เป็นเวลานมยานกาเล ที่ผมไม่ได้เขียนเรื่องคณิตแสดดดเรื่องใหม่ๆลงบล็อกเลย จนตอนนี้บล็อกจะกลายเป็นบล็อกตลกแดกอยู่รอมร่อ (HA)

เรื่องราวที่อยากเอามาเล่าให้ฟังในวันนี้ ดูเหมือนจะไกลตัว แต่ผมจะสรุปให้ฟังเปรียบเทียบในตอนท้ายว่า จริงๆแล้ว มันก็เป็นเรื่องที่เกิดได้ทุกเมื่อเชื่อวันนี่แหละ

ใครเป็นแฟนกีฬา ก็คงจะรู้จัก หรือคุ้นหู การแข่งขันจักยานทางไกล ตูร์ เดอ ฟรองก์ (แปลว่า ท่องฝรั่งเศส) กันมาบ้าง ซึ่งเป็นการแข่งขันจักรยานทางไกลทั่วฝรั่งเศส (แหงล่ะชื่อก็บอกอยู่) 

รายการนี้เป็นการแข่งขันที่มีชื่อเสียงมาก ทุกๆปี ก็จะมีนักปั่นน่องเหล็กจากทีมต่างๆทั่วโลกเข้าร่วมชิงชัย เพื่อเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และเงินรางวัลก้อนโต

(บ้านเราน่าจะจัดแข่ง ทัวร์ ไทยแลนด์ แข่งปั่นสามล้อถีบทั่วไทย ขายความแหวก อาจจะดัง -..-")

ถ้าใครติดตามข่าวของตูร์ เดอ ฟรองก์ ก็คงพอจะจำได้ว่า แชมป์ในปี 2006 ชื่อฟอยด์ แลนดิส ถูกตรวจเจอสารกระตุ้น จึงทำให้ถูกริบแชมป์ไปให้กับ ออสการ์ เดอลาโฮยา เปเรย์โร รองแชมป์ในปีนั้นแทน

จริงๆแล้ว ในการแข่งขันกีฬาจำพวกที่ต้องใช้ความอึดเยอะๆ ไม่ว่าจะเป็นจักรยาน หรือนักกรีฑานี่ แฟนๆกีฬาก็จะได้ยินข่าวตรวจโด๊ปอยู่เป็นเนืองๆ

หลายคนคงชักจะสังสัยแล้วว่า (เอ๊ะ สงสัยหน่อยสิ) ทำไมนะ ทำไมนักกีฬาถึงได้เอาอนาคตของตัวเอง มาเสี่ยงกับการโด๊ปสารกระตุ้น เพียงเพื่อให้ตัวเองได้รับชัยชนะ

อารัมภบทมาตั้งนาน (เหนื่อยมั้ยท่านผู้ชม) นี่แหละครับ ที่อยากจะผ่าประเด็นกันในวันนี้

สิ่งที่ผมจะเอามาใช้เป็นเครื่องมืออธิบาย คือสิ่งที่เรียกว่า "ทฤษฎีเกม" ซึ่งเป็นสายคณิตประยุกต์ สำหรับการวางกลยุทธ โดยเป็นที่ป๊อบปูลาร์ในสงครามโลกเป็นที่แรก และปัจจุบันถูกนำมาใช้กว้างขวางในวงการพระเครื่อง ตึ่งโป๊ะ! วงการธุรกิจ

ติ๊งต่างว่าเราเป็นนักปั่นน่องเหล็กในตูร์ เดอ ฟรองก์

เราจะมีสมมติฐานเริ่มต้นก่อนดังนี้

  • รางวัลแชมป์ ตูร์ เดอ ฟรองก์ ตอง เดอ ฟรู้ คือ 10 ล้านดอลลาร์
  • ความน่าจะเป็นที่นักปั่นที่โ๊ด๊ปจะชนะนักปั่นที่ไม่โด๊ป คือ 100%
  • ค่าตอบแทนในการเข้าร่วมการแข่งขันต่อ 1 ปี(ในกรณีที่ไม่ชนะ) คือ 1 ล้านดอลลาร์
  • ค่าเสียรายได้ถ้าถูกตรวจเจอสารกระตุ้นคือ 1 ล้านดอลลาร์
  • ความน่าจะเป็นที่จะถูกตรวจโด๊ปเจอ คือ 10%
  • ค่าเสียรายได้เมื่อถูกตัดออกจากทีม(ในกรณีผลงานไม่น่าประทับใจ) คือ 1 ล้านดอลลาร์
  • ความน่าจะเป็นที่นักปั่นที่ไม่โด๊ปจะถูกตัดออกจากทีม คือ 50%

,,, ,,, ,,,

ต่อไปนี้คือค่าความคาดหวังของรายได้ของเรา ในกรณีคู่แข่งทุกๆคนของเราไม่โด๊ป และ ...

,,, ,,, ,,,

ต่อไปนี้คือค่าความคาดหวังของรายได้ของเรา ในกรณีคู่แข่งทุกๆคนของเราโด๊ป และ ...

,,, ,,, ,,,

จากทั้ง 2 กรณี จะเห็นได้ชัดเจนว่า ไม่ว่าคู่แข่งของเราจะโด๊ปหรือไม่โด๊ปสารกระตุ้น ถ้าเราชิงโด๊ปไปซะ ค่าความคาดหวังที่เราจะได้รายได้ก็จะมีมากกว่ากรณีที่เราไม่โด๊ปอยู่ดี

นี่แหละ เขาถึงกลัวทฤษฎีเกมกันมาก เพราะถ้าตกอยู่ในมือคนใช้ในทางผิด (ด้วยความเชื่อผิดๆ) มันก็จะก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวง

ทีนี้ มามองถึงเรื่องใกล้ตัวบ้าง

หลายคนคงจะพอเดาออกนะครับว่า ผมกำลังจะูพูดถึงกรณีนักการเมืองซื้อเสียง 

นักการเมืองหลายๆคนยอมเสี่ยงทุจริตการเลือกตั้ง ทั้งๆที่มีโอกาสถูกจับได้ และโดนใบแดง แต่ถ้าลองเปลี่ยนสมติฐานข้างบนเป็นดังนี้

  • รายได้จากการเป็น ส.ส. xxx ล้านบาท
  • ความน่าจะเป็นที่นักการเมืองที่ซื้อเสียงจะชนะนักการเมืองที่ไม่ซื้อเสียง คือ 100%
  • ค่าตอบแทนในการเป็นสมาชิกพรรค (ในกรณีที่ไม่ชนะการเลือกตั้ง) คือ x ล้านบาท
  • ค่าเสียรายได้ถ้าถูกตรวจเจอการทุจริตคือ x ล้านบาท
  • ความน่าจะเป็นที่จะถูกตรวจเจอการทุจริต คือ ??%
  • ค่าเสียรายได้เมื่อถูกขับออกจากพรรค(กรณีผลการเลือกตั้งไม่น่าพอใจ)คือ x ล้านบาท
  • ความน่าจะเป็นที่นักการเมืองที่ไม่ซื้อเสียงจะถูกขับออกจากพรรค คือ 50%

ทีนี้ ก็เข้าใจแล้วนะครับว่า ทำไมทุกวันนี้จึงมีการซื้อเสียง และทุจริตการเลือกตั้งกันอยู่

จริงๆแล้ว คนไทยไม่ได้โง่หรอกครับ แต่ทฤษฎีเกมเป็นของติดตัวนักการเมืองโดยธรรมชาติ

ถ้าจะให้ดี ระบบการตรวจสอบจะต้องเพิ่มความน่าจะเป็นในการตรวจเจอการทุจิตอย่างเที่ยงธรรม ซึ่งนั่น ก็จะหมายความว่า ค่าความคาดหวังในกรณีที่นักการเมืองเลือกจะเล่นโกง ก็จะมีค่าน้อยลง

บลาๆๆ : ขอความร่วมมืองดแสดงความเห็นพาดพิงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนะครับ เอ็ดขอ *3*)/

ข้อมูล : www.sciam.com/article.cfm?id=the-doping-game-payoffs

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ฮู้ Game's Theory

คิดถึง ๆ

big smile

#1 By Dhammasarokikku on 2008-11-21 21:07

แบบนี้เลยทำผิดก็ไม่ได้ไม่เสียอะไร

มาทำผิดกันเถอะ

#2 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-11-21 21:08

เข้าใจละ มิน่านักการเมืองไทยถึงต้องโกง
ความจริงเค้าเ็ป็นคนดี แต่ต้องไหลตามน้ำก่อน พอขึ้นเป็นนายกถึงจะกลับลำมาเป็นคนดีิสินะ(เหรออออ!!!)

#3 By Sharpen_Thought on 2008-11-21 21:11

มีเหตุผลอย่าแรงค่ะ

#4 By ファ-ン on 2008-11-21 21:17

//=[]===\\ เดี๋ยวหามาอ่านบ้างครับ แสดงว่าเรายังโง่อยู่
โอ้ใช้คณิตแสดดดแก้ปัญหาการเมือง

มันยอดมากเลยจ๊อชชชชชชชชชชช

#6 By โลกอมควัน on 2008-11-21 21:38

โด๊ปกันเถอะ sad smile

#7 By PHAR' on 2008-11-21 21:44

เป็นที่มาของ อุดมการณ์รับประทานมิได้ สินะเนี่ย...sad smile sad smile

#8 By 「Mystery☆」 on 2008-11-21 21:59

ต้องเพิ่มความเสี่ยงหากถูกจับได้ว่าโกง กับเพิ่มอัตราการตรวจจับสินะ
โด๊ป VS ไม่โด๊ป

#10 By ลูกคนโตเอง on 2008-11-21 22:16

อธิบายแบบนี้ อ่านเข้าใจง่ายขึ้นเยอะเลยครับ Hot!

#11 By บอมเบย์ on 2008-11-21 22:32

แบบนี้คงต้องอยู่ที่ระบบ

ไม่ขอพาดพิงเรื่องการเมืองดีกว่า
อื้มมๆๆ

เข้าใจแล้ว..ว่าทำไม..




sad smile sad smile

#13 By patsita on 2008-11-21 23:17

งั้นก็ต้องเปลี่ยน ความน่าจะเป็น ให้เต็ม 100%

แม้แต่มดก็คงไม่กล้าเดินลัดสนาม..

#14 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2008-11-21 23:34

เป็นหวัด

ไอคุก..คุก..คุกก confused smile

#15 By iDoi* on 2008-11-22 00:17

คณิตศาสตร์
และการเมือง
โอ้ววว...
อย่างนี้นี่เอง

big smile big smile big smile

#16 By h|b|b on 2008-11-22 00:43

โอ้ สุดยอดเลยครับ อธิบายทฤษฎีเกมได้โดนใจมากมายครับ

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#17 By SkyKiD on 2008-11-22 00:46

วงเล็บว่า ในกรณีนี้คือ กรณีที่ละทิ้งความพิเศษของมนุษย์ไป โดยเบสอยู่บนพื้นฐานว่ามนุษย์มีค่าเฉลี่ยความสามารถเท่าๆกันคละๆกัน แต่ในความเป็นจริง โลกนี้ก็มีนักกีฬาอัจฉริยะมากมาย ที่ทำลายขอบเขตความสามารถที่มนุษย์คิดว่าคงสุด "แค่นี้" มานักต่อนัก มนุษย์ที่ไม่โด๊ปและชนะการแข่งขันได้ จึงสมควรจะเป็นคนที่ได้รับเงินรางวัล ในฐานะคนพิเศษ

ในกรณีการเมือง ถ้าคิดตามทฤษฎีเกม ก็เป็นการมองว่า ศีลธรรมจรรยาของคนทั่วไป สามารถ ซื้อได้ด้วยเงิน ในทุกกรณี อันนี้เป็นการดูถูกระดับศีลธรรมของคนในสังคม ถ้าคนในสังคมมีศีลธรรมสูงๆ ทฤษฎีนี้ ก็มีไว้คำนวนเล่น แต่ศีลธรรมก็จะทำลายผลที่คาดว่าจะเป็นของกฎเกณฑ์ดังกล่าวได้

#18 By Rinna ♥ on 2008-11-22 00:57

ตัวแปรอื่น ๆ คงที่ใช่ไหมครับ ฟังดูเหมือนเศรษฐศาสตร์ที่เคยเรียนมาเลย

#20 By mahaoath on 2008-11-22 08:13

อื้อหืออออ น่าตกใจมากๆ ค่ะ sad smile

#21 By keerati-vocalist on 2008-11-23 11:38

มีเหตุผล มีเหตุผล... big smile

#22 By DDT on 2008-11-23 21:02

สมเหตุสมผลอย่างแรงค่ะconfused smile
ใช้ได้เลยอ่า แต่งงนิดๆ

#24 By all4teen on 2008-11-23 23:26