เจ้าของบลอกอันนี้เป็นนักศึกษาคณิตศาสตร์ แต่ยังไม่มีentryที่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ซักกะอัน แสดดดดดดด
แม่ - เรียนคณิตศาสตร์นี่มันเรียนอะไรมั่งฮึ
eddy - ไม่รู้จะอธิบายยังไงอ่ะ บอกไปแม่ก็ไม่รู้อยู่ดี
แม่ -
พี่ต่อ(eddy's thesis advisor) - ถ้าตราบใดไม่สามารถอธิบายให้คนทั่วไปเข้าใจสิ่งที่ตัวเองศึกษาอยู่ แสดงว่าสิ่งที่เรียนมาสูญเปล่า
eddy -
จากบทสนทนา 2 อันข้างบน จึงเป็นที่มาของentryในวันนี้ ซึ่งผมหวังว่า คนที่กำลังเกลียดคณิตศาสตร์ยังกะขี้ จนต้องสบถว่า แสดดด ทุกครั้งที่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมัน อาจจะทำให้คุณน่ะคุณน่ะคุณ และก็คุณ คุณด้วยยยย หันมาสนใจมันมากขึ้นก็ได้
คณิตศาสตร์นั้นมันใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด เอาเป็นว่าแม่ค้าขายข้าวแกง หรือเจ้าของธุรกิจพันล้าน ก็ต้องรู้จักการ บวก ลบ คูณ หาร ไม่งั้นก็คงไม่รู้จักกำไร-ขาดทุน ทำมาค้าขายไปก็มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง
เรารู้จักคณิตศาสตร์มาตั้งแต่เด็กแล้ว อย่างเช่นเราขอเงินแม่ 1บาท 10บาท เรารู้ว่าได้เงิน10บาท สามารถซื้อขนมได้มากกว่าเงิน1บาท เราจึงดีใจกว่าถ้าจะได้เงิน10บท นั่นก็เพราะเรารู้จักคุณสมบัติการเปรียบเทียบของจำนวนนับมาตั้งแต่เด็กแล้ว(จำนวนนับ 1 2 3 4 ... เป็นระบบจำนวนแรกที่คนเรารู้จัก โดยแทบจะไม่ต้องให้ใครมาสอน มันจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Natural Number)
หลังจากนั้นสมมติว่าเราได้เงินเหรียญ10 เอาไปซื้อลูกอม(คาดว่าคนเป็นพ่อแม่ห้ามอม เพราะคงมีอย่างอื่นให้อมแล้ว
) ถ้าลูกอมราคา5บาท เราก็ยังรู้อีกว่า คนขายควรจะทอนเงินให้เรา5บาท ซึ่งมันเป็นผลพวงมาจากการบวก ลบ เลข นั่นเอง ... เห็นหรือยังครับว่า คณิตศาสตร์อยู่กับเราตั้งแต่เรารู้จักขอเงินพ่อแม่ไปซื้อขนมกันเลยทีเดียว
โอเค หลายคนอาจจะเลยวัยเด็กมาหลายสิบปีแล้ว(ฮี่ๆ) อาจจะมโนภาพตัวอย่างข้างบนไม่ออก งั้นเอาเรื่องใกล้ตัวเราในตอนนี้นั่นก็คือ คอมพิวเตอร์นั่นเอง(ผมเชื่อว่าคนที่อ่านบลอกผมต้องอ่านจากคอมฯ คงไม่ได้อ่านจากตู้เย็น หรือหม้อหุงข้าวนะครับ
)
เอาเป็นว่าแค่เราเปิดเครื่องคอมขึ้นมา คณิตศาสตร์ก็ก้าวเข้ามาในชีวิตของเราทันที นั่นก็เพราะการจัดเก็บข้อมูลของคอมพิวเตอร์นั้นข้อมูลทั้งหมดทั้งมวลถูกเก็บเป็นแบบไบนารี(Binary)
แล้วอีไบนารีนี่มันคืออะไรงะ? พูดง่ายๆก็คือข้อมูลดิ๊จิตอล ดิ๊จิตอล(กรุณาออกเสียงมันส์ๆ เพื่อความได้อารมณ์) คอมพิวเตอร์จะเก็บในรูปแบบของเลข 0 กับ เลข 1 เรียกว่าเลขฐาน 2 ไฟล์เอกสาร ไฟล์เพลง ไฟล์ภาพ รึตลอดจนหนังโป๊ของท่านๆ คอมพิวเตอร์มันมองเห็นเป็นเลข 0 กับ 1 หมด ส่วนวิธีเก็บนั้นเลข 0 กับ 1 ก็จะถูกเข้ารหัสด้วยสมการทางคณิตศาสตร์แตกต่างกันไป ส่วนโปรแกรมที่ใช้เปิดไฟล์นั้นก็คือโปรแกรมที่ใช้ถอดรหัสสมการนั้นออกมาให้คอมพิวเตอร์รู้จักและแสดงผลออกมานั่นเอง(หวังว่าอธิบายถึงตรงนี้คงไม่มีใครไปนั่งพิมพ์เลข 0 กับ 1 ด้วยความหวังที่จะสามารถสร้างไฟล์หนังโป๊ได้ด้วยตัวเองนะครับ เงิ้กๆ)
พูดถึงคอมพิวเตอร์ หากไม่พูดถึงอินเตอร์เน็ท มันก็คงเหมือนพูดถึงส้มตำลาวแต่ไม่พูดถึงปลาร้า(เกี่ยวรึเปล่าเนี่ยยยย) การส่งข้อมูลไปตามสายส่งข้อมูล ทั้งสายแลนเอย สายโทรศัพท์เอย สายเคเบิ้ลเอิงเอย การส่งนั้นก็ต้องเป็นคลื่นความถี่ไฟฟ้าไป เมื่อข้อมูลไปถึงคอมพิวเตอร์ของเครื่องปลายทางแล้ว ก็อย่างที่บอกในย่อหน้าข้างต้นนั่นแหละครับว่าคอมฯมันจะรู้จักข้อมูลในรูปแบบของไบนารีเท่านั้น วิธีการเปลี่ยนสัญญานคลื่นให้กลายเป็นแบบดิจิตอลนั้นก็ต้องใช้ความรู้ทางแคลคูลัส(นรก! ผมเชื่อว่าถ้าพูดถึงคำว่าแคลคูลัส คงต้องมีคนสบถคำนี้ออกมาแน่นอน) โดยการแปลงนั้นเราจะใช้โมเดลที่เรียกว่าอนุกรมFourier(ออกเสียงเป็นภาษาปะกิตว่า ฟูเรียร์ แต่ออกเสียงตามภาษาฝรั่งเศสว่าฟูริเยร์ เย้! เย้!
) ซึ่งรายละเอียดนั้นผมขออนุญาตไม่ลงลึกไปกว่านี้เพราะอาจจะทำให้เบื่อไปเสียก่อน และที่สำคัญคือผมก็ไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องนี้สักเท่าไรนัก(แฮ่ๆ) แต่ถ้าใครสนใจเข้าไปอ่านต่อได้ที่ คุณพี่วิกกี้ ตามลิงค์นี้เลยครับ http://en.wikipedia.org/wiki/Joseph_Fourier
อาจจะวิชาการไปหน่อย 2 ย่อหน้า กลับมาเรื่องบันเทิงๆสักหน่อย นั่นก็คือ เกมคอมพิวเตอร์ ใครที่เล่นเกมอยู่ทุกวันเคยแอบสงสัยรึเปล่าครับว่าเขาสร้างเกมมาให้เราเล่นได้ยังไง (ตอนนี้คนไทยเก่งมากเลยนะครับ ถึงขนาดได้เป็นหนึ่งในทีมผู้ร่วมพัฒนาเกมวอร์คาร์ฟ เกมโคตรพ่อโคตรแม่ฮิต ของยุคนี้ก็ว่าได้) เอาง่ายๆเลย เวลามีฉากตัวละครเดินชนกัน เกมโปรอาร์เอส เอ้ย โปรแกรมมี่ เอ้ย โปรแกรมมั่ว เอ้ย โปรแกรมเมอร์ เอ้ย ถูกแล้วว (ฉลองครบรอบ12ปี มุขพูดผิด-พูดแก้ เฮ้....
) เขามีหลักการยังไงให้รู้ว่าตัวละครเดินมาชนกันแล้ว
ถ้าเป็นเกม2มิติ วิธีนึงที่ใช้ตัดสินว่าตัวละครนั้นมาอยู่ ณ ตำแหน่ง เดียวกันหรือยังก็คือ ใช้สูตรสมการระยะห่างของพิกัดนั่นเอง สมมติว่าพิกัดของตัวละครAเท่ากับ(x1,y1) พิกัดของตัวละครBคือ(x2,y2) ระยะห่างระหว่างตัวละคร2ตัวนี้ก็คือ

และถ้าระยะห่างของตัวละคร2ตัวนี้เป็น 0 แสดงว่าตัวละครวิ่งเข้ามาชนกันแล้วนั่นเอง เงง เงง(ในกรณีเกม3มิติ ก็เพิ่มตัวแปร z เข้าไปอีกตัวครับ)
อันนี้เป็นตัวอย่างง่ายๆที่เชื่อว่าหลายคนอาจจะคุ้นเคยมาตั้งแต่สมัยเป็นหนุ่มสาวมัธยมฯ
แต่จริงๆแล้วคณิตศาสตร์รวมทั้งฟิสิกส์เป็นสิ่งจำเป็นมากในการสร้างเกมให้สมจริง พูดถึงตรงนี้ จะมีนักเล่นเกมคนไหนน้อ ที่อยากจะเขียนเกมคนไทยไปตีตลาดโลกแบบที่เกาหลี-ญี่ปุ่น เขาทำมั่ง
เอาล่ะ เดี๋ยวจะเบื่อคอมพิวเตอร์กันไปซะก่อน ลองมาดูเรื่องอื่นกันมั่ง อย่างเช่นเรื่องธุรกิจ เขามีวิธีไหนน้า มาตัดสินใจว่า กูจะขายของให้เมิงราคาเท่านี้นะ
วิธีง่ายๆ แบบไม่ต้องคิดอะไรมากก็ดูต้นทุน แล้วอยากได้กำไรยังไงก็บวกเข้าไปจากต้นทุน ง่ายมะ แต่ช้าก่อน!!! หวังเฉา หม่าฮั่น จางหลง จ้าวอู่ ถ้าทำแบบนั้นสำหรับธุรกิจใหญ่ๆ สินค้าอาจจะขายไม่ออกเลยก็ได้ ถ้าหากผู้บริโภคคิดว่าราคาที่ตั้งมานั้นมันแพงเกินไป วิธีนึงที่ผู้ผลิตใช้ก็คือถ้ำมอง(สุ่มดู)พฤติกรรมของผู้บริโภค แล้วเก็บเป็นสถิติเอาไว้ เพื่อนำมาตีเป็นสมการ โดยสมการของความพอใจที่ผู้ซื้ออยากจะซื้อเรียกว่าฟังก์ชั่นอุปสงค์บท เอ้ย อุปสงค์เฉยๆ อันนั้นมันอุปสมบท ส่วนฟังก์ชั่นที่แทนความพอใจที่ผู้ขายอยากจะขายเรียกว่าฟังก์ชั่นอุปทาน เมื่อนำ2ฟังก์ชั่นมาหาจุดสมดุล แก้สมการออกมาก็จะเป็นจุดพอเหมาะที่คนขายและคนซื้อต่างก็แฮปปี้ มีแฮง กันถ้วนหน้า(สำหรับคนที่สนใจเรื่องอุปสงค์-อุปทาน เข้าไปปรึกษาพี่วิกกี้ได้ที่นี่เลยครับ >>> อุปสงค์(บท)-อุป(ทน)ทาน)
ผมพิมพ์มาถึงตรงนี้ยอมรับสารภาพเลยว่า หิวข้าวมากๆ ดังนั้นจึงขอจบการอึ๊บentryนี้แบบหน้าด้านๆไว้เพียงเท่านี้ แต่เรื่องราวของคณิตศาสตร์ยังไม่จบ(อย่าพึ่งนับศพ เจ้าของบลอก
) ตอนต่อไปเรามาดูกันต่อว่าคณิตแสดดด ทำแป๊ะซะอะไรได้อีกมั่ง
หมายเห็ด - ถ้าใครอ่านแล้วสนุก(จะมีซักกี่คนวะเนี่ย) อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ในแง่อื่นๆอีก ก็ทิ้งคอมเม้นต์ไว้ได้เลยครับ ถ้าพอจะเม้าท์สู่กันฟังได้ก็จะเมาท์ในentryต่อๆไปครับ
หมายเห็ด - ใครที่เกลียดแคลคูลัสเข้าไส้ คือ ขี้ออกมาก็รู้ว่าเป็นขี้ของคนเกลียดแคลคูลัส เดี๋ยวentryต่อๆไปจะเล่าถึงข้อดีและการประยุกต์ใช้แคลคูลัสให้อ่านนะครับ
หมายเห็ด - "มนุษย์เป็นผู้สร้างคณิตศาสตร์ และใช้มันเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ อย่างเป็นระบบ ระเบียบ" โดย รองศาสตราจารย์ ดร. ประภาศรี อัศวกุล