ไม่รู้ว่าประจวบเหมาะกับช่วงวันเด็กหรือเปล่า พอดีว่าคุณลิงเค้าส่งแถกรำลึกความหลังเมื่อสิบปีที่แล้วมาให้

เมื่อสิบปีที่แล้ว เป็นปีแรกที่ผมได้มีโอกาสใช้คำนำหน้าว่า "นาย" โดยที่ไม่ต้องไปสอบเทียบเอาที่ไหนให้เมื่อยแข้ง

ตอนนั้นยังถือว่าเป็นวัยรุ่น วัยขนเริ่มขึ้น (อย่าคึกลิด คิดลึก ผมหมายถึงขนทุกที่น่ะแหละ)

เอาล่ะ เพื่อไม่ให้น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งไฟเหลืองไปมากกว่านี้ เราไปดูซิว่า วัยรุ่นหัวเกรียน ขนหะรอมหะแรม สมัยนั้น เขามีอะไรมาโชว์

1.แฟชั่น

แฟชั่นของวัยรุ่นหัวเกรียนสมัยผม ไม่หวือหวาครับ ง่ายๆ สบายๆ กางเกงยีนตัวโคร่งๆซักหน่อย เสื้อทีเชิ้ตตามอัธยาศัย ก็ออกจากบ้านโดยไม่เคอะเขินได้แล้ว ส่วนผู้หญิงก็อาจจะมีพิเศษตรงขาม้าบ้าง ก็ว่ากันไป

มีวันนึง พวกเราทำกิจกรรมกันที่โรงเรียนตอนวันเสาร์อาทิตย์ เพื่อนผมคนนึงใส่กางเกงขาเด๊ฟไป ปรากฏว่า โดนเพื่อนแซวและหัวเราะขำขัน แถมยังล้อว่าเชยระเบิดนิวเคลียร์ล้างโลกมากกกก

แต่พอสมัยนี้เป็นไงล่ะครับ ขาเด๊ฟแทบจะครองส่วนแบ่งใหญ่ตลาดยีนส์ของบ้านเราไปแล้ว ลองไปใส่กางเกงยีนส์ตัวโคร่งๆมีกระเป๋าติดเต็มไปหมดแบบเมื่อสิบปีที่แล้วลองดูสิ จะได้โดนแซวเอา

ว่าแล้ว แฟชั่นมันก็หมุนเร็วจริงๆเนอะ 

,,, ,,, ,,,

2.เรียนพิเศษ

เช่นเดียวกับสมัยนี้ครับ เรื่องเรียนพิเศษยังเป็นของคู่เด็กไทยเสมอมา เพียงแต่ว่า สมัยนั้นการแข่งขันของแบรนด์ดังๆจะดุเดือดกันที่ส่วนกลางเท่านั้น สำหรับส่วนภูธรนั้น ก็จะเป็นการเลือกเรียนของครูหรือติวเตอร์ซึ่งเป็นคนในจังหวัดเอง

แต่พอสมัยนี้สิครับ ติวเตอร์แบรนด์ดังๆ ก็มีสาขาต่างจังหวัดมากมาย อยากเรียนอะไร เขามาจัดให้กันถึงปลายเกรียนกันเลยทีเดียว (เสียเงินคอร์สละหลายตังค์ เพื่อเรียนกับวีดีโอถ่ายทอดแห้ง -..-")

,,, ,,, ,,, 

3.เกาหลีไม่รู้ กูชอบญี่ปุ่น

ย้อนไป พ.ศ.2542 ดารานักร้องจากฝั่งเกาหลีแทบจะไม่อยู่ในสารบบของวัยรุ่นยุคผมเลยแม้แต่น้อย

ยุคสมัยนั้น มันต้อง J-Pop หรือ J-Rock (ซึ่งความจริง ก็มีหลายๆอย่างที่เหมือนกับฝั่งเกาหลีในสมัยนี้)

แต่เนื่องจากการเข้าถึงสารสนเทศออนไลน์ของเด็กสมัยผม มันยังไม่ง่ายและเฟื่องฟูเหมือนสมัยนี้ การติดตามผลงานและเรื่องราวของศิลปินต่างประเทศจึงไปลงเอยที่รายการทีวี หรือหนังสือแทน

(ช่วง ม.3 เป็นช่วงที่เริ่มฟังเพลง J-Rock และก็ฟังมาเรื่อยๆจนถึงทุกวันนี้ แต่ก็ไม่ค่อยได้ติดตามกระแสศิลปินใหม่ๆเท่าไหร่)

,,, ,,, ,,, 

4.ฟุตบอล

จะกี่ยุคกี่สมัย ฟุตบอลก็ยังเป็นกีฬายอดฮิต

ตอนมัธยมนี่ ขอให้มีเวลาซักครึ่งชั่วโมงเฮอะ พวกผมกับเพื่อนๆก็จะรวมตัวกันเตะบอลพลาสติกกันที่สนามบาสหรือสนามวอลเล่ย์

ถ้าเตะที่สนามวอลเล่ย์นี่ อาจจะต้องแย่งชิงกับพวกกระเทย ที่เขาไปเล่นวอลเล่ย์บอลอยู่ก่อนแล้ว แต่ก็อาศัยความถ่อยและหน้าด้านแถมพวกมากแย่งชิงมาได้ทุกครั้ง (ฟังดูน่าภูมิใจเนอะ -..-)

ไอ้ตอนเตะเสร็จแล้วเหงื่อโชกนี่ไคลแม็กซ์ครับ จะเหม็นตลบอบอวลกันไปทั้งห้อง โทษใครก็ไม่ได้ มึงก็เหม็น กูก็เหม็น (พอกัน :P)

,,, ,,, ,,, 

5.วินนิ่งมั้ยแสรสสสส

เกม วินนิ่งอีเลฟเว่น เป็นโคตรพ่อโคตรแม่เกมยอดฮิตของสมัยนั้นเลยก็ว่าได้ (ตอนนี้ก็ฮิต แต่ไม่เท่าสมัยนั้น)

คือ จะอธิบายไงล่ะ เอาเป็นว่า ใครไปเล่นเกมนี้แล้วแพ้เพื่อนมา ก็จะต้องทนอับอายโดนล้อจนกว่าจะแก้มือสำเร็จ

มันไม่ใช่แค่เกมเพลย์สเตชั่นธรรมดา แต่มันคือ ศักดิ์ศรีและเกียรติยศของเกรียนในพ.ศ.นั้น (HA)

แหมะ ว่าแล้วก็  วินนิ่งมั้ยแสรสสสส!!!!!!!

อ๊ะ ไม่รู้จักวินนิ่งมั้ยสาดล่ะสิ งั้นอ่าน วิ่งนิ่งมั้ยสาดคืออะำไร? จากพันติ๊ป

,,, ,,, ,,, 

6.อื่นๆล่ะ?

นอกเหนือจากเรื่องที่พูดมา วัยรุ่นหัวเกรียนอย่างผมก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่อ