hot! อาาา โดนใจอย่างแรง เหอๆ

#89 By Thep-aksorn : The Aria Auditor on 2008-09-24 13:55

โดน
Hot! Hot!

#88 By ♥ g i f t on 2008-09-24 13:39

ชอบHot!
เรียนแล้วก็ต้องได้ใช้สิ อย่างน้อยวิชาคณิตศาสตร์ก็สอนให้เรา บวก ลบ คูณ หาร เป็น หรือภาษาไทยก็สอนให้เราอ่านออกเขียนได้ แล้วจะมาพุดได้ไงว่าเรียนมาแล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์จริงไหม ???

#86 By on 2008-09-24 12:06

สุดยอดดด Hot! Hot!

#85 By แก๊งวู่วาม ~* on 2008-09-24 11:28

เห็นด้วย
แต่ในความเป็นจริง..มันล้นสมองแล้ว


บางโรงเรียนจะมีห้องเรียนพัฒนาอัจริยภาพของเด็กทางด้านต่างๆ...ซึ่งเด็กที่เข้ามาได้ ก็ไม่ได้เก่งจริง หรือรักในสายวิชานั้น แต่มันไปเรียนพิเศษมาแล้วเลยเข้าโครงการได้ พอเรียนเข้าจริงมันก็จะไม่รอด..เพระากำลังเป็นอยู่พอดี T^T

#84 By HeDw!g on 2008-09-24 11:22

เหนด้วย ชอบ blog พี่ ed สุดๆ อ่านมาหลายอันละ ได้ใจจิงๆ

#83 By สูตรลดความอ้วน (124.120.20.45) on 2008-09-24 10:32

ผลการเรียนไม่ได้บอกว่าเราเก่งซักแค่ไหน เสมอไป ,,, บางครั้ง มันก็แค่ บอกเราว่า เรา...มีความรับผิดชอบขนาดไหน เท่านั้นจริงๆ
ููู^
^
^
เห็นด้วยกับคำนี้อย่างแรงครับHot! Hot!

#82 By ตองพี on 2008-09-24 10:22

พี่วิชัยสั่งมาค่ะ

******************************

เสียดายถ้าไม่รู้จัก .......

โกร๊ ก อ ร์ โ ม น ก่อน....แก่...

โกร๊ ก อ ร์ โ ม น ลดลง คือ โรคแ ก่ ....///

เข้าดูรายละเอียดได้ที่นี่ค่ะ.......

http://huxza.notlong.com/(จากxเป็นnนะคะ)

*****************************************

/me เผ่นโลด sad smile

#81 By ~:Red_Em:~ on 2008-09-24 10:22