ใครบอกรักมาสเตอร์แชมป์?
posted on 27 Sep 2008 12:36 by watchi in appliED-Mathเริ่มเอ็นถี่นี้ ผมมีคำถามมาทายกันหนุกๆครับ (เล่นกับเค้าทีนะตัวเอง *3*)
สมมตินะครับสมมติ สมมติว่าสแปมกร๊วกฮอร์โมน(มึงอีกแล้วเรอะ -*-)ออกอาละวาดหนัก จนเกินที่จะควบคุม จนคุณมาสเตอร์แชมป์ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินใน exteen
คุณแชมป์เซ็ตระบบในภาวะเคอร์ฟิลด์ โดยคุณแชมป์จะเป็นคนเดียวที่มีสิทธิคอมเม้นต์บล็อกใน exteen ได้ ,,, แต่มีข้อแม้ว่า คุณแชมป์จะไม่คอมเม้นต์ให้บล็อกตัวเองโดยเด็ดขาด ,,, อยู่มาวันนึงก็มีคอมเม้นต์บอกรักโผล่ในบล็อกคุณแชมป์ว่า "รักนะจุ๊บๆ"
คำถามคือ "ใครบอกรักมาสเตอร์แชมป์?"
/ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องสมมติ (จริง จริ๊งงงง)
,,, ,,, ,,,
1.ถ้าเป็นคนอื่นมาคอมเม้นต์บอกรักคุณแชมป์ จะขัดแย้งกับเงื่อนไขที่ว่า คุณแชมป์จะเป็นคนเดียวที่มีสิทธิคอมเม้นต์บล็อกใน exteen ได้
2.ถ้าเป็นคุณแชมป์มาคอมเม้นต์บอกรักในบล็อกตัวเอง จะขัดแย้งกับเงื่อนไขที่ว่า คุณแชมป์จะไม่คอมเม้นต์ให้บล็อกตัวเองโดยเด็ดขาด
ไม่ว่าจะเป็นคนอื่นมาโพสต์ หรือคุณแชมป์โพสต์เอง มันก็เกิดข้อขัดแย้งไปหมด ,,, แล้วอย่างนี้ ใครกันแน่ ที่โพสต์
,,, ,,, ,,,
นี่เป็นตัวอย่างของประโยคที่เกิดความขัดแย้ง และกำกวมกับตัวมันเอง ,,, ประโยคที่มีลักษณะเช่นนี้ เราจะเรียกว่า Paradox \
/
,,, ,,, ,,,
ลองมาดู paradox อีกตัวอย่างนึง ที่ผมเคยเอามาหลอนชาวบ้านแล้วครั้งนึงครับ :
eddy เป็นสมาชิก exteen ที่พูดแต่ความจริง ,,, eddy บอกว่า "ไม่มีสมาชิกExteenที่พูดความจริงเลยซักคน" ,,, สรุปแล้ว เราควรจะเชื่อ eddy หรือไม่?
1.ถ้า eddy พูดจริง ก็หมายความว่า สมาชิกexteenทุกคน พูดโกหก ,,, แต่ eddy ก็เป็นสมาชิก exteen คนนึง แสดงว่า eddy ก็ต้องพูดโกหกด้วย เกิดข้อขัดแย้งแล้ว!!
2.ถ้า eddy พูดโกหก ก็จะไปขัดแย้งกับเงื่อนไขที่ว่า eddy เป็นสมาชิก exteen ที่พูดแต่ความจริง
ไม่ว่าเราจะเลือกแบบไหน ก็ล้วนแต่เกิดข้อขัดแย้งในตัวมันเอง ถึงแม้ว่า แต่ละข้อ จะเป็นเหตุการณ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
,,, ,,, ,,,
ในเชิงคณิตแสดดด paradox เป็นเครื่องมือนึง ที่เราจะใช้ในการตัดสินใจว่า เราควรนิยามสิ่งต่างๆหรือไม่ ,,, ถ้าเมื่อไหร่ ที่เราให้ความหมายกับสิ่งๆหนึ่ง แล้วมันก็ทำให้เิิกิดข้อขัดแย้งและความกำกวม นั่นคือ paradox ได้เกิดขึ้น เขาก็จะไม่นิยามสิ่งๆนั้น เช่น ในทางคณิตแสดดด เราไม่นิยามว่า เซ็ตคืออะไร เพราะถ้า นิยามเมื่อไหร่ มันจะทำให้เกิด paradox ขึ้น
,,, ,,, ,,,
แต่จริงๆแล้ว paradox นั้น ก็เกิดขึ้นได้แม้ในชีวิตประจำวันของเรานี่แหละ ,,, มายกตัวอย่าง paradox ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีซิ ,,,,
ความรักไงล่ะ
,,, แต่ละคน จะมีนิยามรักที่แตกต่างกันไป และหลายๆคน ก็เลือกที่จะไม่นิยามว่ารักคืออะไร ,,, บนความขัดแย้งและความกำกวม ความรักจึงถือว่า เป็น paradox อย่างนึง
นส.เอ : แก ฉันะเลิกกับแฟนดีไหม
นส.บี :
นส.เอ :มีคนบอกว่า รักคือความห่วงใย แต่นี่ เขาไม่ห่วงใยฉันเลยว่ะ
นส.บี : เออ งั้นแกก็เลิกเลย
นส.เอ : อืมมม แต่คิดไปคิดมา ถึงเขาจะไม่ห่วงฉัน แต่เขาก็รักฉันแหล่ะว่ะ งั้น ฉันไม่เลิกดีกว่า
นส.บี :
,,, ,,, ,,,
ของแถม : paradox ในโฆษณา (ถึงใครไม่ฮา แต่ผมฮา)
พรีเซ็นเตอร์ : เดี๋ยวนี้ โฆษณา ทำอะไรก็ได้ ที่จะทำให้ดูดี
คนดู : จ้ะ
พรีเซ็นเตอร์ : แล้วคุณ ยังจะเชื่ออยู่อีกเหรอคะ
คนดู : หืมมมม
พรีเซ็นเตอร์ : ครีมของเราทาแล้วสวยวันสวยคืน ผัวรักผัวหลง บลาๆๆๆ
คนดู : อ่าว แล้วไหนเอ็งบอกไม่ให้ตูเชื่อโฆษณา แล้วตูจะเชื่อหรือไม่เชื่อดีเนี่ย -..-
,,, ,,, ,,,
บลาๆๆ : อย่าสับสนระหว่าง paradox กับประโยคที่เป็นเท็จ เช่น "ตดมีกลิ่นหอม" อย่างนี้ ไม่ใช่ paradox เพราะถือว่าเป็นเท็จ โดยปราศจากข้อขัดแย้งในตัวมันเองและปราศจากความกำกวม(คือเป็นเท็จแน่ๆ 100%)
บลาๆๆ : ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.vcharkarn.com/vcafe/11008

#1 By ซิมเพลสแมน แสนธรรมดา on 2008-09-27 14:30