ตอบแฝกคณิตแสดดด#1

posted on 14 Jun 2009 19:38 by watchi in appliED-Math

1+1 ได้อะไรก๊ะ... โดย หลวงพี่เชอรี่

เครืองหมาย "+" ถือว่าเป็นพหุลักษ์ครับ ซึ่งแปลว่า การดำเนินการอย่างเดียวกัน แต่อาจให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการนิยามของแต่ละคน ยกตัวอย่างเช่น 

  • 1+1=2 เพราะ เป็นการบวกบนระบบจำนวนนับ
  • 1+1=10 เพราะ เป็นการบวกบนเลขฐานสอง
  • "1"+"1"="11" เพราะ เป็นการบวกอักขระ ซึ่งหมายถึง นำตัวอักษรมาต่อกัน
  • 1+1=1 เพราะ นำทราย1กองรวมกับทราย1กอง ได้ทรายกองใหญ่ขึ้น1กอง
  • 1+1=3 เพราะ นำเชือกมีปม1ปม 1เส้น มาผูกรวมกับ เชือกมีปม1ปมอีก1เส้น ได้เชือกเส้นยาวที่มีปม3ปม
  • 1+1=0 เพราะ นำเลขที่หารด้วย2แล้วเหลือเศษ1(เลขคี่) มาบวกกับเลขที่หารด้วย2แล้วเหลือเศษ1(เลขคี่) ได้เลขที่หารด้วยสองแล้วเหลือเศษ0(เลขคู่)
  • 1+1=0 ชายเป็นหมัน1คนแต่งงานกับหญิงเป็นหมัน1คนได้ลูก0คน
  • 1+1= NULL ความเข้าใจผิดของคน 1 คน กับ คน 1 คนที่ไม่้มีโอกาสได้อธิบาย ผลที่ได้ก็คือความสัมพันธ์อันว่างเปล่า
  • 1+1=infity หนึ่งความห่วงใย บวกกับ หนึ่งความเข้าใจ กลายเป็น ความสัมพันธ์อันยั่งยืน
  • 1+1=1+1 เธอกับฉัน เท่ากับ ฉันกับเธอ

,,, ,,, ,,,

ต้องรดน้ำต้นไม้กี่ครั้ง ดอกถึงจะบานเต็มที่?  โดย mammoz

แนะนำว่า ems. ไปถามมาสสะเต้อแช่มดีกว่าครับ

,,, ,,, ,,,

สงสัยว่าทำไมเวลาเปิดไฟกระพริบไม่พร้อมกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปมันถึงมากระพริบพร้อมกันได้ล่ะครับ ก็ในเมื่อมันเริ่มไม่เท่ากัน ทำไมมันถึงไปเจอกันได้ ณ เวลาหนึ่งครับ หรือว่ามีข้อพบพร่องเรื่องของการนับเวลาครับ? โดย YiUM

สารภาพว่า ไม่เชี่ยวชาญด้านไฟกระพริบสักเท่าไหร่ แต่ถ้าให้เดาผมคิดว่า

  • เมื่อกระพริบได้สักระยะหนึ่ง ไฟกระพริบจะกระพริบด้วยอัตราคงที่
  • อัตราคงที่ของไฟกระพริบนั้นเร็วมากๆ
  • เมื่อเปรียบเทียบไฟกระพริบสองดวง ซึ่งมีอัตรากระพริบที่เร็วมากๆ ระยะห่างของการกระพริบของทั้งสองดวงก็จะสั้นกว่าอัตราการกระพริบนั้นๆ จนทำให้เราไม่ทันสังเกตว่า มันกระพริบไม่พร้อมกัน
  • ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเข้าสู่อัตราคงที่ของการกระพริบซึ่งมีค่าเท่ากับ 1ครั้งต่อครึ่งวินาที แสดงว่าไฟกระพริบสองดวง จะกระพริบด้วยเวลาต่างกันไม่เกินครึ่งวินาที ซึ่งเร็วมากๆสำหรับสายตาคนเรา เป็นต้น

,,, ,,, ,,,

อยากถามว่า y = mx + c ตัว m ย่อมาจากอะไร โดย  [ พี โพ แคน ]

ขอบอกว่าคำถามนี้ถูกสงสัยกันอย่างกว้างขวางในแวดวงคณิตแสดดดเลยนะครับเนี่ย

ซึ่งอันที่จริง ก็มีหลายสมมติฐานที่ได้สันนิษฐานเอาไว้ดังนี้

  1. m อาจจะมาจากคำว่า modulus of slove ซึ่งคำว่า modulus ในทางคณิตศาสตร์หมายถึงขนาดของการวัด โดยขนาดในที่นี้ หมายถึง ขนาดของความชัน
  2. m อาจจะมาจากคำว่า move ซึ่งหมายถึงการเคลื่อนที่ของจุดไปตามแนวเส้นตรง
  3. m อาจจะมาจากการใช้สัญลักษณ์ตามความนิยมของนักคณิตแสดดดทั้งหลาย กล่าวคือ นักคณิตแสดดด มักจะใช้ตัวอักษรแรกๆ ได้แก่ a, b, c แทนค่าคงที่ และใช้ตัวอักษรท้ายๆ ได้แก่ x, y, z แทนตัวแปรที่ไม่ทราบค่า สำหรับ ตัวอักษรที่อยู่ตรงกลาง เช่น m, n, p จะใช้แทนพารามิเตอร์(ตัวแปรเสริม)
  4. ไม่มีเหตุผล ก็อยากใช้ m เฉยๆ อย่างที่ท่านออยเลอร์ใช้ ตัว e แทนค่า e เพราะอยากใช้ตัวอักษรที่เป็นสระเฉยๆ

อันนี้อยู่ที่วิจารณญาณครับว่า สมมติฐานไหนแลดูเข้าท่ากว่ากัน

,,, ,,, ,,, 

ขอสูตรกับการหาพืนที่ปริมาตรเกี่ยวกับรูปทรงต่างๆได้มั้ยป๋าเอ๊ด โดย  ลิงหกกะล้ม

แนะนำหนังสือ ม.2 เรื่องการวัด และ ม.3 เรื่องพื้นที่ผิวและปริมาตรครับ หาดูได้ตามร้านหนังสือทั่วไป

,,, ,,, ,,,

พาราโบร่าเป็นยังไงเรอะ โดย  ลิงหกกะล้ม

ลองหาอ่านได้ตามเอ็นทรี่ ปิ้งกล้วยด้วยพาราโบลา และ วางแผนผลิตปิ้งกล้วยด้วยพาราโบลา ครับผม

,,, ,,, ,,,

ขอวิธีถอดรู๊ทอย่างง่ายหน่อย  โดย  ลิงหกกะล้ม

รูืทแปลว่าราก ฉะนั้นวิธีถอดราก ให้เตรียมจอบเสียมให้พร้อม แล้วก็ขุดๆๆ