รู้อะไร VS รู้แค่ไหน

posted on 07 Feb 2009 20:05 by watchi in side-ED-log


http://www.phdcomics.com/comics/archive.php?comicid=1056

พอดีว่าไปเจอรูปนี้จากชื่อต่อท้ายของ msn อาจารย์ของผมสมัยตอนเรียนป.ตรี

เห็นแล้ว ทีแรกก็เหมือนกับไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่พิจารณาแล้ว นี่มันตลกร้ายนี่หว่้า!!!

แผนภูมิภาพนี้ แสดงความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่รู้ และความเข้าใจในสิ่งที่รู้ เปรียบเทียบกันของการเรียน ป.ตรี (Udergrad), ป.โท (Master) และ ป.เอก (Ph.D.)

แผนภาพต้องการบอกอะไรเรา?

แผนภาพมันบอกว่า

ตอน เราเรียนป.ตรีเราก็จะได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะ จับฉ่ายไปหมด แต่ขณะเดียวกัน สิ่งที่เรารู้ เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจให้ลึกก็ได้ เอาเป็นว่าสามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพตามที่ได้ร่ำเรียนมาเป็นใช้ได้ (ซึ่งสิ่งต่างๆที่เรารู้ เราจะได้รู้ลึกขึ้น จากประสบการณ์ทำงาน)

พอตอนเราเรียน ป.โท ขอบเขตการเรียนรู้ของเราก็จะลดลง ไม่จับฉ่ายเท่าป.ตรี แต่ในจำนวนของสิ่งที่รู้ เราจะต้องรู้ใ้ห้ลึกกว่าตอนเรียน ป.ตรี

สุดท้ายตอนป.เอก เรียนเพื่อเป็นเอกอุ ขอบเขตการศึกษาของเรา ก็จะถูกบีบลงไปอีก เรียกว่า พุ่งเป้าไปเลยว่าจะศึกษาเกี่ยวกับอะไรเป็นจำเพาะเจาะจง และต้องรู้ลึก รู้จริง แบบหมดขี้หมดตด

,,, ,,, ,,,

ผมอยากจะยกตัวอย่างง่ายๆ ต่อไปนี้

ผลงานป.ตรี :

การศึกษาโรคของไก่ (ไก่มันมีโรคอะไรมั่ง โรคหวัดนก โรคบรรจงเต็มบรรทัดนก บลาๆๆ ก็ว่ากันไป)

ผลงานป.โท :

การศึกษาโรคในลำไส้ของไก่ (คราวนี้ พุ่งสโคปไปที่ลำไส้อย่างเดียว โรคตับ โรคกรวยไต โรคหัวใจ ไม่เอา!!)

ผลงานป.เอก :

การศึกษาโรคลำไส้ตอนปลายของไก่ (อุแม่เจ้า ต้องลำไส้ตอนปลายเท่านั้น!! ตรงกลาง หรือตอนต้น ตูไม่เอา ตูจะเอาตอนปลาย โอเคะ)

,,, ,,, ,,,

งานตอนป.ตรี จะเป็นงานที่มีคนคิดโจทย์ให้เรา และคิดวิธีแก้ปัญหาให้เรา เราก็ทำตามสเตปท์แล้วเราก็จะได้ของลับ เอ่อ -..- ผลลัพธ์ตามต้องการ

สำหรับงานของป.โท นั้น ส่วนใหญ่แล้วจะมีคนคิดโจทย์ให้เรา หรือเราอาจจะคิดโจทย์ขึ้นมาเอง โดยวิธีแก้ปัญหา เราต้องเป็นคนหาเอง ซึ่งอาจจะเป็นของที่คนอื่นทำไว้แล้วเหมือนกันก็ได้ ไม่ค่อยซีเรียสนัก

แต่ถ้าเป็นป.เอก ไม่ว่าจะเป็นปัญหา หรือวิธีแก้ปัญหา เราต้องสร้างขึ้นมาเองหมด ที่สำคัญ ต้องเป็นของใหม่ในโลก พูดง่ายๆคือ คุณคือ the one ทำสิ่งนั้นได้ก่อนใคร ห้ามซ้ำ กับชาวบ้านเขาเด็ดขาด

,,, ,,, ,,,

กลับมาที่แผนภูมิข้างบนนั้นต่อ

ที่ผมชอบ ไม่ใช่การเปรียบเทียบ ป.ตรี ป.โท ป.เอก หรอกนะครับ

ผมชอบตรงจุดตัดแกนทั้งสอง ต่างหาก

จุดตัดแกนทั้งสอง หมายถึงคนที่สุดโต่ง สองประเภท คือ กูไม่เรียนซักอย่างแต่กูรู้หลายอย่าง และอีกพวกคือ กูเรียนอยู่อย่างเดียวและกูรู้ที่สุด

อ๊ะงง? งั้นดูภาพต่อไปนี้

ไอ้จุดเขียวๆที่ผมทำไว้นั้น หมายถึง คนที่ไม่เรียนรู้อะไรเลย เมื่อมีเรื่องต่างๆเข้ามาในหัวเขามากมาย ก็จะไม่มีซักเรื่องเลยที่เขารู้จริง

ส่วนไอ้จุดเหลือง หมายถึง คนที่พุ่งสโคปเรื่องที่ตัวเองรู้ไปเพียงแค่เรื่องเดียวมากจนเกินไป โดยไม่ยอมสนใจเรื่องอื่นๆเลย สุดท้ายเขาก็จะกลายเป็นเพียงแค่ คนที่ไม่รู้อะไรเลย

คำคมส่งท้าย : รู้อะไร ไม่สู้........รู้สึก -..-)