สัมพลาด me
posted on 18 Nov 2009 22:09 by watchi in appliED-Math, ED-Ter-View, EDucazionเมื่อหมดมุก จงขุดของเก่ามาขาย (ฮ่า)
บทสัมพลาดนี้ ได้ลงในอีแม็กกาซีน "ฟ้อนสุดฯ 9" (กอลั่ม บุกคนในตำนาน)
คิดว่าดีกว่าปล่อยบล็อกนิ่งโดยเปล่าๆเปลี้ยๆ ก็เลยเอามาแปะซะดีกว่า
(สารภาพว่า จำไม่ได้เหมือนกันว่าตอบอะไรไปมั่ง -..-)
,,, ,,, ,,,
เขาเป็นใคร
สวัสดีครับ ผมชื่อ Eddy ครับ แนะนำตัวสักหน่อยนึงตามธรรมเนียมปฏิบัติ
เอาเป็นว่าเริ่มต้นที่เคยเป็นนักศึกษาวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่เคยเกือบจะได้ ไปเป็นโปรแกรมเมอร์ตามสเตปท์
อยู่มาวันนึง มีอาจารย์แกพูดถึงการเข้ารหัสไฟล์คอมพิวเตอร์มันถูกเข้ารหัสด้วยสมการทาง
คณิตศาสตร์ ไอ้เราก็พลอยอยากรู้ว่า ไอ้หนังโป๊ที่เราดูๆอยู่เนี่ยมันถูกเข้ารหัสด้วยสมการหน้าตาแบบไหนกันแน่
ก็เลยไปค้นในอินเตอร์เน็ทดู ปรากฏว่ามันน่าอัศจรรย์มาก ถึงจะดูไม่เข้าใจก็เหอะ
เป็นแรงบันดาลใจให้สนใจคณิตศาสตร์ขึ้นมา แล้วก็อยากลองเรียนดู แต่ใจนึงก็หวั่นๆกลัวจะเรียนไม่ไหว
สุดท้ายมานั่งนึกถึงคำพูดของอาจารย์คนนึงที่บอกว่า คนเราเกิดมาทั้งที จะยอมตายไปทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรที่ตัวเองอยากลองไปยังงั้นรึไง
สุดท้ายก็มาสอบเรียนต่อในสายคณิตศาสตร์ประยุกต์ เพราะคิดว่าถ้านำความรู้ทางคอมพิวเตอร์ที่ได้เรียนมาไปมิกซ์กับความรู้ทาง
คณิตศาสตร์มันคงจะเด็ดดวงน่าดู พอมาเรียนจริงมันดันไม่ใช่คณิตศาสตร์ประยุกต์อย่างที่คิด
เพราะได้เรียนคณิตศาสตร์บริสุทธิ์เลยก็ว่าได้ กว่าจะจบออกมาได้รากเลือดซกเล็กกันไปแทบแย่
เพราะเราไม่ได้รักคณิตศาสตร์ขนาดทุ่มเททั้งชีวิตให้ เราก็แค่สนใจมัน แต่พอมามองย้อนกลับไป
ถ้าให้เลือกอีกที ผมก็คงเลือกมาเรียนคณิตศาสตร์นั่นแหละ
มีสมการในฝันรึเปล่าครับ
1+1=2,
2+2=4, 4+4=8 บลาๆๆ ครับ
มันเป็นสมการชุดแรกในชีวิตที่ผมรู้จักและเอาไปพูดอวดพ่อแม่ด้วยความภาคภูมิใจเสียเต็มประดา
จารย์เอ๊ดครับ ความรักที่ดี
ควรมีสมการสากลเป็นแบบไหนครับ ที่จะสามารถแก้ปัญหาทั้งหมดได้ และเราสามารถแทนค่าตัวแรกในความรักด้วยค่ามาตรฐานเดิมทุกครั้งได้มั๊ยครับ
คนอื่นจะว่าไงไม่รู้นะ แต่สำหรับผม
ความรักไม่สามารถแทนด้วยสมการได้ครับ ถ้าเราแทนไปมันก็เหมือนไปนิยาม
และจำกัดกรอบให้มัน เราๆท่านๆก็รู้ๆกันอยู่ว่าเอาเข้าจริงเนี่ย เรื่องความรักมันโคตรจะไร้ข้อจำกัดและข้อบังคับ
และอยู่เหนือตรรกะทั้งปวง
การหาความยาวเส้นรอบวงและพื้นที่วงกลม
รวมทั้งดิฟ, อินทิเกรท และอื่นๆ ทำไมต้องบังคับเรียนกันตั้งแต่มัธยมจบออกไปแล้ว
มีสาขาวิชาไหนได้ใช้ความรู้ตรงนี้จริงๆจังๆบ้างครับ คิดเป็นสัดส่วนแล้วคุ้มรึเปล่าที่บรรจุเป็นหลักสูตรบังคับ
มันก็คล้ายๆกับพลศึกษานั่นแล่ะครับ
เคยตั้งคำถามไหมครับว่า ทำไมเขาถึงให้เราเรียนฟุตบอล ตะกร้อ วอลเลย์บอล บาสเกตบอล ทั้งๆที่มีคนเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มีโอกาสได้ไปเป็นนักกีฬาอาชีพ
เราก็คงตอบได้ทันทีว่า ก็เพื่อพัฒนาศักยภาพทางร่างกายไม่ให้มันเป็นง่อยไงล่ะ ทีนี้คณิคศาสตร์ก็เหมือนกันครับ
แม้ว่าภายภาคหน้าเราจะไม่ได้ใช้ประโยชน์ แต่เราก็จำเป็นต้องเรียนมันเพื่อฝึกกำลังสมองไม่ให้มันเป็นง่อย
ที่สำคัญก็คือ ในตอนเลือกสายการเรียนตอนมัธยมปลายนี่ เขามีให้เลือกตามถนัดและความชอบดังนั้นจะว่าเป็นการบังคับให้เรียนมันก็ไม่
ใช่ซะทีเดียว ลองคิดดูสิครับ ถ้าให้เรียนคณิตศาสตร์ที่จำเป็นต่อการเรียนวิทยาศาสตร์
หรือวิศวกรรมศาสตร์ ตอนเข้ามหาลัยไปแล้ว นักศึกษาคณะเหล่านี้เขาต้องเรียนหลักสูตรปริญญาตรีกี่ปี
คราวนี้ได้เห็นคนเรียนมหาลัยสิบปีเป็นอาจิณจนอาเจียนแน่นอนครับ ส่วนที่ถามว่าคุ้มหรือเปล่าที่บรรจุเนื้อหาเหล่านี้ลงในหลักสูตร
อันนี้ความคุ้มของมันก็ขึ้นอยู่กับว่า เราวัดค่าความคุ้มค่าจากอะไร ผมเรียนศิลปศึกษา
แต่โตขึ้นผมก็ไม่ได้มีอาชีพศิลปิน แต่ผมก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่คนอื่นได้ใช้ความรู้ด้านศิลปะสร้างงานศิลป์ให้ผมได้เสพ
เราเรียนวิชาต่างๆแบบจับฉ่าย
ในชีวิตเราอาจจะไม่ได้มีโอกาสได้ใช้งานความรู้ในหลายๆหัวข้อ
แต่ผมมองว่ามันก็คุ้มค่า ถ้าเพื่อนร่วมรุ่นของเราซักคนนึง
ได้เอาไปใช้ประโยชน์สร้างอะไรๆให้กับสังคม
นักคณิตศาสตร์ วันๆเค้าทำอะไรบ้างเหรอครับ
ยืนเขียนสูตรเลขบนกระดานยิกๆทั้งวันเลยหรือเปล่าแล้วเงินดีมั้ย
มีใครจ่ายให้เหมือนในเรื่อง A Beautiful Mind ง่ะ
เอาเข้าจริงๆ
นักคณิตศาสตร์ก็เหมือนกับคนทั่วไปนั่นแหละครับ มีทำงาน มีพักผ่อน มีเที่ยว มีเล่น
เช่นกัน ศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์ที่ผมรู้จัก พอสอนเสร็จแกก็ไปเตะบอลกับเด็กปริญญาตรีทุกเย็น
สำหรับค่าตอบแทนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถตามปกติโลกครับ อนึ่ง เรื่อง A
Beautiful Mind เป็นจินตนาการของผู้กำกับด้วยส่วนนึงครับ ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด
แต่หนังเค้าดีจริงๆนะ ผมชอบ
เคยอ่านเจอว่า
สมการทางคณิตศาสตร์เป็นภาษาที่นักวิทยาศาสตร์ใช้อธิบายปรากฎการณ์ต่างๆ มันเป็นยังไงเหรอครับอยากให้จานเอ๊ดช่วยยกตัวอย่างง่ายๆให้ดูสักเหตุการณ์นึงครับขอบคุณมากครับ
1+1=2 มีหมีแพนด้าอยู่ในกอไผ่ 1 ตัว
ต่อมามีหมีแพนด้าเพิ่มมาอีก 1 ตัว ตอนนี้มีหมีแพนด้าในกอไผ่ 2
ตัว
เราน่าช่วยกันคิดตัวอย่างปรากฎการณ์อะไรขึ้นมาซักอย่างนึง
แล้วให้จานเอ๊ดอธิบายด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ เช่นการปวดขี้ของมนุษยชาติ
ลองจดสถิติการปวดขี้ต่อรอบวันหรือรอบสัปดาห์ แล้วนำมาแจกแจงความถี่เชิงสถิติดูครับ
มีนักสถิติบอกว่าปรากฏการณ์ต่างๆ เราจะสามารถวิเคราะห์มันในแบบการแจกแจงปกติได้
มีคนเคยพูดว่า "คณิตศาสตร์
เป็นภาษาของพระเจ้า" อาจารย์เอ็ดดี้ มีความเห็นอย่างไรกับข้อความนี้
สำหรับผม คณิตศาสตร์เป็นภาษาของคนธรรมดานี่แหละครับ
เพียงแต่เป็นคนธรรมดาที่อยากจะอธิบายธรรมชาติด้วยภาษาที่เรียกว่าคณิตศาสตร์
อธิบายสมการแบบไหน
ยากให้คนธรรมดาเข้าใจมากที่สุด
การอธิบายให้เห็นถึงความจำเป็นถึงการที่จะต้องมานั่งแก้สมการนั้นยากที่สุดครับ
ฟิสิกส์คือการศึกษาธรรมชาติ แล้วเอามาเขียนเป็นสมการคือการทำความจริงให้อยู่ในรูปสมการให้ได้เพราะ
ฉะนั้นจึงมีความผิดพลาด สิ่งที่ได้อาจจะไม่ใช่ของจริง เช่น สมการความเร็วที่มีการปรับเปลี่ยนในยุคของไอน์สไตน์
แต่ คณิตศาสตร์เนี่ย เป็นการจินตนาการขึ้นมาล้วนๆเรามีสิ่งที่เรียกว่า อนิยาม เราเขียนนิยาม
เขียนทฤษฎีขึ้นมาแล้วเราก็ไปศึกษาอะไรไม่รู้ที่ลอยอยู่ในอากาศ เพราะฉะนั้น มันจึงไม่ผิด เทียบกับคอมพิวเตอร์ก็เหมือนโปรแกรมในอุดมคติที่ไม่มี bug แม้แต่น้อยไม่มีวันผิด
เป็นจริงตลอดกาล ถามฮะ แล้วตกลงคณิตศาตร์เป็นความจริง
หรือว่าเป็นแค่จินตนาการกันแน่
ผมชอบกินกาแฟครับ อ้าว เกี่ยวอะไรกันกับคำถาม คืองี้ครับ คณิตศาสตร์บริสุทธิ์ก็เปรียบเสมือนคนที่ไปค้นพบต้นอะไรก็ไม่รู้ที่โลกยังไม่รู้จักมาก่อน
แล้วก็พาคนทั่วโลกเรียกมันว่า ต้นกาแฟ ซึ่งแน่นอน การรู้ว่ามันคือต้นกาแฟ มันก็ยังดิบเกินกว่าคนอื่นจะซาบซึ้งว่ามันจะเอาไปทำสันด๋อยอะไรได้
คณิตศาสตร์ประยุกต์ และวิทยาศาสตร์แขนงอื่นๆรวมทั้งฟิสิกส์จึงไปศึกษาว่าไอ้เจ้าต้นกาแฟเนี่ย
เม็ดจากต้นของมันไปคั่วแล้วบดชงกินได้นะ แต่ละสาขาจึงประยุกต์การชงกาแฟตามความเหมาะสมและรสนิยมของตน
ซึ่งแต่ละยุคก็จะมีการพัฒนาสูตรและหาความรู้ใหม่ๆเพื่อให้การชงนั้นอร่อย ขึ้น
แต่จะยังไงซะต้นกาแฟก็คือต้นกาแฟอยู่วันยังค่ำ คนที่ค้นพบต้นกาแฟไม่ได้จินตนาการต้นกาแฟขึ้นมาเอง
เพียงแต่เขาเขียนบทนิยามให้กับกาแฟที่เขาค้นพบเพื่อให้คนที่จะเอาเม็ดกาแฟไปชงได้เข้าใจตรงกัน
เราเรียนเลขไปทำไม
คำถามที่ว่า เราเรียนวิชาบลาๆๆไปทำไม อันนี้ขึ้นอยู่กับคนแต่ละคนจริงๆครับ
เพราะความเชื่อ แนวทาง และความจำเป็นในการใช้แต่ละวิชามีมากน้อยไม่เท่ากัน เอางี้แล้วกันครับ
ถ้าเราคิดว่าเรียนไปทำไม มันก็จะพาเราไป ณ จุดนั้นเอง
คนเราควรมีความรู้ทางคณิตศาสตร์แค่ไหนครับอาจารย์เอ๊ด จะให้ดี
จำแนกก็ดีครับ อย่างชาวนา น่าจะรู้แค่ไหน พนักงานออฟฟิศ ควรรู้แค่ไหน หรือคนไทยธรรมดาสามัญ
ที่ไม่ได้มีอาชีพด้านตัวเลข วิทยาศาตร์โดยเฉพาะ ควรรู้แค่ไหนครับอาจารย์
ผมไม่มีสิทธิไปตัดสินว่าใครควรรู้อะไรแค่ไหนครับ
ถ้าบอกว่า ชาวนาควรรู้เท่านี้พอ พนักกงานออฟฟิศควรรู้เท่านี้พอ ก็เท่ากับว่าผมไปดูแคลนเขา
เพราะเขาก็มีสิทธิที่จะรู้ได้มากตามที่เขาอยากจะรู้ ใช่ไหมล่ะครับ?
ใครคือผู้ที่สอนวิชาคณิตศาสตร์ให้เข้าใจได้ยากที่สุดครับ
มักจะเป็นตัวเรานี่แหละครับ
ลองหาหัวข้อทางคณิตศาสตร์ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ศึกษาแล้วลองสอนตัวเองดูสิครับ
วุ่นวายในหัวมากๆ ในขณะเดียวกันผู้ที่สอนคณิตศาสตร์ให้เข้าใจง่ายที่สุดก็อาจจะเป็นตัวเราเอง
เช่นกันครับ
ทำยังไงให้เก่งคณิตคะ
คุณจะต้องซ้อม ซ้อม ซ้อม แล้วก็ซ้อมครับ ตั้งแต่เล็กจนโตอาจารย์คณิตศาสตร์ของผมแทบทุกคนจะแนะนำตรงกันนั่นก็คือ ให้ซ้อม การซ้อมอาจจะไม่ทำให้เราเป็นคนที่เก่งที่สุดในโลก แต่แน่นอน มันจะทำให้เราไม่ใช่คนที่ห่วยที่สุดในโลกแน่นอน
ฟันธง!