จดหมายจากคนเรียนคณิตแสดดด
posted on 01 Oct 2008 22:23 by watchi in appliED-Mathถึงมิตรรักทุกท่าน
จดหมายฉบับนี้เป็นจดหมายโฆษณาสาขาที่กระผมกำลังจุ้มปุ๊กเรียนอยู่มาแล้วเป็นเวลากว่า 2 ปี (เมื่อไหร่มึงจะจบ -*-) ,,, เป็นจดหมายที่อยากบอกให้น้องหลายๆมัธยมหัวนมแตกพล่านที่กำลังสนใจอยากจะเข้ามาสู่โลกพิศวงก่งก๊งของคณิตแสดดดได้รับข้อมูล และทำความเข้าใจ เพื่อสามารถใช้ชีวิตในฐานะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเด็กคณิตแสดดได้อย่างมีความสุขทางเพศ
เริ่มแรก น้องหลายๆท่านอาจจะคิดว่าการเรียนคณิตแสดดดนั้น ต้องเก่งคำนวณขอบอกเลยว่าไม่จำเป็น การคำนวณเก่งๆนั้น เขาเอาไว้ให้พวกนับแต้มไพ่ดัมมี่เขาทำกัน HA+ ,,, สิ่งสำคัญที่สุดในการเรียนคณิตแสดดดก็คือ ตรรกะ ,,, ตรรกะ แปลเป็นภาษาไทยฉบับบ้านโคกอีปริกได้ว่า เหตุผล ,,, การเรียนคณิตแสดดนั้นหาใช่การคำนวณบวกลบคูณหาร อย่างที่ใครเข้าใจ แต่มันคือการพิสูจน์ ,,, ใช้ตรรกะในการพิสูจน์ว่าสิ่งที่เขาสร้างไว้ให้เราใช้นั้น มันมีที่มาที่ไปอย่างไร
ตัวอย่างง่ายๆ พี่จะยกตัวอย่างให้ฟัง
ชาวบ้านเขาอาจจะจำสูตรดิฟ หรืออินทิเกรตไปคำนวณซอกดากส์ซากอ้อยหอยเน่าอะไรก็แล้วแต่ ,,, แต่คนเรียนคณิตแสดดดนั้น เราจะมองย้อนกลับไปกว่านั้น เราต้องเป็นคนหัวดื้อ ขี้ตื๊อ ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ เราต้องลองพิสูจน์ก่อนจะเชื่อว่า เฮ้ย! ไอ้ที่กูจำมาตั้งแต่มัธยมเนี่ยมันมีความเป็นมายังไง แล้วเราจะสามารถพิสูจน์ให้เห็นจริงได้อย่าไงรว่า มันเป็นแบบที่เขาบอกจริงๆ
น้องอาจจะถามพี่ว่า จำเป็นขนาดนั้นด้วยหรือครับ ,,, ป้าดโถ่ว์ น้องครับ เราเรีียนคณิตแสดดดไปทำไมครับ ,,, เรียนเพื่อจะสร้างของให้ชาวบ้านเขาเอาไปใช้งานใช่ไหมครับ ,,, ถ้าเราไม่มีตรรกะในการให้เหตุผล เราจะทำให้ชาวบ้านเขาเชื่อได้อย่างไรว่า สิ่งที่เราคิดนั้นเชื่อถือได้แบบปูนตราเสือ
ลองมองย้อนกลับไปตอนที่ไม่มีห่าเหวอะไร ไม่มีตรีโกณมิติ ไม่มีแคลคูลัส ไม่มีระบบสมการ นักคณิตแสดดดที่เขาสร้างสิ่งเหล่านี้มา เขาทำอย่างไรให้คนเชื่อสิ่งที่เขาคิดมาเป็นนับร้อยๆปี ,,, แน่นอนว่า ทุกสิ่งที่เขาคิดก็ย่้อมสามารถอธิบายได้ด้วยเหตุและผลตามที่ได้ฝอยให้ฟังไปแล้วใช่ไหมจ๊ะ?
โอเค ถ้าทำใจไม่ได้ ก็ลองหาคณะอื่นเลือกไปตามยัวร์สไตล์ แต่ถ้าทำใจได้แล้ว เราก็มาดูกันว่า เราจะต้องเจออะไรบ้าง
อย่างแรกที่เราต้องเจอเขาเรียกว่าคณิตวิเคราะห์ วิเคราะห์ทำไม วิเคราะห์อะไร,,, นี่คือวิชารากฐานของแคลคูลัส ที่จะทำให้เราเข้าใจถึงที่มาที่ไปของมันว่าสูตรอลังกี ยิปปี้อลังการทั้งหมดทั้งมวลมันมีที่มาอย่างไร
แต่ถ้าใครเบื่อการทำงานกับจำนวน เราก็จะทำงานกับการพิจารณาพฤติกรรมของเซตแทน อย่างนี้เราเรียกว่า โทโปโลกีย์ (topology -..-)
และอีกวิชานึงที่มีความสำคัญไม่แพ้กันเรียกว่าวิชา เอาจิบร้า(algebra) ซึ่งจะเป็นการทำความเข้าใจกับระบบพีชคณิตต่างๆทั้งที่เราๆใช้กันอยู่ และแบบที่จะต้องใช้ในระดับที่สูงๆขึ้นไป
และก็ต้องไม่ลืมสมการเชิงอนุพันธ์และวิชาวิเคราะห์เชิงตัวเลขที่จำเป็นอย่างมากที่จะเอาไปเป็นเครื่องทำมาหากินในการทำความรู้คณิตแสดดดดิบๆให้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้
ขอขยายย่อหน้าข้างบนนิดนึดนะน้องนะ ,,, คือโลกนี้มันล้วนอนิจจังอ่ะ หลายๆอย่างในโลกมันล้วนแต่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วภายในเวลาอันสั้น ซึ่งไอ้การเปลี่ยนแปลงอย่างที่ว่านี้ ส่วนใหญ่แล้วเราสามารถแทนมันด้วยสิ่งที่เรียกว่า สมการเชิงอนุพันธ์ ,,, ในการแก้สมการเหล่านี้ ไอ้ครั้นจะไปแก้ด้วยมือนั้น มันก็แลดูลำบากและยากเสียนี่กะไร แถมนำข้อมูลไปใช้งานจริงไม่ง่ายอีกต่างหาก เราจึงจำเป็นจะต้องใช้คอมพิวเตอร์ช่วยคำนวณ วิชาการวิเคราะห์เชิงตัวเลข (numerical analysis) จึงถูกสร้างขึ้น ,,, แต่ถึงกระนั้น ก่อนเขียนโปรแกรม เราก็ต้องวิเคราะห์ก่อนว่า ขั้นตอนที่เราจะใช้นั้น มันสามารถหาคำตอบของสมการได้จริง ตรงนี้แหละ ที่คณิตวิเคราะห์ การวิเคราะห์เชิงฟังก์ชัน และเอาจิบร้าจะตามมาหลอกหลอนเรา *3*
สำหรับวิชาอื่นๆนั้น ก็จะมีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันไปตามสถาบัน และอาจารย์ที่แตกต่างกันออกไป ,,,
อ่านมาถึงตรงนี้น้องอาจจคิดขึ้นมาลอยๆว่า ให้กูเรียนยากๆจะมีงานอะไรให้กูทำ
หลักๆเลย ตอบแบบไม่ต้องคิดคือ "ครู" ครับ ,,, ครูคณิตแสดดดรุ่นใหม่ของบ้านเรายังขาดอีกมาก การที่เราเรียนยากๆ และก็เรียนถึงที่มาของมัน จะทำให้เราได้เปรียบพวกติวเตอร์จำพวกที่สักแต่เพียงให้เด็กจำสูตรลัดแบบนกแก้วนกขุนทองทั้งหลาย ,,, คณิตแสดดดมีบทบาทสำคัญในหลายๆสายอาชีพ แต่ก็น่าแปลกที่บ้านเรายังผลิตครูคณิตแสดดดออกมาน้อยเหลือเกิน ,,, ที่มันน่าปวดตับกว่านั้นคือ เด็กมัธยมที่ติดเข้าไปเรียนคณิตแสดดด ไม่ได้ตั้งใจจะเลือกคณิตแสดดดตั้งแต่แรก ,,, ก็แค่เลือกไว้เป็นอันดับบ๊วยเพราะคนเลือกน้อย และคะแนนต่ำก็แค่นั้นเอง ,,,โถ่ถัง กาละมังตั้งเด่ เจ๊ดเฮ่ เห่เฮ้ T..T
ถ้าเรียนแล้ว หลายๆคนยังอยากอัพskill เขาก็จะเลือกเรียนต่อ ซึ่งนั่น เป็นหนทางที่อยากจะแนะนำ เพราะการเรียนในระดับบัณฑิตศึกษาของคณิตแสดดดจะเป็นการตอบคำถามที่ดีของสิ่งที่ปริญญาตรีอาจจะเว้นไว้(หรือเวลาไม่พอ) รวมทั้งอาจทำให้หลายคนเข้าใจว่า "คณิตแสดดดทำแป๊ะซะอะไรได้บ้าง" ,,, แน่นอนว่า เมื่อจบออกไป คนเหล่านี้จะเป็นฟันเฟืองทั้งในด้านวิชาการและงานวิจัยหลายๆอย่าง ที่บ้านเรายังต้องการบุคคลากรอยู่อีกเป็นจำนวนมาก
แค่ถ้่าใครเบื่อการทำงานในระบบการศึกษา ก็อาจจะไปเป็นหน่วยวิจัยใน R&D ของโรงงานต่างๆ ,,, โรงงานที่มีทัศนิวัสัยที่ดี เดี๋ยวนี้เขาจ้างคนไปวิเคราะห์วิจัยเพื่อพัฒนาการผลิตและผลิตภัณฑ์กันทั้งนั้น
อีกแนวทางนึงที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับนักศึกษาคณิตแสดดดที่ใช้การเขียนโปรแกรมแก้ปัญมาเยอะ นั่นก็คือ การเป็นโปรแกรมเมอร์ซึ่งก็ถือว่าเป็นงานที่ท้าทายไปอีกแบบ
ฉะนั้น ก็อย่าไปกลัวว่าจะตกงาน ,,,
แถมออปชั่นล่อใจอีกนิด พี่อยากบอกว่า คนเก่งๆคณิตแสดดดน่ะ มีน้อย ,,, น้องสามารถหารายได้จากการเป็นติวเตอร์ในระหว่างเรียนได้ชั่วโมงละหลายร้อยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ได้อย่างสบายๆ แถมได้ใกล้ชิดน้องๆน่ารักๆอีกนะเออ *w*)v
สุดท้ายนี้ พี่อยากจะฝากน้องๆว่า การเรียนคณิตแสดดดรวมมั้งคณะอื่นๆนั้น สำคัญคือ กายต้องพร้อม ใจต้องพร้อม อย่าหน่อมแน้ม ต้องกล้าที่จะไปลุกปล้ำกับโจทย์ปัญหา เพราะไม่มีเทคนิคอะไรที่ดีไปกว่า "การฝึกฝน"
พี่ผ่านมาเยอะ เจ็บก็เยอะ ขอให้ทุกคนสู้นะครับ เด็กไทยสู้ๆ - -"

ด้วยรักและปลาทู
eddy
ปล. จดหมายฉบับนี้เป็นจดหมายลูกโซ่ ซึ่งได้รับมาจากแนนศรี มณีเด้ง

แต่...จริงอย่าพี่เอ็ดว่าเลยครับ
คณิตศาสตร์ จะเก่ง ก็ต้อง ฝึก...
#1 By ซับบาธ... on 2008-10-01 23:40