ลักลั่นย้อนแย้ง :

ศัพท์ไฮโซโก้เก๋(?)ของชาวไซเบอร์ในยุคปัจจุบัน

ลักลั่นย้อนแย้ง เป็นคำที่บัญยัติมาจากการแปลภาษาจีนว่า "เหมา-ตุ้น" (ไม่ใช่ เหมาดุ้น นะเออ)

เหมา-ตุ้น แปลว่า หอก และ โล่

เรื่องมันมาจาก นิทานจีนที่กล่าวว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ตั้งแต่พระเจ้าเหาทรงพระเยาว์อยู่ มีแม่ค้าหอกคนนึง ตะโกนบอกว่า หอกของเจ๊แกไม่ใช่หอกหัก แต่เป็นหอกที่แหล่มที่สุด สามารถแทงทะลุได้ทุกสิ่ง

ต่อมา เจ๊แกก็ขายของอีกชิ้นหนึ่ง เป็นโล่ แล้วแกก็เริ่มโฆษณาอีกที

แกตะโกนว่า นี่คือโล่สุดเจ๋ง ที่ไม่มีอะไรจะสามารถแทงทะลุผ่านได้

สักพักหนึ่ง มีคนหมั่นไส้ ก็เลยตะโกนบอกเจ๊แม่ค้าไปว่า เจ๊ๆ เจ๊ช่วยเอาหอกที่แทงทะลุทุกอย่างแทงโล่ที่ไม่มีอะไรแทงเข้าได้ ให้ดูหน่อย

คำว่า เหมา - ตุ้น จึงหมายถึง คำพูดที่มีลักษณะขัดแย้งกันในตัวเอง เหมือนคำโฆษณาของแม่ค้า หอก และ โล่ เช่นนี้แล

ถ้าแปล เหมา - ตุ้น ไปเป็นภาษาอังกฤษ ก็จะหมายถึงคำว่า paradox

เมื่อมีการแปลเป็นคำไทย ให้สละสลวย จึงมีอาจารย์ภาษาจีนท่านหนึ่ง บัญญัติ คำว่า "ลักลั่นย้อนแย้ง" ขึ้นมาใช้ เพื่อสื่อถึง เหมา - ตุ้น หรือ paradox นั่นเอง เอง เอง เอง

ลักลั่นย้อนแย้ง ประกอบด้วย คำสองคำ คือ ลักลั่น และ ย้อนแย้ง

ลักลั่น เป็นอาการของผู้พูด ที่พูดสิ่งที่ย้อนแย้งออกมา (ถ้าประกอบกับตัวอย่างข้างบน ลักลั่น คือ อาการของแม่ค้า ส่วน ย้อนแย้ง คือ คำโฆษณาชวนเชื่อ)

อันที่จริง คำว่า เหมา - ตุ้น หรือ paradox ใช้เพียงคำว่า ย้อนแย้ง ก็น่าจะพอ แต่ใส่คำว่า ลักลั่นเข้าไปด้วย เพื่อเป็นการอธิบายขยายความให้ชัดเจน แถมเป็นการต่อว่าเจ้าของประโยคที่ย้อนแย้งได้เนียนๆอีกต่างหาก

ลักลั่นย้อนแย้ง มาดังเป็นพลุแตก เพราะไปปรากฏอยู่ในการ์ตูนเรื่องหงสาจอมราชันย์ และมีผู้นำเอาไปใช้ในบอร์ดพันติ๊ปกันอย่างเมามัน

ส่วนตัวผมแล้ว ผมไม่นิยมคำว่า ลักลั่นย้อนแย้ง ซักเท่าไหร่ ถ้าจะใช้ ก็คงใช้เพียงคำว่า ย้อนแย้ง หรือ paradox ไปเลย

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวผม(อีกนั่นแหละ) ก็ไม่ได้รังเกียจคำว่า ลักลั่นย้อนแย้ง เช่นกัน เพราะอย่างน้อย มันก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงวิวัฒนาการทางภาษาของภาษาไทย

เอ๊ะ ไหนบอก ไม่นิยมคำว่าลักลั่นย้อนแย้ง แล้วเขียนถึง ลักลั่นย้อนแย้งทำไม?

อย่างนี้มัน ลักลั่นย้อนแย้งชัดๆ

,,, ,,, ,,,

ของแถม : ประวัติของ Paradox

เมื่อ 600 ปี ก่อนคริสตศักราช กวีชาวเกาะครีต (อยู่แถวไหนวะ -*-) นามว่า เอพิเมนิเดส ได้กล่าวว่า "ชาวครีตทุกคนเป็นคนโกหก"

เราควรจะเชื่อ หรือ ไม่เชื่อ เอพิ(ขอเรียกสั้นๆอย่างนี้)

ถ้าสิ่งที่เฮียเอพิพูดเป็นความจริง (เราก็สมควรเชื่อ) ก็แสดงว่า ชาวครีต ตอแหลกันทุกคน

แต่เฮียเอพิก็เป็นชาวครีตคนนึง ดังนั้น เฮียเอพิก็ต้องตอแหลด้วย (แล้วเราสมควรจะเชื่อดีไหมล่ะ?)

ชาวครีตทุกคนเป็นคนโกหก จึงไปย้อนแย้งกับ การที่เฮียเอพิเป็นคนครีต ด้วยประการฉะนี้แล

ว่ากันว่า คำพูดเพียงประโยคสั้นๆนี้ เป็นที่โด่งดังกันมาก และเป็นจุดเริ่มต้นของ Paradox เลยก็ว่าได้ ซึ่งแม้แต่ในคัมภีร์ไบ