หลายๆครั้ง ที่ผมเจอน้องๆที่ท้อแท้กับการเรียน แล้วจะรำพึงว่า "ไม่รู้เขาจะให้เรียนไปทำไม เรียนไปแล้วก็ไม่ได้ใช้" เช่น

"เรียนไป ก็เอาไปซื้อของในตลาดไม่ได้ มีมะ ไปซื้อหมูแล้วต้องดิฟ ต้องอินทิเกรตให้แม่ค้าดู"

"ทำงานมาตั้งหลายปี ตูยังไม่เคยได้ใช้ดิฟกับอินทิเกรตเลย"

หรือล่าสุด ในเดี่ยว7 ของโน้ส อุดม บอกว่า 

"พายอาร์กำลังสอง สอนกูทำไม!!!"

,,, ,,, ,,,

1.เหตุเริ่มต้นมันคงเป็นเพราะ คนเรียนไม่ถนัดในวิชานั้น (คนที่ออกมาบ่นแบบนี้ ส่วนใหญ่มักจะเรียนวิชานั้นได้ห่วยแตก!!!) เมื่อไม่ถนัด ก็เรียนเอาแค่พอถูๆไถๆ ให้มันจบๆไป ไอ้เรื่องจะเอาไปประยุกต์ในชีวิตจริง ก็คงไม่ต้องพูดถึงกัน ,,, แต่บางครั้ง คนที่เรียนได้ดี แต่ไม่ได้คิดจะต่อยอด ก็ออกมาบ่นแบบนี้เหมือนกัน

2.ส่วนนึงก็ต้องยอมรับว่า หลักสูตรการศึกษาในระดับมัธยมโคตรจะจับฉ่าย อะไรต่อมิอะไรก็ไม่รู้ ถูกยัดเยียดเข้ามาใส่สมองของผู้เรียน ,,,  ลองนึกถึงสมัยเรียนเล่นๆ ในแต่ละเทอมเราจะต้องเรียนหรือถูกยัดเยียดให้เรียนอะไรบ้าง 

3.แต่บางครั้ง จะว่ายัดเยียดไปซะทั้งหมด ก็คงไม่ถูก เช่น ถ้าให้เลือกเรียน จะมีเด็กซักกี่คน ที่อยากเลือกเรียนวิชาศาสนา ,,,, จะมีเด็กผู้ชายซักกี่คน ที่อยากเรียนวิชาภาษาไทย ,,,  หรือ น้องผู้หญิงบางคนก็อาจจะไม่อยากเรียนวิชาพละกลางแดด

4.ลองย้อนกลับไปตอนอยู่มัธยม บางคนก็ยังไม่รู้ตัวเองเลย ว่าชอบอะไรกันแน่ ,,, บางคนก็พอถูๆไถๆ ได้บางวิชา ,,, บางคนก็เก่งทุกวิชา ,,, และบางคน ก็ห่วยแตกทุกวิชา ,,, การให้เรียนแบบจับฉ่าย ก็เพื่อให้เด็กได้ลองศึกษา เพื่อเข้าใจว่า ตัวเองถนัด หรือไม่ถนัดอะไร เช่น โอเค เรียนแคลคลัส เรียนฟิสิกส์ แล้วไม่เวิร์ค ก็ไม่ต้องสะดิ้งไปสอบวิศวะ(ตามเพื่อน) ,,, เรียนภาษาไทยแล้วง่วงทุกที ผันวรรณยุกต์ก็ยังไม่สู้เด็กป.สี่ อักษรศาสตร์เอกภาษาไทย ก็คงไม่ใช่คุณ ,,, เพราะบางคน มีแค่ความชอบ แต่ไม่มีความถนัด ถ้าไม่ลองเรียนดู ก็อาจจะไม่รู้ว่าไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ดังนั้น การได้ลองซดจับฉ่ายหลายๆชาม ก็อาจจะเหมาะสำหรับคนที่กำลังตามหาว่า ตกลงกูชอบชามไหนกันแน่ (ซึ่งคนประเภทนี้ มีมากซะด้วย ,,, รวมทั้งตัวผมเองนั่นแหละ)

5.เราเกิดมาในยุคที่โชคดีสุดๆ ที่คนรุ่นก่อนได้คิดอะไรต่อมิอะไรแบบสำเร็จรูปไว้ให้เราแทบจะหมดแล้ว ของบางอย่าง มันง่ายซะจนเราไม่รู้ว่า กว่าจะได้มันมา เขามีกระบวนการคิดอย่างไร ,,, เมื่อไม่สนใหรือ อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องสนใจ ความรู้พื้นฐานต่างๆ เราก็พลอยคิดไปว่า มันคงไม่ได้ใช้หรอก ,,, แต่สาบานต่อนรกอเวจีเลยว่า ถ้าไอแซค นิวตัน, อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, โทมัส อัลวา เอดิสัน, พี่น้องตระกูลไรท์ หรือท่านอื่นๆ คิดแบบนี้กันหมด ลองจินตนาการดูว่า เทคโนโลยีอะไรจะหายไปบ้าง? ,,, และถ้า คนรุ่นเรา คิดว่า เรียนไปก็คงไม่ได้ใช้เหมือนๆกันหมด เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ ศิลปะ วรรณกรรม ก็คงจะหยุดนิ่ง ณ ตรงนี้

6.ในขณะที่เราไม่ได้ใช้งาน หรือต้องการเรียนแค่เพียงให้มันผ่านๆไป หรืออะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ ,,, ลองมองไปรอบข้างสิ อาจจะมีเพื่อนเราซักคน ที่จะได้ใช้งานมันในอนาคตก็ได้ ,,, สมมติมีเด็ก 50 คน ,,, อาจจะมีเด็กเพียงแค่คนเดียว ที่สามารถนำความรู้ไปใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมได้ แต่มันก็คุ้ม ไม่ใช่รึ? ,,, เพื่อนๆ แถวๆบ้านขงท่านสุนทร ภู่ อาจจะไม่มีใครสนใจโคลง กลอนเลย ,,, เพื่อนๆร่วมรุ่นของไอแซค นิวตัน อาจจะสงสัยว่า ทำไมท่านต้องสนใจคณิตศาสตร์ และฟิสิกส์ขนาดนั้น ,,, สิ่งที่หลายๆคน มองว่า คงไม่เป็นประโยชน์ ในภายภาคหน้า สิ่งนั้น อาจจะเป็นคุณอเนกอนันต์ก็เป็นได้ ใครจะรู้?

7.ความรู้ที่ต้องใช้ในแต่ละสายอาชีพ  ก็แตกต่างกันไป ,,,วิชาๆนึง บางคน ใช้มาก บางคนใช้น้อย บางคนก็ไม่ได้ใช้ ,,, แต่ผมเชื่อว่า การที่ถูกเรียกว่า ความรู้ มันมีคุณค่าในความหมายของตัวมันเองอยู่แล้ว ,,, คำถามคือ เราจะมีโอกาสและความสามารถที่จะหยิบมันมาใช้ประโยชน์ได้ไหม เท่านั้นเอง?

,,, ,,, ,,,

8.สำหรับน้องๆที่กำลังเรียนอยู่ ถ้ายังคงสงสัยในสิ่งที่เรียนอยู่ ,,, 7 ข้างบน อาจจะพอช่วยตอบคำถามได้บ้างไม่มากก็น้อย ,,, แต่สำหรับใครที่ไม่เคยพยายามที่จะอ่านหนังสือหรือตั้งใจเรียนเลย แล้วก็เอาแต่บ่นว่า "เรียนแล้วไม่ได้ใช้ ทำไมถึงต้องเรียน"  ,,, อันนี้ คงไม่ใช่ความบกพร่องของหลักสูตรแล้วล่ะครับ -..-

บลาๆๆ : ผลการเรียนไม่ได้บอกว่าเราเก่งซักแค่ไหน เสมอไป ,,, บางครั้ง มันก็แค่ บอกเราว่า เรา...มีความรับผิดชอบขนาดไหน เท่านั้นจริงๆ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Hot! จริงครับพี่ เห็นด้วยเลยbig smile

ต้องค้นหาๆ แล้วจะเจอสิ่งที่เป็นตัวเราbig smile

#1 By redtear on 2008-09-23 14:17

เหลือดีกว่าขาดสินะครับ big smile

#3 By C I-I i p S a I< u on 2008-09-23 14:33

ผมอ่านแล้วเห็นด้วยมากๆเลยครับ พี่เอ็ด

แค่มองในมุมที่ต่างออกไป ก็จะเห็นข้อดีของจับฉ่ายชามโต confused smile Hot! Hot! Hot!

#4 By SkyKiD on 2008-09-23 14:36

เห็นด้วยครับ แต่ผมโดนยัดเยียดให้เรียนจนมหาวิทยาลัยเลยนะ
ไม่เห็นได้เรียนที่อยากเรียนทั้งหมดซักที confused smile Hot!

#5 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-09-23 14:36

เห็นด้วยอย่างแรง

Hot! Hot!

#6 By Risuki-666 on 2008-09-23 14:39

คำตอบสั้นๆ คือ "รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม"

ถ้ารู้แค่วิชาที่ใช้ทำมาหากิน เอาตัวรอดไปวันๆ
จะทำให้เป็นคน "โลกแคบ" ได้ สุดท้ายก็คุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง

#7 By Eddalion on 2008-09-23 14:46

เผื่อไว้ไม่เสียหลาย

และทำให้เราได้รู้เรื่องอื่นๆ นอกจากสิ่งที่สนใจบ้าง ฝึกใช้สมองหลายๆด้าน ไม่ใช่มุ่งแต่เรื่องที่สนใจลูกเดียว
ไม่งั้นจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง

และให้รู้จักอดทน บังคับตัวเอง อนาคตยังมีเรื่องให้กลุ้มอีกเยอะ ฝึกจัดการกับความชอบ ไม่ชอบของตัวเองไว้ก่อน

และชอบข้อ5จัง Hot!

#8 By ffr -_- on 2008-09-23 14:46

เคยดูรายการช่องสามที่ชอบประณามคนแพ้ double wink ...พี่มันแย่ พี่แพ้ป.4 นะ
ผมไม่เข้าใจว่าหลักสูตรสำหรับเด็กประถมที่ร่างใช้กันในปัจจุบัน มันตอบสนองความต้องการพื้นฐานของเด็ก หรือว่า โรงเรียนกันแน่ เรียนไปแล้วบางอย่างยังไม่แน่ใจเลยว่าเด็กใช้กันเป็นหรือเปล่า
อย่างวิชาใหม่ในสายตาผม การงานและเทคโนโลยี จะมีเด็ก ป.1 กี่คนที่ใช้คีย์ลัด(WinKey+R)เป็นหลักแทนการคลิ้กเลือกคำสั่ง Run ไปๆมาก็กลายเป็นไปว่า เด็กก็ต้องกลับท่องจำตั้งแต่วัยเยาว์อีกHot!

#9 By palermos on 2008-09-23 15:00

ผมก็เห็นด้วยกับเอ๊ดดี้นะ โดยเฉพาะกับข้อ 4 และ 6 ถูกต้องเลย ก็อยากเป็นกำลังให้เด็กรุ่นน้อง ๆ ว่าอย่าไปท้อกับการเรียน ขอให้เราเจอสิ่งที่เราชอบจริง ๆ แลเอใจใส่กับมันก็พอแล้ว

ป.ล. บางทีผมก็คิดมากนะ ทำไมผมต้องเรียนวิศวะ เพื่อไปดูแลเรือ แล้วเอาเงินเดือนมาซื้อข้าวกิน ทำไมไม่เรียนเกษตรกรรม เพื่อปลูกข้าว เลี้ยงสัตว์ และเรียนคหกรรมเพื่อทำอาหารไปเลย ทำไมเราต้องทำแบบอ้อม ๆ ด้วยนะ ทั้ง ๆ ที่งานทั้งสองอย่าง มันก็เหนื่อยเหมือนกัน (อันนี้คิดเล่น ๆ แต่ก็น่าคิดนะ)

#10 By เจ้าชายน้อย on 2008-09-23 15:05

กำลังคิดอยู่เลยค่ะsad smile
ว่าจะเรียนทำไมให้ยากๆ

แต่เท่าที่เรียนมายังไม่เจออะไรที่ใช่เลยแฮะ
Hot!
ผมก็เห็นด้วยกับเอ๊ดดี้นะ โดยเฉพาะกับข้อ 4 และ 6 ถูกต้องเลย ก็อยากเป็นกำลังให้เด็กรุ่นน้อง ๆ ว่าอย่าไปท้อกับการเรียน ขอให้เราเจอสิ่งที่เราชอบจริง ๆ แลเอใจใส่กับมันก็พอแล้ว

ป.ล. บางทีผมก็คิดมากนะ ทำไมผมต้องเรียนวิศวะ เพื่อไปดูแลเรือ แล้วเอาเงินเดือนมาซื้อข้าวกิน ทำไมไม่เรียนเกษตรกรรม เพื่อปลูกข้าว เลี้ยงสัตว์ และเรียนคหกรรมเพื่อทำอาหารไปเลย ทำไมเราต้องทำแบบอ้อม ๆ ด้วยนะ ทั้ง ๆ ที่งานทั้งสองอย่าง มันก็เหนื่อยเหมือนกัน (อันนี้คิดเล่น ๆ แต่ก็น่าคิดนะ)

#12 By เจ้าชายน้อย on 2008-09-23 15:08

แค่คุณไม่ได้ใช้ ไม่ได้แปลว่าไม่สำคัญ และการที่เราไม่ได้ใช้สิ่งนั้นๆ ไม่ได้แปลว่าความรู้หรือความสามารถขณะเราเรียนรู้สิ่งๆนั้น จะนำไปประยุกต์ใช้กับอย่างอื่นไม่ได้

จริงๆเซ็งเดี่ยวเจ็ดนะนี่ ปลูกฝังความคิดผิดๆไอ้เรื่อง พายอาร์กำลังสองจริงๆ (อยากจะบอกว่าชั้นใช้อยู่แทบทุกวันนะ )

#13 By = HIMA = on 2008-09-23 15:10

จริงอย่างเอ็ดว่า Hot!
อย่างน้อเรียนเอาไว้เป็นองค์ความรู้
ไม่ได้ใช้โดยตรง แต่ก็อาจจะเอาไปประยุกต์ใช้ในอนาคตได้big smile
ขอก็อปไว้ให้ลูกหลานในวงศ์ตระกูล ได้อ่านสืบไปนะครับ
แอบอิจฉาเอ็ดที่เรียนคณิตศาสตร์เก่งนะ big smile


เพราะจะมีความรู้สึก (คล้าย ๆคิดไปเอง) ว่าคนที่เก่งคณิตศาสตร์ วิชาอื่นก็จะเก่งตาม ๆ กันมา sad smile



แต่เอนทรี่นี้ อย่างน้อยก็ให้ความกระจ่างเวลานัทเบื่อเรียนบ้างล่ะ Hot! Hot!
เอ่อ ความเห็นส่วนตั๊วส่วนตัว .... cry

ใคร.. ใครว่าเรียนแล้วไม่ได้ใช้.... เรียนนะ ได้ฝึกใช้สมอง รู้ขบวนการคิด / วิเคราะห์ / ประมวลผล.....

มันสอดแทรกอยู่..... ไม่รู้หรือไง... sad smile

#18 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-09-23 15:47

ตอนนี้ก็ยังเครียดเรื่องจะเรียนม.ปลาย คณะที่ต้องการ บลาๆๆๆ อะไรก็ไม่รู้


พอมาอ่านของพี่เอ็ดแล้วดีขึ้นเยอะ = =' พอจะเห็นด้วย เหนื่อยแล้วค่อยสบายก็โอเค ข้อ 4 โ๊ด๊นโดน Hot! Hot!

#19 By ♕ Sinsters? on 2008-09-23 16:34

เอิ่ม...ลองซดจับฉ่ายดูแล้วมันไม่มีอันไหนคล่องคอเลยง้ะ ทำไงดี

รึจะต้องสุ่ม(ไก่)คณะเอาsad smile

#20 By aomam' (124.120.212.243) on 2008-09-23 16:37

นั่นสินะ เรียนแล้วไม่ได้ใช้และจะเรียนไปทำแมวอะไรคะ
Hot!

จบมาแล้วถึงรู้ค่ะ

#22 By iDoi* on 2008-09-23 16:38

ใช่แล้วค่ะ ตอบคำถามนี้ได้ดีจัง อยากให้เด็กๆ มัธยมได้มาอ่านทุกคน Hot!
ความรู้ ถึงไม่ได้ใช้ มีไว้ก็ยังดีครับ ความรู้ไม่มีผิดภัย

#24 By i-musicale on 2008-09-23 16:55

ครับ เหมือนสมัยม.ปลาย ที่ร.ร.ผมมีสอนเขียนโปรแกรมเบื้องต้น เพื่อนๆผมหลายคนก็ไม่ได้ใช้... แต่ผม ใช้จนมือหงิก - -"

Hot!

#25 By เต้าหู้ทอด~* on 2008-09-23 16:57

-*-ซดจับฉ่ายหลายๆถ้วยแล้วเผื่อว่าจะรุ้ว่าชอบถ้วยไหน
โดนค่ะ...
บางวิชาเราเรียนไปแล้วเราอาจไม่ได้ใช้โดยตรง
บางครั้งเราเอามันไปใช้แบบไม่รุ้ตัวด้วยซ้ำ
เรียนไปเถิดแล้วจะเกิดผล ดีกว่าปล่อยต้นให้โง่ดักดานนะเออHot!

#26 By Zesame..!!! on 2008-09-23 17:05

เป็นการเขียนที่มองในแง่ดีจริงๆ เลยครับ แต่ก็ทำให้ได้คิดว่ามันก็จริงตามนั้นครับ

ใครที่ยังเรียนอยู่ก็ตั้งใจเรียนมากๆ นะครับ ซักวันเราอาจจะต้องใช้มันก็ได้ confused smile

#27 By Googigg on 2008-09-23 17:21

รุ่นพี่ - ไอ้น้องเอาเหรียญทองเหรียญไหน? พี่ให้เลือกก่อน ระหว่าง เหรียญที่มีรัศมี r = 1 cm กับรัศมี r = 2 cm

รุ่นน้อง - เอาเหรียญ 2cm ดิพี่cry

...
หลายคนคงคิดเหมือนกันว่าถ้ามันเลือกตัวเลขน้อยกว่าก็โง่ดิ
...

รุ่นพี่ - อ่ะ ทีนี้พี่มีเหรียญทองกองหนึ่ง แบ่งเป็น 2 ส่วนไม่เท่ากัน กองหนึ่ง = 1/2 ของเหรียญทั้งหมด ส่วนอีกกอง 1/5 ของทั้งหมด พี่จะยังให้เอ็งเลือกก่อน

รุ่นน้อง - โด่เอ๊ย ถึงผมจะไม่เก่งเลข ผมว่ากอง 2น้อยกว่า5แน่นอน ผมเอากอง 1/5 ครับ เยอะดี

รุ่นพี่ - โอเคในเมื่อเอ็งเลือกแล้ว พี่ก็ขอเอากองน้อย1/2ก็แล้วกันนะ

...
เท่าที่เรียนมาก็ได้ใช้ตลอดนะ อย่างน้อยก็ตอนสอบไง
เราว่าการคำนวณเป็นพื้นฐานการใช้ความคิด เหตุผล และความคิดสร้างสรรค์นะฮะ ไม่งั้นจะมีหนัง the cube, โฆษณาแบรนด์เม็ด, บัญชีรายรับรายจ่าย, สูตรคำนวณให้สาวๆใช้วัดดัชนีมวลกาย และอะไรดีๆหลายอย่างจากวิชาเลขที่ช่วยให้โลกนี้ดีขึ้นหรือฮับ

เราก็อยู่ในโลกกันได้อย่างมั่นใจว่าจะไม่ถูกใครเอาเปรียบง่ายๆ..
(อย่างน้อยชาวนาหลายคนก็รู้ว่าโรงสีโกงตาชั่งนะ)sad smile

เห็นด้วยฮับopen-mounthed smile

#28 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2008-09-23 17:23

ปัจจุบันรู้แล้วว่าตัวเองชอบอะไร แต่ยังไม่รู้ว่าเก่งอะไรค่ะ (หรือจะไม่มีเลย)sad smile
Hot!
#30 By (58.8.171.75)

กรี๊ดดดด เขามาแล้ว กรี๊ดๆๆๆ

#31 By Eddy on 2008-09-23 17:27

เห็นด้วย
เราเรียนวิทย์คอมตอนมอปลาย แล้วเรียนนิติศาสตร์ต่อ
แต่ เราก็ยังได้ใช้เรื่อยๆนะ

แต่งโคลงแต่งกลอน ก็ยังใช้ ไว้ผูกกลอนท่องประมวลกม
ฟิสิกส์ ยังใช้ตอนแข่งไรเฟิล
เคมี ใช้เวลาผสมแป้งทำขนม
ชีวะ พอมาเรียนจิตวิทยา ยิ่งใช้เยอะ
สังคม นี่ใช้จนนรกแตก
ส่วนภาษาปะกิด ก็ใช้ทำมาหากิิน

เราว่า ถ้ามองกว้างๆ จะรู้ว่า ใช้จนไม่รู้สึกตัวเลย

#32 By Fraulein Jojoe on 2008-09-23 17:31

อย่างน้อยก้ได้รู้ไว้เนอะ-*-

#33 By Kurei on 2008-09-23 17:31

ข้าน้อยเชื่ออย่างนึงฮับว่า ในทุกสิ่งที่ดูไร้สาระ มันก็ยังมีเนื้อแท้ข้างในอยู่

คนที่เรียนแคลคูลัส ดิฟ - อินติเกรทจนปวดหัวอยู่นั้น อย่างน้อยๆก็ถูกฝึกแหล่ะฮับว่า ต้องจัดรูปแบบนี้ถึงได้คำตอบ ต้องทำแบบนี้เพราะมันจะไปแบบนี้ต่อได้ ...มันก็เท่ากับการที่เราจะมองอะไรให้กว้างมากขึ้น เห็นการเชื่อมต่อของสิ่งที่น่าจะเกี่ยวข้องกันได้ รู้จักวางแผน และเข้าใจเหตุผล

คนที่เรียนภาษา แล้วก็นั่งปวดหัวกับรายละเอียดจุกจิกของไวยากรณ์ข้อเล็กข้อน้อย ก็ต้องฝึกที่จะไม่มองข้ามรายละเอียดต่างๆ ให้คอยระวังข้อกำหนดข้อนั้นข้อนี้ ...มันก็เท่ากับการที่เราเป็นคนที่ละเอียด ทำอะไรรอบคอบ

ฯลฯ - เชื่อเถอะฮับ ทุกวิชาที่ร่ำเรียนกันมา มันบ่มเพาะความสามารถให้กับเราอยู่ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อมฮับ ในทางตรง เราอาจเห็นผลมันไม่ชัด แต่โดยทางอ้อมแล้ว ข้าน้อยไม่เชื่อว่าจะมีแม้แต่คนเดียวที่ไม่เคยเรียนรู้และพัฒนาตนจากการศึกษาฮับ


...ส่วนประเด็นที่ว่าทำไมยากจัง... ข้าน้อยมองแยกไปสองประเด็นแหล่ะฮับ

1. มันยากจริงๆแหล่ะฮับ แต่ถ้าง่ายๆ มันก็เป็นเหมือนคำตอบที่เรารู้อยู่ก่อนแล้ว และแบบนั้น เราจะได้พัฒนาอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาหรอฮับ?

การก้าวข้ามปัญหาอันหนักหนาได้ ย่อมทำให้บุคคลเติบโตฮับ

และข้อน้อยว่า แม้เราอาจจะไม่สามารถก้าวข้ามได้ แต่แค่ได้พยายามจนถึงที่สุดแล้ว ก็เพียงพอต่อการเติบโตแล้วล่ะฮับ

2. วิชามันอาจจะไม่ยากขนาดนั้น แต่เราสร้างกำแพงทางใจขึ้นมาก่อนเสียแล้วสิ ว่ามันยากนะ มันเป็นแบบนี้นะ เราต้องทำไม่ได้แน่เลย ...ลองมีแนวคิดนี้อยู่ในใจ มันก็ตัดกำลังใจจนท้อแท้ เห็นปัญหาใหญ่กว่าจริงแหล่ะฮับ


ปล. แต่ข้าน้อยก็ยังอยากให้มีการพัฒนาการศึกษาอยู่นะฮับ เหอะๆๆๆ

#34 By DDP on 2008-09-23 17:32


กร๊ากๆๆๆ
ขำเอ๊ดเจอ กร๊วก
กร๊วกฮำโม มาแย้ววววว..(nเป็นzนะเคอะ จุ๊บๆ)

#35 By @work (58.9.43.162) on 2008-09-23 17:36

เรียนจับฉ่ายจนไม่รู้ว่าชอบอะไรแล้วอ่ะสิคะ ทำไงดีsad smile

#36 By saya chan on 2008-09-23 17:39

Hot! ขอบคุณที่ช่วยอธิบายนะคะ เพราะบางทีเราก็คิดเหมือนกันว่าเรียนไปทำไม แต่เหตุผลที่พี่ eddy ยกมาทั้งหมด มันคงทำให่เราเลิกถามว่าเรียนไปทำไมเยอะแยะ big smile

#37 By ►► Dew ◄◄ on 2008-09-23 17:40

ชอบซดจับฉ่ายนะครับ
แต่ความจริง ในเมื่อเราแค่ลองเพื่อให้รู้ว่าชอบอันไหนเฉยๆ
ทำไมต้องให้มีเกรดจากวิชาที่แค่ลอง มาเฉลี่ยกะวิชาที่ชอบด้วยล่ะ

#38 By zatanlike on 2008-09-23 17:48

ใช่เลยค่ะ
ข้อเจ็ดน่ะ
วันนั้นไปทำขนมบ้านเพื่อน อาร์ส่วนสี่ เท่ากับ ซีส่วนห้า เท่ากับ เอ็ฟลบสามสิบสองส่วนเก้า ยังได้ใช้เลยนะเออ

(คนตอบปัจจุบันเรียนอักษร)

ถ้าเราไม่เคยทำอะไร เราจะรู้ได้ไงว่าเราเก่งเรื่องนี้รึเปล่า? อย่างข้อสอบเมื่อสมัยม.สามวันนั้นทำให้รู้เลยว่าไปทางวิทย์ไม่รอด ถ้าตอนนั้นไม่ได้เรียนวิทย์ บางทีตอนนี้อาจจะกำลังเจ็บปวดกับการเรียนคณะสายวิทย์ก็ได้

บางที...การที่พูดว่า "เรียนแล้วไม่ได้ใช้" มันอาจจะเป็นเพราะคนพูดประยุกต์เรื่องที่เรียนเอาไปใช้ไม่ได้ก็ได้นะเอ้อ big smile
ใช่เลยค่ะ
ข้อเจ็ดน่ะ
วันนั้นไปทำขนมบ้านเพื่อน อาร์ส่วนสี่ เท่ากับ ซีส่วนห้า เท่ากับ เอ็ฟลบสามสิบสองส่วนเก้า ยังได้ใช้เลยนะเออ

(คนตอบปัจจุบันเรียนอักษร)

ถ้าเราไม่เคยทำอะไร เราจะรู้ได้ไงว่าเราเก่งเรื่องนี้รึเปล่า? อย่างข้อสอบเมื่อสมัยม.สามวันนั้นทำให้รู้เลยว่าไปทางวิทย์ไม่รอด ถ้าตอนนั้นไม่ได้เรียนวิทย์ บางทีตอนนี้อาจจะกำลังเจ็บปวดกับการเรียนคณะสายวิทย์ก็ได้

บางที...การที่พูดว่า "เรียนแล้วไม่ได้ใช้" มันอาจจะเป็นเพราะคนพูดประยุกต์เรื่องที่เรียนเอาไปใช้ไม่ได้ก็ได้นะเอ้อ big smile
confused smile ชอบตรงบลาๆนี่แหละ เรื่องจริงเลยล่ะครับ


double wink รีบๆหาสิ่งที่ตัวเองชอบให้ได้ก่อนจะได้เปรียบชาวบ้านครับ

#41 By เสี่ยแนน on 2008-09-23 17:57

โอ้ย กระจ่างและโดนเต็มๆ 55+ Hot!

นานาเป็นหนึ่งในเด็กนักเรียนที่เพิ่งบ่นประโยคนี้ไปเมื่อสองชั่วโมงก่อนเอง sad smile

แต่ก็ยังไม่ชอบคณิตอยู่ดีง่ะ
ิอาจเป็นเพราะมีอย่างอื่นให้เรารักมากกว่า surprised smile

#42 By นานาาา on 2008-09-23 17:58

เอ้อ ส่วนนึงนานาว่า
เรียนแล้วไม่ได้ใช้ อาจจะหมายถึง เรียนมากเกินความจำเป็นก็ได้นะคะ

อย่างทำขนมใช้เศษส่วน อันนี้ยอมรับแหละ แต่มันก็คือความรู้ตอนประถมน่ะค่ะ sad smile

พอขึ้น ม ปลายแล้วรู้สึกว่า
นี่กรูกำลังเรียนอะไร๊

#43 By นานาาา on 2008-09-23 18:03

การเรียนรู้ไม่ได้อยู่แค่ในตำราเรียน

การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องอ่านแต่หนังสือให้หัวแทบระเบิดแล้วถึงจะรู้

ไม่จำเป็นต้องยัดเยียดวิชาการ แต่ควรให้หัดคิดและฝึกปฏิบัติ หาความเป็นตัวเอง

ใครที่บอกว่าเรียนแล้วไม่ได้ใช้ หรือเรียนหลายอย่างแล้วแต่ยังไม่เห็นชอบซักอย่าง

ก็ลองหาวิธีการเรียนรู้แบบอื่นสิ บางคนไม่ถนัดเรียน แต่อาจจะเล่นกีฬาเก่ง
เล่นดนตรีเก่ง ร้องเพลงเพราะ

อะไรก็ได้ที่อยากทำ แล้วก็หาความรู้เกี่ยวกับมัน

ส่วนการเรียนที่โรงเรียน ก็ไม่ทิ้ง

เด็กแบบนี้แหละที่โลกต้องการ

#44 By ichiichi on 2008-09-23 18:16

อืม..ตอนนี้รู้สึกดีใจที่ได้เรียนดิฟ อินทิเกรดอะไรเนี่ยมา
ทั้งที่เรียนสถาปัตย์..ไม่ได้ใช้เลยsad smile
เพราะเมื่อมีลูกและเค้าถาม...ตอบได้ด้วย..ลูกปลื้มมาก
จริงๆแล้วไม่มีอะไรที่ยากเกินความพยายามหรอกค่ะ
เมื่อเรายังไม่รู้ว่าชีวิตต้องการอะไร
มีโอกาสเอารู้ไว้ไม่เสียหลายbig smile

#45 By ยายแม่บ้าน on 2008-09-23 18:18

เห็นด้วยหมดเลยครับ แล้วก็ฮา #31 confused smile

#46 By SMLXL on 2008-09-23 18:18

"เรียนไป ก็เอาไปซื้อของในตลาดไม่ได้ มีมะ ไปซื้อหมูแล้วต้องดิฟ ต้องอินทิเกรตให้แม่ค้าดู" << อันนี้เขาเรียกองุ่นเปรี้ยว เรียนไม่รู้เรื่องแล้วพาลครับ sad smile (ผมก็เคยเป็นสมัย ม.ต้น)

ยังไงก็ตามการเรียนวิชาพวกนี้มันทำให้เราฝึกคิด และการฝึกคิดก็ย่อมทำให้ฉลาดขึ้นแน่นอนครับ ถึงแม้จะไม่มีโอกาสได้นำหลักพวกนี้ไปใช้จริงเลยก็ตามเถอะ
เห็นด้วยกับพี่เอ็ดเจ้าคะ double wink
เมื่อตอนเรียนม.ปลายก็คิดเหมือนกันว่าทำไมเราต้องมานั่งเรียนอะไรมากมายมหาศาลขนาดนี้ อย่างวิชาลูกเสือหรือศาสนาอะไรพวกนี้ เหมือนไม่ค่อยได้ใช้เลยล่ะ

แต่ก็จริงอย่างที่พี่เอ็ดว่า แม้มันไม่สำคัญกับเรา แต่มันอาจสำคัญกับคนอื่น

ตอนแรกเราเองก็อยากเรียนหมอมาตั้งแต่เล็ก แต่ไม่ค่อยถูกกับชีวะ sad smile นี่ถ้าไม่ได้เรียนแบจับฉ่ายป่านฉะนี้คงไม่ถึงไหนแล้วล่ะคะ

Hot! Hot!

#48 By †:.Sesary.:† on 2008-09-23 18:33

น่าเสียดายที่ผมเรียนมาถึงมหาลัย
หลักศูตรก็ยังจับฉ่านเหมือนเดิม

#49 By bellbell on 2008-09-23 18:50

เห็นด้วยอย่างแรงแฮะ

#50 By フォン[コスプレ] on 2008-09-23 18:57

จริงๆเห็นด้วยกับเรื่องความรับผิดชอบ

ที่จริงการเรียนดูไปก็เหมือนฝึกตัวเอง
ฝึกวินัย การอยู่ในสังคม การทำงานกลุ่ม บลาๆๆๆ

Hot! Hot!

#51 By SEsai*im อิ่มๆ on 2008-09-23 19:15