เด็กๆทุกคน เวลาคะแนนออก พวกเราก็จะรีบไปดูคะแนน ด้วยความอกสั่นขวัญแขวนกัน

จริงไหมจ๊ะ

นอกจากคะแนนของตัวเอง ที่มากน้อยตามบุญทำกรรมแต่งแ้ล้ว สิ่งนึงที่เด็กๆมักจะสนใจก็คือ ,,,

ค่าเฉลี่ย หรือ ค่า Mean ของคะแนนคนสอบทั้งหมด

นี่จึงเป็นที่มาของคำว่า ผ่านมีน และตกมีน(ว่ะแสดดด)

,,, ,,, ,,,

แต่เชื่อว่า หลายๆคนอาจจะไม่ได้ใส่ใจตัวเลขอีกค่าหนึ่งซึ่งมักจะบอกควบคู่พร้อมกับค่า Mean เสมอ ,,, ไอ้ค่าที่ว่านั้นก็คือ ค่าเบี่ยงเบนทางเพศ โว้ยยย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน นั่นเอง

ผมจะอู้ ไม่พูดถึงค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพราะเชื่อว่าหลายๆท่านสามารถเปิดดูสูตรได้จากหนังสือตามร้านขายยาทั่วไป (หรือ http://th.wikipedia.org/wiki/ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน)

ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนบอกอีหยังเฮา?

ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานบอกว่า คะแนนการสอบในครั้งนั้นมีการกระจายตัวมากน้อยแค่ไหน ถ้าค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานมีค่าน้อยๆ ก็แสดงว่า คะแนนกระจุกกันอยู่ ไม่ทิ้งช่วงกันมากนัก

ตรงกันข้าม ถ้าค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานมีค่าเยอะล่ะก็ หึๆๆ พวกได้คะแนนน้อยเตรียมตัวตายได้เลย เพราะนั่นหมายความว่า คะแนนมีการทิ้งช่วงกันเยอะ นั่นคือ ไอ้พวกได้คะแนนสูงก็ได้สูงแบบเทพ ส่วนพวกได้คะแนนต่ำก็ได้ต่ำแบบอัปปรีย์ชีวิตกันไป

,,, ,,, ,,,

ทีนี้ เมื่อถึงเวลาประหารชีวิต เอ่อ ,,,

เมื่อถึงเวลาตัดเกรดนั้น อาจารย์ท่านทำอย่างไร

ผมขออู้(อีกซักที -..-) ไม่พูดถึงการตัดเกรดแบบอิงเกณฑ์ เพราะเชื่อว่า(เชื่อคนง่ายไง)หลายๆท่านคงคุ้นการตัดเกรดระบบนี้มาตั้งแต่ประถมแล้ว ชิมิๆๆ

ที่ผมจะนำเหนอในวันนี้ เป็นการตัดเกรดแบบที่เรียกว่า การตัดเกรดแบบระฆังฟ่ำ

ปรัชญาการตัดเกรดแบบระฆังฟ่ำนั้น มาจากหลักการของการแจกแจงทางสถิติที่มีชื่อว่า การแจกแจงปกติ ซึ่งมีกราฟเป็นรูประฆังฟ่ำนั่นแหละ

จุดกึ่งกลางของกราฟระฆังฟ่ำ คือ จุดที่เป็นค่าเฉลี่ย หรือ Mean ของคะแนนพอดี

หมายเห็ด : ในทางสถิติ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของการแจกแจงปกติ มักแทนด้วยสัญลักษณ์ซิกม่า (σ) ซึ่งยืมมาจากอักษรกรีก และ ซิกม่าไม่ได้แปลว่า ย่าป่วย!!! (ชิงเล่นเอง กลัวมีคนแย่งเล่น *3*)

วิธีตัดเกรดแบบนี้ก็จะเอาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานหรือซิกม่า ที่หลายๆคนลืมนึกถึงนี่แหละมาใช้

ถ้าใครที่คะแนน อยู่ห่างจากค่า Mean ไปทางลบไม่เกิน 1 ซิกม่า ก็จะได้เกรด C ไปรับประทาน ,,, ใครที่คะแนน อยู่ห่างจากค่า Mean ไปทางบวกไม่เกิน 1 ซิกม่า ก็จะได้เกรด C+ ไปรับประทาน

ใครที่คะแนนอยู่ห่างจาก Mean ไปทางบวก มากกว่า 1 ซิกม่าแต่ไม่เกิน 2 ซิกม่า ก็ได้รับเกรด B ,,, ตรงกันข้าม ใครที่คะแนนอยู่ห่างจากค่า Mean ไปทางลบมากกว่า 1 ซิกม่าแต่่ไม่เกิน 2 ซิกม่า ก็ได้รับเกรด D+

ใครที่คะแนนอยู่ห่างจาก Mean ไปทางบวก มากกว่า 2 ซิกม่าแต่ไม่เกิน 3 ซิกม่า ก็ได้รับเกรด B+ ,,,  ใครที่คะแนนอยู่ห่างจากค่า Mean ไปทางลบมากกว่า 2 ซิกม่าแต่่ไม่เกิน 3 ซิกม่า ก็ได้รับเกรด D

และ ,,,

ถ้าใครได้คะแนนมากกว่าค่าMean ตั้งแต่ 3 ซิกม่าเป็นต้นไป ก็เอา A ไปเล้ยยย ,,, แต่ถ้าใครได้คะแนนน้อยกว่าค่า Mean ตั้งแต่ 3ซิกม่าลงไป ก็เตรียมลงไม้แก้เทอมหน้าไว้รอเลย น้องเอ๊ยยย

ยกตัวอย่างเช่น

ในการสอบวิชาเพศศึกษา(ทำไมไม่รู้ถึงต้องวิชานี้ =w=) ค่าMean ของคะแนนอยู่ที่ 50 เต็ม 100 คะแนน และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน(ซิกม่า) เท่ากับ 10 คะแนน</